บทกวี มักจะมาเมื่อ เศร้า เหงา และรัก ฉันเขียน และเรียงลำดับไว้ไม่ผิดหรอก

บทกวี มักจะมาเมื่อ เศร้า เหงา และรัก

 

ฉันเขียน และเรียงลำดับไว้ไม่ผิดหรอก

ความเศร้า

 ทำให้บทกวีเศร้ายิ่งกว่า แต่ก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันนะ ฉันชอบอ่านกวีที่มันเศร้าๆ มันให้ความรู้สึกที่ดื่มด่ำ  ถึงอ่านแล้วจะล้าบ้างแต่ชอบนะ

วันหนึ่ง ฉันนึกถึงกวีท่อนหนึ่งของ หยก บูรพา (ท่อนฮิตซะด้วยสิ)

                ดอกรักบานในหัวใจใครทั้งโลก

แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน

และอาจเป็นเช่นนี้ชั่วชีวัน

เพราะรักอันแจ่มกระจ่างกลับร้างไกล

 

ด้วยความครึ้มอกครึ้มใจฉันก็เลยเอามาขึ้นชื่อ  MSN เพื่อนๆ ทักทายมายกใหญ่เลย อกหักหรือเธอ..?

เออน่ะ อารมณ์คน อารมณ์M คนเค้าก็ช่างตีความ

 

ความเหงา

วันนี้ ไม่ใช่สิ สองสามวันมาแล้ว ที่ฉันนึกอยากจะขีดๆ เขียน อะไรเล่นๆ ปล่อยอารมณ์ศิลปินซะหน่อย  (จริงๆ ฉันน่าจะเอาเวลาไปเขียนตำรา หรือไม่ก็เขียน concept paper นะ) ฉันเขียนงานอย่างอื่นไม่ได้เลย ภาระก็เยอะนะ แต่เริ่มทำไม่ได้ มีอาจารย์ที่สอน พูดไว้ว่าทำงานอะไรก็ไม่ยากหรอก ทุกคนทำได้ แต่สิ่งที่ยากที่สุด คือ เริ่มทำ เออ มันก็จริงซะด้วยสิ

สุดท้ายฉันได้กลอน 1 บท เขียนเล่นๆ ลองอ่านดูมั้ยล่ะ เผื่อมันจะโดนใจใครๆ ที่ผ่านมาอ่านเจอ

 

                หรือว่าเป็นเพราะความห่าง  ความเหงา

                ทำให้เราต้องหวั่นต้องไหว

                หรือว่า เธอ คือคนต้องตาต้องใจ

                 หรือเพราะอะไรไม่เข้าใจตัวเอง

 

อารมณ์ศิลปินไหลมาเรื่อยๆ แหล่ะเนาะเรา

 

 

ความรัก

แล้วความรักล่ะ ตอนฉันมีความรัก ฉันถ่ายทอดออกมาเป็นบทกวีหรือเปล่า ฉันมองหามันไม่เจอเลย ว่าฉันขีดๆเขียนๆ แล้วเก็บมันไว้ใหนบ้างเอ่ย

อ๋อ (อิ อิ เขินจัง) จะเจอได้ยังไงล่ะ ตอนที่ฉันอารมณ์บรรเจิดและขีดเขียนกลอนรัก ฉันก็เอาให้คุณไปหมดแล้วงัย ที่เหลือกับฉันจึงไม่มี

เออที่ฉันให้คุณไป มันยังเหลืออยู่หรือเล่าน๊าอยากรู้จัง