หากผู้ปกครองไม่อิงเจตนาตนยกย่องผู้ปรีชาสามารถ

คัมภีร์เต้าเต๋อจิง บทที่ 3 “ใช้หลักอกรรมให้เป็นประโยชน์ได้อย่างชาญฉลาด กล่าวไว้ว่า . . .
         หากผู้ปกครองไม่อิงเจตนาตนยกย่องผู้ปรีชาสามารถ
         ประชาชนก็จะไม่แก่งแย่งเพื่อชื่อเสียงลาภยศ
         หากผู้ปกครองไม่แสวงหาสิ่งล้ำค่าหายากตามกระแสนิยม
         ประชาชนก็จะไม่พิสมัยความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมจนกลายเป็นโจรผู้ร้าย
         เมื่อไม่ปรากฏสิ่งยั่วยุพาให้ว้าวุ่นฟุ้งซ่าน
         ประชาชนก็ไม่มีเจตนาคิดการร้าย
         ดังนั้น วัตถุประสงค์การบริหารปกครองประเทศของอริยบุคคล
         คือทำให้อ่อนน้อมคล้อยตาม
         ใส่ใจให้มีชีวิตความเป็นอยู่ปานกลางและมีความอบอุ่น
         ให้ทุกคนพึงพอใจชีวิตอยู่เย็นเป็นสุขตามความต้องการที่เป็นจริง
         ลดความทะยานอยากของประชาชนที่มุ่งเพื่อผลประโยชน์ ฐานะตำแหน่ง
         ชื่อเสียง เกียรติยศ และเพื่อเป็นที่โปรดปราน
         เสริมสุขพลานามัยทั้งกายใจ
         ทำให้ประชาชนอยู่ในภาวะไร้ทุกข์ไร้ห่วง มีสุขเป็นนิตย์
         แม้คนจำพวกอวดตัวว่าชาญฉลาด
         ก็มิอาจหาญบุ่มบ่ามยอมสูญเสียชีวิตอันผาสุกของตนไปอย่างง่ายดาย
         ไม่ว่าจะประกอบกิจการใด คล้อยตามธรรมชาติ
         มีฤาโลกจะไม่สงบสุข

ในบทนี้ได้กล่าวถึงหลัก อกรรม ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็น การทำ ที่ไม่ก้าวล้ำ ขัดขืน หรือฝืนกับกฎของธรรมชาติ ผมว่าปัญหาที่กำลังรุมล้อมเราทุกวันนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่เกิดจากการกระทำของเราแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าเรื่องใหญ่ๆ ที่แต่ก่อนเคยคิดว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัว เช่น เรื่องโลกร้อน เรื่องน้ำแข็งขั้วโลกละลาย เราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นผลพวงที่เกิดมาจาก การกระทำ ของเรา พวกเราทุกคนมีส่วนทำให้เกิดปัญหานี้ !

ครั้นเมื่อพิจารณาเรื่องที่ใกล้ตัวเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บของคนในปัจจุบันนี้ เราจะพบว่ามีคนเป็นจำนวนมากที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาของการป่วยไข้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค หากแต่เป็นโรคอันเนื่องมาจากการกระทำหรือพฤติกรรมของเรา เช่นกินมาก คิดมาก เคร่งเครียด ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคหลายๆ โรค อาทิเช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด หรือโรคมะเร็ง ซึ่งพฤติกรรมและการกระทำของเราเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเกิดโรคดังกล่าว 

หลักอกรรมหรือการไม่กระทำจึงสอนเราว่า . . . อย่าทำอะไรที่เอาแต่ใจ ทำเพียงเพื่อว่าได้ตอบสนองกิเลสตัณหาของตัวเอง . . . อย่าทำอะไรที่ขัดขืนหรือฝืนกับหลักของธรรมชาติ เราอาจนึกว่าเราฉลาดสามารถเอาชนะธรรมชาติได้ แต่ในระยะยาวแล้วความพยายามที่จะเอาชนะนั้น อาจทำให้เราพ่ายแพ้เร็วยิ่งขึ้นก็ได้ ในเรื่องอกรรมนี้ทำให้ผมนึกไปถึงคำว่า อุเบกขา ทำให้เห็นว่าบางสิ่งบางอย่างนั้นไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ แต่อย่าไปเข้าใจสับสนกับคำว่า เพิกเฉย ก็แล้วกัน เพราะเพิกเฉยนั้นเป็นการเข้าข่ายประมาท ในขณะที่อุเบกขา จะทำได้ก็ต่อเมื่อสติว่องไวหรือมีปัญญาอย่างยิ่ง