YouTube - แสงจันทร์ - มาลีฮวนน่า
 




สองคนยลตามช่อง         คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม
อีกคนตาแหลมคม          เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย

ผู้ที่มีสายตาที่ยาวไกลและแหลมคม อีกทั้งเลือกที่จะมองสูง ย่อมจะเห็นความงดงามจาก ดวงดาวอัน พราวไสวบนฟากฟ้า ไม่เลือกที่จะมองต่ำ เพราะการมองต่ำลงไป ก็จะเห็นแต่โคลนตม ไม่อภิรมย์ใจ  คืนนี้เรามามองท้องฟ้ากันดีกว่า เผื่อจะเจอ ดาวเหนืออันพราวพราย ดาวเหนืออยู่ไหนนะ ดาวเหนือเอ๋ย ช่วยส่องแสงบอกทิศ  ในค่ำคืนนี้ด้วยเถิด  ดาวเหนือ อันกระพริบพราว อยู่กลางห้วงเวหาหาวยามราตรี ดาวเหนือโสภี ล้ำค่า และเป็นที่ปิยารมณ์ ของนักเดินป่าผู้ยากไร้ นักเดินป่าผู้ยากไร้ เดินทางอยู่กลางไพรลึก ยามดึกดื่น หาทางกลับคืน สู่บ้านสู่เมืองได้ ก็เพราะใช้แสงสว่างจากดาวเหนือ เพื่อคอยชี้นำทาง แม้นว่าบางเวลานักเดินป่าจะอยากกอด อยากพร่ำพรอดแสดงความรักต่อดาวเหนือ เพื่อเป็นการขอบคุณ แต่ก็ทำได้แค่เพียงครุ่น คิดอยู่ในห้วงคำนึง

คืนข้างแรมนี้ดีนัก เพราะพระจันทร์ ยังไม่ขึ้น ฉะนั้นเราจะเห็นดาวพราว เต็มท้องฟ้า (ถ้าฝนไม่ตก) มันมีอีกวิธีที่จะเห็นดาวได้เหมือนกันแม้ฝนจะตกก็คือ เอาหัวกระแทกต้นไม้ รับรองเห็นดาว เห็นเดือนแน่ๆ

นึกถึงเพลง  ดวงใจกับความรัก บทเพลงพระราชนิพนธ์(ทำนอง) ใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช / พระนิพนธ์คำร้องโดย : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ

ค่ำคืนนภาดาราพราว ประกายแสงดาวพราวตา ดาษเรียงเคียงแสงดวงจันทรา เพลินชมแสงพรายนภาเห็นดวงดาราล้อมจันทร์ ที่จริงนั้นเดือนและดวงดาว ต่างเรืองแสงวาวพราวพรรณ ด้วยแรงจากแสงดวงตะวัน จึงมีแสงเดือนงามครันแสงดาวประชันน่าชม เปรียบดวงดาวและดวงเดือน ก็เหมือนแม้นแววมโนรมย์ เปล่งแววไปเปลี่ยนใจชม ด้วยจินตนาอารมณ์นานาประการ แน่นอนแท้จริงคือดวงใจ ส่องแววรักไปยืนนาน เปรียบดังกับแสงตะวันตระการ ยังคงแสงงามสะคราญแสงทองยืนนานเรื่อยมา


พูดถึงเรื่อง ดวงจันทร์ แล้วนึกถึงเพลง แสงจันทร์ ขึ้นมาอีกเพลงหนึ่ง ซึ่งขับร้องโดย วง มาลีฮวนน่า ที่ว่า แสงจันทร์กระจ่าง ส่องนำทางสัญจร คิดถึงนางฟ้าอรชร ป่านนี้นางนอนหลับแล้วหรือยัง แสงจันทร์นวลใหญ่ ข้าจ่อมจมอยู่ในภวังค์ เรไรเสียงไพรแว่วดัง ยิ่งฟังยิ่งเหงาจับใจ ..คิดถึง. เดินทางกลางเถื่อน กลางหมู่เดือนและหมู่ดาว แหงนมองฟ้าดั่งมองหาเงา ของเยาวมาลย์อยู่ในสายลม ผู้ใดซ่อนเจ้า น้ำค้างเหน็บหนาวและขื่นขม น้ำตาหยด หยดทุกข์ระทม พร่างพรมอยู่ในสองตา ..หวั่นไหว. ..เอาใจและร่าง ออกมาวางเดิมพัน เดินทางไกลอยู่ใต้แสงจันทร์ คิดถึงทุกวัน คิดถึงทุกคืน คิดถึงคนรัก ชุบชู ใจให้ตื่นฟื้น โอ้ฝันอยู่ทุกค่ำคืน ในคืนที่มีแสงจันทร์ ..อ่อนหวาน. เอาความฝันใฝ่ สอง เราไว้ ที่ปลายฟ้า เดินทางผ่าน สายธารเวลา ขอให้ศรัทธา อย่าลืมลางเลือน รอแสงสว่าง อรุณรุ่งรางมาเยือน ฝากใจไว้กับแสงดาวเดือน ขอให้มาเยือนอยู่ในนิทรา

จึงลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า คนหลงป่า/คนเดินทางสัญจรรอนแรม จำพวกไหน ที่เขาเพ่งมองดวงจันทร์เพื่อนำทาง (แสงจันทร์กระจ่างส่องนำทางสัญจร)  ก็ได้คำตอบกับตัวเองว่า แสงจันทร์ ที่กระจ่างฟ้านั้น แม้ส่องสว่าง ทำให้เห็นมรรควิถีที่สัญจร ก็ดี แต่ทว่าดวงจันทร์ ทำได้แต่เพียงส่องสว่างเท่านั้น แต่มิสามารถ นำทางสัญจรได้

สิ่งที่จะนำทางสัญจร ให้คนเดินป่าก็คือ ดาวเหนือ ไม่ก็เข็มทิศ แต่เข็มทิศก็อาจจะโดนเหนี่ยวนำได้ ถ้าหากฟ้าโปร่ง อีกทั้งเข็มทิศเสียแล้วล่ะก็ อย่ามัวมองแต่ แสงจันทร์ อยู่เลย จงมองหาดาวเหนือเถิด อนึ่ง ดวงจันทร์ นั้นคือสัญลักษณ์ ของผู้ที่เป็นที่รัก ซึ่งก็ย่อมจะหมายถึง ผู้ซึ่งเป็นที่รักของเรานั้นเขาย่อมมีความงามเหมือนดวงจันทร์วันเพ็ญ เห็นแล้วก็เย็นตาเย็นใจ แต่ทว่า แสงจันทร์ จากดวงจันทร์ ไม่สามารถช่วยให้เราเดินทางที่ถูกที่ควรได้ สิ่งที่จะทำให้เราเดินทางที่ถูกที่ควรคือ แสงสว่างจากดาวเหนือ (สติสัมปชัญญะ) ต่างหาก

หากไม่รีบมองหา แสงสว่างจากดาวเหนือ(สติสัมปชัญญะ) ก็ย่อมที่จะต้อง เดินทางผิด (เดินไปในเส้นทางที่ไม่ถูก ไม่ควร/หลงป่า) ต่อไป ต่อไป และต่อไป เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเอกากาย ผจญกับ  เสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่คอยจ้องจะ ขวิด/ขบ ไส้ ขบพุง

ถ้ายิ่งมัวแต่มองแสงจันทร์ จนเดินหลงถลำลึกเข้าไปในป่า ก็ยิ่งจะพบแต่ขวากหนามและภยันตราย หยุดเถิด หยุดเถิด  หยุดพักกายและพักใจเสียก่อนเถิด การพักผ่อนที่ปลอดภัยที่สุดก็คือการพักผ่อนในที่สูง เช่นบนต้นไม้ (แห่งความดี) เพราะถ้าทำตัวให้ต่ำ (ช้าสามานย์) โดยอยู่ที่ต่ำ ย่อมเป็นเหยื่อของ เสือสิงห์กระทิงแรด เมื่อทำตัวสูง คือปีนป่ายสู่ที่สูงแล้ว ย่อมปลอดภัย จากน้ำป่า และสิงห์สาราสัตว์ เมื่อทำได้ดังนี้แล้วย่อมถือเป็นการหยุดพักกายและพักใจ ที่แท้จริง เมื่อได้ที่พำนักกายพำนักใจ แล้ว จงพักผ่อนและทำใจให้สงบเยือกเย็นเพื่อ "รอแสงสว่าง อรุณรุงรางมาเยือน" แสงสว่างแห่งอรุณรุ่งนี้ ก็คือแสงสว่างแห่ง ธรรมาทิตย์ ที่จะมาช่วยทำลาย ความมืดมนอนธการ (กิเลสตัณหาและอุปาทานภายในใจ) ให้เหือดหาย เมื่อสว่างแล้ว ร่างกายได้พักผ่อนมีกำลังแล้ว ก็จงรีบเดินทางต่อไป แม้นจะเจอ เสือสิงห์กระทิงแรด เราก็มองเห็นได้ถนัดตา และย่อมวิ่งหนีได้ทันก่อนที่มันจะ ขบจะขวิด อย่ามัวแต่มอง ลำแสงแห่งดวงจันทร์กันอยู่เลย จะเอาชีวิตมาทิ้งในป่าเสียเปล่าๆ สหายเหล่านักเดินทางทั้งหลาย