นั่งเพลินหยิบกล้องมาถ่ายรูป(กล้องคนอื่นเสียด้วย) ซูมเข้าซูมออกไม่ถนัด แต่ได้ภาพชัดเจนดีครับ

ตอนอยู่ไกลๆ ซูมไม่ถนัดเลยถ่ายก่อน

                       เริ่มเป็นๆ

                    ใกล้แล้ววุ้ย

       เหลือครึ่งใบแล้ว

                    เกือบแล้ว

                             สวยงามมั่กๆ

 กับแสงสุดท้าย การเดินทางจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง ...

กับคนที่ฉันวางมือไว้ในมือ วางหัวใจไว้กับหัวใจ ....

กับการที่จะก้าวไปข้างหน้า ด้วยความเข้าใจ....

และไม่มีใครตอบได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับวันข้างหน้า....

เหมือนแสงแห่งตะวัน ยามเย็นที่ไม่เคยเหมือนเดิมสักครา....

และท้ายสุดต้องขออภัยสำหรับท่านที่ติดตามดูว่ามันจะมิดขอบฟ้าหรือไม่ เจ้ากรรม เเบตดันหมด โธ่ กำลังถ่ายได้เข้าขั้นแล้ว อย่างนี้ก็จบเลย ต้องไล่ตามเตะก้นรุ่นน้องที่ แบตหมด กล้องอื่นๆ ก็ไม่มี เคืองวุ้ย!!!

มาวันอาทิตย์ ทราบข่าวว่า หัวหน้าห้องของผมได้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปแล้ว บุคคลที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา คู่ทุกข์คู่ยาก ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ครับ

เป็นจริงใช่ไหม...การเดินทางของตะวัน
ย่อมหมายถึงการอำลาของหมอกเมฆ
ทว่านิ่งนานเพ่งพินิจดูในสายตาแลเห็น
มีชีวิตหนึ่งซุกซ่อนอยู่ตรงนี้ ตรงนั้น
ชีวิตจึงชื่นสุขทั้งทุกข์เศร้าคละเคล้ากัน

ทว่าในท่วงทำนองของละอองชีวิตเล็กๆ
ยังพอให้เราเรียนรู้และควรค่าแก่การจดจำ
ยากนักจะลืมเลือน มิใช่หรือ!
ในห้วงฤดูหนาว...หลายคนจึงมองเห็น
ความรักและความเศร้าล่องลอยอยู่

ในทางเดินแห่งชีวิตของคนเรา
บางทีก็ต้องใช้เวลานานโข กว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
จากเส้นทางชีวิตสายหนึ่งไปสู่อีกสายหนึ่ง
จากทางมืดไปสู่ทางสว่าง
จากเส้นทางอันเปล่าเปลี่ยว
ไปสู่เส้นทางอันคับคั่งสมบูรณ์ด้วยชีวิต
แต่สำหรับบางคน- -
คงหลงเดินอยู่ในทางมืดและเปล่าเปลี่ยวนั้น
จนกระทั่งวันตาย!

การเดินทางของแสงตะวันในทุกๆวันก็เปรียบเหมือนการใช้ชีวิตของคนเรานะครับ เมื่อไหร่ที่มีแสงสุดท้าย เมื่อนั้นก็จะมีการเริ่มต้นใหม่เกิดขึ้น ขออุทิศส่วนบุญ รวมถึงส่วนกุศลใดๆให้กับญาติสนิท มิตรสหาย พ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่าตายาย ครูบาอาจารย์ และผู้ที่ละจากโลกนี้ไปแล้วให้พอเจอแต่ความสุขความเจริญ ไม่ว่า ภพนี้หรือภพหน้าครับ

วันนี้เริ่มต้นวันใหม่ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนทำงานด้วยคนนะครับ วันนี้ผมต้องเดินทางไปร่วมกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์กับเขาด้วย

เริ่มแล้วสินะครับ...การเดินทางของตะวัน