การประชุมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำแผนที่ผลลัพธ์ (Outcome Mapping)” จัดขึ้นโดย สถาบันวิชาการเพื่อการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพชุมชน หรือที่เรียกย่อๆ ว่า สวสช. ภายใต้มูลนิธิแพทย์ชนบท คณะทำงานสพช.ภาคใต้ได้เดินทางไปร่วมประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วย พี่แมว อมรรัตน์ ลิ่มเฮง ,ฮอดีเยาะ หลีเยาว์ และหมอจุ๊ก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ นอกจากจะเป็นประธานคณะทำงานสพช.ภาคใต้แล้วยังทำหน้าที่เป็นผู้จัดการและผู้ประสานงานสวสช.ภาคใต้ และนอกจากนี้ก็ยังมีตัวแทนจาก สพช.ส่วนกลาง คือคุณสุรศักดิ์ และคุณหมอเกษม เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วยในฐานะภาคีหุ้นส่วน การประชุมจัดขึ้นระหว่างวันพฤหัสบดีที่10 – ศุกร์ที่ 11 กรกฏาคม 51 ณ โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนวันพฤหัสบดี เวลา 08.30 – 09.30 น. ผู้เข้าร่วมประชุมมีหลากหลายวิชาชีพ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล อาจารย์ และตัวแทนจากองค์กรพัฒนาเอกชน กิจกรรมในการประชุมครั้งนี้ในภาคเช้าก็จะเป็นการเล่าถึงที่มาที่ไปของสวสช.และตัวแทนแต่ละภาคมาเล่าการดำเนินงานของสวสช.ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ประธานเปิดพิธีโดย นพ.อุกฤษฎ์ มิลินทางกูร ประธานกรรมการอำนวยการ สวสช. รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้กล่าวว่า เรื่องระบบสุขภาพเป็นเรื่องที่กว้างกว่าระบบสาธารสุข หลักในการทำงานเรื่องระบบสุขภาพ ต้องเริ่มที่ฐานราก คือ ชุมชน เรื่องสุขภาพหรือสุขภาวะ คือ ต้องเริ่มพัฒนาจากระดับฐานราก ฉะนั้น เมื่อฐานรากมั่นคงปลายหรือยอดจะไม่มีปัญหา เปรียบเสมือนกับเจดีย์ ที่จะต้องมีฐานที่มั่นคงเพราะฉะนั้นชุมชนจะมีสุขภาพดีจะต้องเริ่มต้นที่การพัฒนาจากฐานรากให้ดีก่อน การพัฒนาฐานรากไม่ได้หมายถึงเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขหรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเท่านั้นจะต้องรวมไปถึงองค์กรอื่น ๆ เช่น จากการพัฒนาพื้นที่ในเชิงประเด็น จากพื้นที่เล็กจนกลายเป็นนโยบายสาธารณะ ภาคประชาชนและภาคท้องถิ่นต้องร่วมด้วย
ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ เปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปเพื่อการปรับให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน เริ่มมีการปรับเปลี่ยนความคิด ไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
นพ.สมยศ ศรีจารนัย ผู้จัดการส่วนภูมิภาคเครือข่าย สวสช. ได้พูดถึง สวสช. ว่าเครือข่ายสุขภาพชุมชน องค์กรรับผิดชอบ คือ สถาบันวิชาการเพื่อการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพชุมชน หรือที่เรียกย่อๆ ว่า สวสช. ภายใต้มูลนิธิแพทย์ชนบท สนับสนุนงบประมาณจาก สสส. ในชื่อแผนงานการจัดการความรู้ที่สอดคล้องกับสุขภาวะชุมชน ภายใต้แผนงานใหญ่ของ สสส.ที่ว่าแผนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพผ่านระบบบริการสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ของแผนงาน สวสช. คือ สร้างและเพิ่มขยายทุนทางสังคมที่มีอยู่ในลักษณะเครือข่ายสุขภาพชุมชน โดยกระบวนการจัดการความรู้ นำไปสู่การขยายสู่สุขภาวะที่ยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ คือ 1. พัฒนาองค์ความรู้จากการทำงานเครือข่าย 2. พัฒนาระบบและศักยภาพของบุคลากรในเครือข่ายเพื่อให้ต่อยอด 3. เพื่อนำความรู้ไปขยายผล 4. พัฒนากลไกการสนับสนุนภาค โดยมีแนวคิดการดำเนินงาน ได้แก่ 1.สร้างและขยายเครือข่าย 2.สุขภาวะของชุมชน 3.ทำงานแบบสหวิชาชีพ และ 4.การจัดการความรู้ จุดเริ่มต้นจากทีมสุขภาพ 5 สาขา ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และหมออนามัย ปัจจุบันมีทีมสุขภาพ มีมากกว่า 5 สาขา เช่น องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น. กลุ่มต่างๆในชุมชน อสม. และภาคเอกชน มีดำเนินการระดับพื้นที่ ระดับเครือข่ายสุขภาพชุมชนประจำภาค และระดับประเทศ
การนำเสนอเรื่องเล่าจากตัวแทนผู้จัดการสวสช.ระดับภาค
เริ่มต้นจากภาคเหนือ คุณหมอพจนา ได้เล่าว่า สิ่งที่ดึงดูดคนให้มาหากัน คือ สุขภาวะชุมชน ความสุขของตัวเอง เริ่มต้นจาก ปี 49 ได้ร่วมงานกับพื้นที่ จากเดิมที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว มีการรวมกลุ่มชุมชนในพื้นที่ จากการแลกเปลี่ยนสิ่งดี ๆ ระหว่างพื้นที่ ทำให้เห็นความสุข ประชาชน กินอิ่ม นอนอุ่น หลับฝันดี เห็นภาพที่มีการรวมตัวและสิ่งดี ๆ โดยมีชาวบ้านเป็นคนคิดเอง ทำเอง ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิด ปรับวิธีการทำงานลงไปเรียนรู้กระบวนการทำงานชุมชนมากขึ้น
ภาคอีสานตอนบน คุณวรางคณา สสจ.หนองบัวลำภู >>แรก ๆ ทุกข์เพราะต้องทำงานตามตัวชี้วัดของประเทศ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อได้ทำการจัดการความรู้ที่สอดคล้องกับสุขภาวะชุมชน จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จนเกิดแนวคิดว่าความสุข คือ การทำงานร่วมกับชุมชน จึงได้ลงชุมชนเพื่อหาคำตอบว่าสุขภาวะชุมชนประกอบด้วยอะไรบ้าง เจ้าหน้าที่ที่ลงไปบอกว่าพบความสุขคือ การทำงานในชุมชน แต่ก็แฝงด้วยความทุกข์เพราะต้องทำงานตามตัวชี้วัดของประเทศ กลัวว่าทำแล้วไม่ตรงตามตัวชี้วัดของประเทศ จึงหาวิธีการใหม่โดย เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มเติมพัฒนาศักยภาพ และร่วมทีมกับองค์กรชุมชน พยายามมองหาคนทำงานที่มีแนวคิดเหมือนกัน ตอนแรกที่เห็นว่าใครทำงานชุมชนแล้วถูกมองว่าแปลกแต่เมื่อได้เจอกับกลุ่มที่ทำงานชุมชนด้วยกันแล้วมีความสุขก็เกิดกำลังใจที่จะทำต่อ เมื่อทำแล้วเห็นผล การจะทำงานให้เกิดผลต้องทำในประเด็นที่ชุมชนสนใจ จนถึงปีที่ 3 สามารถจับหัวใจชุมชนจากเด็กเยาวชน ต่อมาเริ่มมีการต่อยอดองค์ความรู้ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การลงไปเยี่ยมพื้นที่ (การทำงานชุมชนต้องเริ่มจากเจ้าหน้าที่มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการคิด)
ภาคใต้ คุณหมอสุภัทร รพ.จะนะ >> จากระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา ภาคใต้เริ่มต้นจากการรับสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยการให้ทุนในการสนับสนุนโครงการ โดยมีจุดเน้นที่ การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ มีการเยี่ยมพื้นที่ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่ เห็นชัด เช่น ที่คีรีวงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการทำเกษตรปลอดสารพิษ ครูชบ อ.จะนะ สงขลา ที่ทำเรื่องสัจจะวันละบาทจนโด่งดังไปทั่วประเทศ และการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านไม้ขาวที่ จ.ภูเก็ต
สวสช.เป็นตัวเติมเต็มขบวนเปรียบเสมือนจิ๊กซอ ที่คอยสนับสนุนส่วนหนึ่ง เช่น กรณี บ้านไม้ขาว จัดทำค่ายเยาวชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก สวสช.ในขณะที่ยังมีอีกหลาย ๆ โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรอื่น ๆ การที่ สวสช.เคลื่อนไปทางใต้ก็มีกระบวนการคล้ายกับที่ สพช.ทำ หลาย ๆ เครือข่ายที่อยู่ในเครือข่ายของ สพช.ก็อยู่ในเครือข่ายของสวสช.มีกลไกคล้าย ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่มี วัตถุประสงค์คล้าย ๆ คือ เรื่องสุขภาวะที่ไกลกว่าสาธารณสุข
ภาคอีสานตอนล่าง คุณหมอโต้ง วิวัช ชัชวงวาล รพ.มหาราช นครราชสีมา >>จากการเชื่อมเครือข่ายเกิดการจัดการความรู้ มีโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น โครงการห้องสมุดสีชมพู เป็นห้องสมุดที่เชื่อมกับชุมชน มีการนำหมูป่ามาเลี้ยงในโรงเรียน มีการเลี้ยงกบ และเลี้ยงจิ้งหรีด เป็นอาหารกบ การให้พี่สอนน้อง และมีการตั้งชมรมทันตะภูธร ตั้งเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน
ภาคกลาง คุณหมอบอย พงเทพย์ รพ.คลองหลวง ปทุมธานี >>จุดเริ่มต้นแนวคิด จากอาจารย์หมอประเวศ วะสี ที่ต้องการให้เกิดระบบสุขภาพชุมชน จากแนวคิดที่ว่า ชุมชนเข้มแข็งเกิดจากการมีส่วนร่วมของชุมชน เจ้าหน้าที่เพียงคอยให้คำปรึกษาเกิดกิจกรรมร่วม เกิดหุ้นส่วน คนในชุมชนเป็นตัวควบคุมระบบ เราเริ่มจากระบบสุขภาพชุมชน เริ่มที่รพ.ไปเชื่อมโยงกับชุมชนที่เข้มแข็ง แต่ รพ.และอนามัยเองต้องเข้มแข็งก่อน เราต้องสร้างระบบเครือข่ายขึ้นมาแล้วให้เรียนรู้กันและกัน ชุมชนเข้มแข็งจะสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมกันหลาย ๆ ส่วน ชุมชนมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับล่างที่เจ้าหน้าที่เข้าไปบริหารจัดการระบบต่าง ๆ กับชุมชนนั่นคือ ระดับที่ยังไม่มีส่วนร่วม หรือการเข้าไปดูแล ซึ่งหลาย ๆ แห่งจะทำงานในลักษณะนี้ แต่เมื่อถัดขึ้นไปอีกหน่อย คือ การที่เจ้าหน้าที่เข้าไปให้ข้อมูลกับชุมชน แต่ก็ยังเป็นระดับต้น และอีกระดับหนึ่ง การเข้าเป็นมีกรรมการร่วม แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังเป็นคนชี้นำอยู่ ถัดขึ้นมาอีกคือเป็นกรรมการร่วมโดยให้ทุกคนมีสิทธิมีเสียงแต่เจ้าหน้าที่ยังเป็นคนตัดสินใจอยู่ ถัดขึ้นมาระดับสูงนิดหนึ่งคือเป็นหุ้นส่วน มีสิทธิมีเสียงที่ไกล้เคียงกัน ขึ้นมาที่ระดับสูง คือ คนในชุมชนเป็นคนควบคุมระบบทั้งหมด
ระบบสุขภาพมีความหลากขึ้นอยู่กับบางพื้นที่ แต่ละพื้นที่จะเป็นการดึงหลาย ๆ ฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมได้ แต่ขึ้นกับบริบท ขึ้นกับชุมชน เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาล มีความเข้มแข็งมีความเชื่อความเข้าใจ ในการมีส่วนร่วมของชุมชน
สวสช.อยากเข้าใจความหลากหลายของชุมชนและตัวของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข การเปลี่ยนวิธีคิดจากผู้เข้าร่วมในส่วนของภาคกลางจะมีความแตกต่างกับภาคอื่น ๆ เริ่มต้นจากการมีส่วนร่วมของความหลากหลาย การมีชุมชนเมืองมาก ๆ จะทำให้การมีส่วนร่วมของชุมชนลดน้อยลง การสร้างเครือข่ายต่าง ๆ การนำประสบการณ์มาเป็นบทเรียนและผู้นำในพื้นที่นั้น ๆ เป็นส่วนช่วยให้ทุกคนสามารถเป็นหุ้นส่วนที่จะทำให้ระบบสุขภาพชุมชนงอกขึ้นเองโดยไม่ต้องผ่านหน่วยงาน
การทำแผนที่ผลลัพธ์ (Outcome Mapping) โดย
น.พ.อำนาจ ศรีรัตนบัลล์ >>> Outcome Mapping คือ การใช้แนวคิด โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบ (System thinking) โดยการมีส่วนร่วม และการเขียนแผนงานโครงการแบบผสมผสาน ทำไมเราต้องทำแผนที่ผลลัพธ์ ก็เพื่อปรับแนวคิด จากแผนงานมีระยะเวลาจำกัด มีคนจำกัด แต่ในขณะที่มีผู้รับประโยชน์จำนวนมาก เราไม่สามารถทำงานให้ผู้รับประโยชน์โดยตรง แต่เราต้องทำงานผ่านภาคี เพราะภาคี จะยังคงอยู่หลังจากที่แผนงานสิ้นสุด ถ้าจะประเมินต้องไปดูผลที่เกิดกับภาคี ดูพฤติกรรมของภาคี ภาคีหุ้นส่วนคือ บุคคล กลุ่มบุคคล องค์กรที่แผนงานทำงานด้วย ผลลัพธ์คือ พฤติกรรรม (ความสัมพันธ์ กิจกรรม การกระทำของบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กร หรือชุมชนที่เป็นภาคีหุ้นส่วน เช่น
คลินิกเลิกบุหรี่ ดูผลได้จาก
• อัตราการเข้ารับบริการ Output
• อัตราผู้รับบริการที่เลิกบุหรี่ได้ Outcome
• อัตราการสูบบุหรี่ในชุมชนลดลง Impact
• อัตราการการเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่ในชุมชนลดลง
• สุขภาพคนในชุมชนดีขึ้น
การพัฒนาชุมชน ดูผลจาก
• ชุมชนมีการรวมตัวกัน Output
• ชุมชนลดรายจ่าย Output
• ชุมชนประกอบอาชีพเพิ่มรายได้ Outcome
• หนี้สินลดลง Impact
• ชุมชนมีความสุข
ขั้นตอนและวิธีการทำแผนที่ผลลัพธ์
แผนที่ผลลัพธ์ (Outcome Mapping) คืออะไร
แผนที่ผลลัพธ์เป็นชื่อของเครื่องมือหรือวิธีการ (Methodology) สำหรับใช้เพื่อการติดตามการทำงานและประเมินผลโครงการ (หรือแผนงาน) ที่ศูนย์การวิจัยเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (International Development Research Center) ของแคนาดาสร้างขึ้นมา เพื่อให้เหมาะกับโครงการเพื่อการพัฒนา
การพัฒนาเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน และคนกับสิ่งแวดล้อม แผนที่ผลลัพธ์ต้องเน้นที่คน จึงเปลี่ยนแนวคิดของกระบวนการประเมินผลโครงการ จากเดิมที่เน้นการประเมินผลกระทบ (Impact) ของโครางการ (เช่น ความตรงประเด็นของนโยบาย การลดความยากจน หรือดารลดความขัดแย้ง) มาเป็นการเน้นการประเมินผลลัพธ์ (Outcome) ของโครงการ ซึ่งหมายถึง การเปลี่ยนพฤติกรรม (การกระทำ กิจกรรม หรือความสัมพันธ์) ของบุคคล กลุ่มคน และองค์กรที่โครงการดำเนินการด้วยโดยตรง
รูปแบบของแผนที่ผลลัพธ์
แผนที่ผลลัพธ์ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน รวม 12 ขั้นตอน ดังนี้
ส่วนที่หนึ่ง การวางเจตนารมณ์ (Intention design)
ขั้นตอนที่ 1 การสร้างวิสัยทัศน์ (Vision)
ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดพันธกิจ (Mission)
ขั้นตอนที่ 3 ภาคีหุ้นส่วน (Boundary partners)
ขั้นตอนที่ 4 ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ (Outcome Challenge)
ขั้นตอนที่ 5 ตัวบ่งชี้ความก้าวหน้า (Progress Marker)
ขั้นตอนที่ 6 แผนที่ยุทธศาสตร์ (Strategy Map)
ขั้นตอนที่ 7 การดำเนินงานขององค์กร (Operational Practices)
ส่วนที่สอง การติดตามการทำงาน (Outcome & Performance Monitoring)
ขั้นตอนที่ 8 จัดลำดับความสำคัญเพื่อการติดตามการทำงาน (Monitoring Priorities)
ขั้นตอนที่ 9 แบบบันทึกผลลัพธ์ (Outcome Journal)
ขั้นตอนที่ 10 แบบบันทึกยุทธศาสตร์ (Strategy Journal)
ขั้นตอนที่ 11 แบบบันทึกการการดำเนินงาน (Performance Journal)
ส่วนที่สาม การวางแผนการประเมินผล (Evaluation Planning)
ขั้นตอนที่ 12 แผนการประเมินผล (Evaluation Plan)
1. วิสัยทัศน์
เป็นความฝันหรือภาพในอุดมคติที่โครงการอยากมีส่วนช่วยให้เกิดขึ้น เป็นภาพกว้าง ๆ ของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของภาคีหุ้นส่วนสำคัญ ๆ วิสัยทัศน์มีความเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ แต่มีมุมมองและขอบเขตที่ลึกและกว้างไกลกว่า หรือจะพูดว่าวิสัยทัศน์คือเป้าหมายสูงสุดของโครงการก็ได้
2. พันธกิจ
อธิบายสิ่งที่โครงการตั้งใจจะทำเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามวิสัยทัศน์ที่แสดงไว้ รวมถึงแนวทางการทำงานด้วยกัน ถ้าวิสัยทัศน์เป็นความฝัน พันธกิจคือส่วนที่ทำให้เป็นจริงได้ในขณะนั้น
3. ภาคีหุ้นส่วน
คือ บุคคล กลุ่มคน หรือองค์การ ที่โครงการดำเนินการด้วยโดยตรง และโครงการพอจะมีอิทธิพลไปถึง (ที่จะช่วยทำให้เปลี่ยนพฤติกรรม)
ภาคีหุ้นส่วน (Boundary partners) เป็นแนวคิดสำคัญของแผนที่ผลลัพธ์ว่า ภาคีหุ้นส่วน คือ ผู้ที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อการพัฒนา โครงการเป็นเพียงผู้เข้าไปกระตุ้นให้กระบวนการดำเนินการไปได้สะดวกขึ้น ด้วยการสนับสนุนด้านทรัพยากร ความคิด หรือโอกาสเพียงแค่ชั่วระยะเวลาหนึ่งเทานั่น
โครงการมีอิทธิพลต่อภาคีหุ้นส่วน และภาคีหุ้นส่วนมีอิทธิพลต่อการพัฒนาโครงการพบกับภาคีหุ้นส่วนที่แดนต่อแดนของเขตอิทธิพลนี้ (Boundary) ในภาษาอังกฤษจึงเรียกภาคีหุ้นส่วนว่า Boundary partner
4. ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์
คือ ข้อความที่แสดงให้เห็นว่า หากโครงการประสบความสำเร็จด้วยดี ภาคีหุ้นส่วนจะมีพฤติกรรม (หรือกิจกรรม การกระทำ และความสัมพันธ์) กับผู้อื่นอย่างไรบ้าง โดยมีทิศทางมุ้งไปที่วิสัยทัศน์และมีความครอบคลุมตามที่กำหนดไว้ในพันธกิจ
หรือพูดง่าย ๆ ว่าโครงการตั้งใจจะเห็นภาคีหุ้นส่วนทำ (แสดงพฤติกรรม การกระทำ กิจกรรม ความสัมพันธ์) อย่างนี้
5. เกณฑ์บ่งชี้ความก้าวหน้า
คือ การนำผลลัพธ์ที่พึงประสงค์แต่ละข้อ มาแตกออกเป็นข้อย่อย เพื่อแสดงให้เห็นพัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เป็นลำดับจากระดับที่เกิดขึ้นได้ง่ายไปสู่ระดับที่กำหนดไว้ในผลลัพธ์ที่พึงประสงค์เพื่อนำไปใช้สำหรับติดตามความก้าวหน้าของภาคีหุ้นส่วนต่อไป
เกณฑ์บ่งชี้ความก้าวหน้า แบ่งเป็นสามระดับ คือ ระดับง่ายที่สุดเรียกว่า ระดับที่คาดว่าจะเกิด ควรมีประมาณ 4 ข้อ ระดับที่ยากขึ้น เรียกว่า ระดับที่หวังว่าจะเกิด ควรมีประมาณ 8 ข้อ และระดับสูงสุดเรียกว่า ระดับที่เกิดขึ้นได้ก็ดี (Love to see) ควรมีประมาณ 3 ข้อ รวมกันแล้วไม่ควรเกิน 15 ข้อ การจำกัดจำนวนเป็นคำแนะนำเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในการติดตาม
ระดับที่คาดว่าจะเกิด มักเป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงการมีส่วนร่วมแบบตอบสนอง (Reactive participation) ระดับที่ยากขึ้น เป็นพฤติกรรมที่ก้าวหน้าขึ้น แสดงถึงการเริ่มเรียนรู้หรือการมีส่วนร่วมแบบเริ่ม (Active learning or engagement) และระดับที่เกิดขึ้นได้ก็ดี เป็นพฤติกรรมที่กำหนดไว้ในผลลัพธ์ที่พึงประสงค์หรือสูงกว่านั้นหากเห็นสมควร
เกณฑ์แต่ละข้ออยู่ในรูปแบบของ ใคร กำลังทำอะไร อย่างไร โดยให้เป็นพฤติกรรมที่สังเกตได้ เกณฑ์บ่งชี้ความก้าวหน้าจึงเป็นเสมือนตัวชี้วัด แต่เป็นตัวชี้วัดที่ต้องใช้เป็นชุด เพราะใช้สำหรับติดตามความก้าวหน้า
ในการประชุมครั้งนี้จะช่วยกันคิดมีเพียง 5 ขั้นตอน คือ
1. วิสัยทัศน์
2. พันธกิจ
3. ภาคีหุ้นส่วน
4. ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์
5. เกณฑ์บ่งชี้ความก้าวหน้า
งานวันที่10 - 11 ก.ค. มีการทดลองทำแผนที่ผลลัพธ์ หรือไม่ค่ะ
สคส. เคยจัด workshop ให้ภาคี สสส. เรื่อง OM โดยเฉพาะ มีกำหนดจัดวันที่ 30 31 ก.ค. และ 1 ส.ค. เป็นรุ่นที่ 3
มี planet ที่รวมภาคีที่เข้าอบรมแล้ว คือ
http://gotoknow.org/planet/thaihealth-program
อยากเชิญชวนให้เข้ามาแลกเปลี่ยนกันค่ะ
อ้อม
ต้องขอบคุณ คุณหญิง,อ้อ,อ้อม มากเลยคะที่มาแลกเปลี่ยน คณะทำงาน สพช.ภาคใต้ ยินดีและจะติดตามความเคลื่อนไหวต่อไปคะ
ขอบคุณคะ สำหรับการบันทึกที่ให้ได้เรียนรู้ สิ่งดีๆ ชอบคำนี้คะ การปรับเปลี่ยนความคิด นำไปสู่การปรับเปลียนพฤติกรรม ขอบคุณคะ
สวัสดีคะพี่ ก้ามปู
ไม่เจอกันนานคิดถึงจังเลยคะ