ติดต่อ

น่าทึ่ง...ไม่น่าเชื่อ

  ความงดงามทางกระบวนการทางปัญญาของระดับชาวบ้าน...ที่ติดดิน..ไม่มีแม้แต่ใบปริญญา..ใดใดสิ้น..แต่นั่นไม่ได้สำคัญอะไรเลย..  

          จากการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมงานไตรภาคีฯ ได้มาทำเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันตาม “โครงการพัฒนาศักยภาพทีมสุขภาพภาคประชาชน” เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2549 ที่ผ่านมา เอื้อให้เกิดเวทีขึ้นโดย สอ.เขาปู่ สิ่งที่ผู้บันทึกได้พบเจอ...อยากจะพูดว่า "มหัศจรรย์" มากนั่นคือ..ความงดงามทางกระบวนการทางปัญญาของระดับชาวบ้าน...ที่ติดดิน..ไม่มีแม้แต่ใบปริญญา..ใดใดสิ้น..แต่นั่นไม่ได้สำคัญอะไรเลย..

          เมื่อเราในทีมออกไป small talk น้อยๆ..กับผู้เข้าร่วม..สิ่งแรกที่พบเลยคือ..."แววตา"..ที่เป็นประกายบ่งบอกอะไรบางอย่างที่เขาพกพามาด้วย...นั่นคือ...ความมุ่งมั่นและตั้งใจอันเต็มเปี่ยม..แรกเริ่มเดิมที "พี่หมาย" และ "พี่จิ๋ม".(ผู้ดำเนินกลไกให้เกิดความคล่องตัวในโครงการฯ)..กังวลมากเพราะผู้มาเข้าร่วมมาน้อยกันเหลือเกิน..แต่พอสายสักหน่อยเขาก็เริ่มทยอยพากันมาเรื่อย..แต่จำนวนในเชิงปริมาณในทีมฯ เราไม่ได้กังวล...หรือมองว่าเป็นปัญหา..แต่หากมองในแง่คุณภาพมากว่า...

 

          ความพร้อม...ของ "ชาวบ้าน" เรามองว่าเป็นเรื่องที่ Classic มาก...เพราะไม่ว่าเราจะดำเนินเรื่องไปในทำนองไหนก็ตาม..นั่นหมายถึง...เขามีความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมที่จะกระโดดร่วมไปกับเรา...แต่อาจมีเงื่อนไขเพียงเล็กน้อย..นั่นคือ..."ความไว้วางใจ"...ที่มองว่าเรา.."ทีมงานไตรภาคีฯ"..เชื่อในเขาเหล่านั้นมากน้อยแค่ไหน...และเราก็พบว่า...เรา (ชาวบ้านและทีมฯ)..ไร้เงื่อนไขใดใด..จริงๆ...การขับเคลื่อนของเวที..โดย คุณ "ชายขอบ"..เป็นผู้บังคับหางเสือ..จึงได้แล่นไป..ด้วยความเข้าอกเข้าใจในอุดมการณ์ที่เราร่วมจะทำกัน..ในการพัฒนาสุขภาพ

          ช่วงเช้า..เราแบ่งกลุ่มคุยกันเพื่อให้เวทีดูเล็กลง..แต่ทั่วถึงมากขึ้น..พูดจาตามประเด็นที่มองในสภาพบริบทที่แท้จริงของชาวบ้าน..สิ่งที่พบคือ.."ความจริงจังและเอาจริงๆนะ.." มีการผลัดกันพูด เสนอ..ถก..และได้ข้อสรุปร่วม...มีการบันทึก..ประเด็นที่กันลืม..โดยปราศจากคนสาธารณสุข..เข้าไปควบคุมกำกับใดใด..แต่เขา(ชาวบ้าน)..ก็พากัน..หาข้อสรุป..ที่มาจากพลังของกลุ่มคนในท้องที่จริงๆ...เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครพยายามยัดเหยียดให้..นั่นแสดงให้เห็นว่า...นอกจาก "ใจ" ที่มา..กระบวนการทางปัญญา..ก็ไม่ได้ขาดหรือลืมที่จะพกพามาด้วย..เพราะธรรมชาติที่แท้จริงเขามีมาอยู่แล้ว..เพียงแต่เราช่วยเอื้ออำนวยให้เขาดึงออกมาใช้หรือไม่ก็เท่านั้นเอง

 

           ระหว่างอาหารมื้อกลางวัน..ทีมฯเราได้ร่วมทานข้าว..กับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ (คือ ชาวบ้าน)..โดยไม่มีการแบ่งแยกไปนั่งโต๊ะ..อย่างเป็นเจ้านายตามภาพมองของชาวบ้าน..เราเข้าไปคลุกเคล้าพูดคุย..ลปรร.  ร่วมกัน..เพื่อเพิ่มรสชาติอาหาร..ให้อร่อยยิ่งขึ้น...สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น..ชาวบ้าน "แหลงใต้"..ในขณะที่ดิฉัน "เว้าอีสาน"..ไม่เป็นอุปสรรคใดใดเลย...ยิ่งทำให้การพูดคุยเรา..ได้อรรถรสมาก..เพราะนั่นเราคุยกันด้วย "Mind"....จริงๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 19061, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 9, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #วิจัยและพัฒนา#mind#understanding#k_mind

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (9)

ดอกหญ้า
IP: xxx.47.247.139
เขียนเมื่อ 
นึกภาพ นึกบรรยากาศได้เลยคะ  แม้จะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์  ยิ้มมม กับมิตรภาพและความเข้าใจอันดีที่ไม่มีสิ่งใดๆ มาขวางกั้นได้
ชายขอบ
IP: xxx.47.247.139
เขียนเมื่อ 
     หากผมไปทำเวทีที่ไหนนะครับ ประเด็นหนึ่งที่จะขอทำความตกลงกับผู้จัดคือ เวลารับประทานอาหารว่าง หรือเที่ยงก็แล้วแต่ จะไม่ต้องมีโต๊ะวิทยากร หรือโต๊ะแขกพิเศษ และในทีมงานที่ไปกับผมก็เช่นกัน อย่าได้นั่งรวมกัน ให้แยกกันไปสร้างปฏิสัมพันธ์ รวมถึงประเมินผลกลับมาด้วย เพื่อพร้อมปรับปรุงในทันทีที่จะเริ่มเวที่ใหม่ในห้วงเวลาถัดไปทันที นี่คือที่มาของ "ทีมฯเราได้ร่วมทานข้าว..กับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ (คือ ชาวบ้าน)..โดยไม่มีการแบ่งแยกไปนั่งโต๊ะ..อย่างเป็นเจ้านายตามภาพมองของชาวบ้าน" ตามที่ Dr.Ka-poom ได้เล่าไว้
ตัวแสบจอมกวน
IP: xxx.113.80.141
เขียนเมื่อ 

เป็นการเข้าถึงชาวบ้านได้ดี โดยไม่ทำให้ชาวบ้านกลัว หรือ    ไม่กล้าที่จะคุยด้วยและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ชาวบ้านว่าเขานั้นก็มีความคิดที่ดี ไม่แพ้ดอกเตอร์เลยแม้แต่น้อย   เพียงแต่เขาไม่กล้าแสดงออกมาให้เห็น เขาแค่ต้องการผู้ที่หยิบยื่นโอกาสให้เขาได้แสดงศักยภาพทางความคิดที่ตัวเขามีอยู่ ให้   ออกมาอย่างเต็มที่ก็เท่านั้นเอง

ชายขอบ
IP: xxx.113.76.10
เขียนเมื่อ 

     ทึ่งอย่างยิ่งยวด...เมื่อได้รู้ว่าพี่ "ตัวแสบจอมกวน" อยู่ ม.3 ในระบบการศึกษากระแสหลัก แต่การให้ความเห็นยอดเยี่ยม เติมเต็ม ต่อยอดความรู้ ความเชื่อ นับถือ...นับถือ

     นี่แหละ! หากระบบการศึกษาไม่ปิดกั้นไว้เสีย รับรองเราน่าจะเชื่อกันได้เสียทีว่า "เด็กไทย ใครว่าไม่ฉลาด (...)"

Dr.Ka-poom
IP: xxx.170.228.172
เขียนเมื่อ 

เด็กไทย...ใครว่าไม่ฉลาด (...)

ค่ะ..หลังจากที่คุณ "ตัวแสบจอมกวน"...ส่ง คห. มาดิฉันได้มีโอกาสติดต่อผ่าน mail  ที่ทิ้งไว้ให้..แล้วได้ Add Connect ติดต่อผ่าน MSN...จึงได้ทราบว่าคุณ "ตัวแสบจอมกวน" กำลังเรียนอยู่ ม.3 ที่ จ.ชลบุรี...บอกได้คำเดียวค่ะว่า "ทึ่ง"...ที่บ้านน้อง...คุณพ่อ-คุณแม่คอยเอื้ออำนวยสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ให้..และพี่สาวชักชวนให้เข้ามาอ่านหาความรู้ใน Blog gotoknow.org ....เน้นอีกครั้งนะคะ..ว่า "ทึ่งมากๆๆ..."

คนข้างนอก
IP: xxx.47.247.117
เขียนเมื่อ 
 "ตัวแสบจอมกวน"...และ"ชาวบ้าน"แสดงให้เห็นว่า          " ปัญญา " ไม่ได้อยู่ที่ปริญญาแต่อยู่ที่ความคิด  และการเรียนรู้ร่วมกันด้วยความไว้วางใจ
Dr.Ka-poom
IP: xxx.170.228.172
เขียนเมื่อ 

คุณ "คนข้างนอก"

สิ่งแรกคนเรามักถามกัน...ก่อนถามความคิดเห็นคือ
หรือเคลือบแคลงสงสัย...ความคิดเห็นนั้น
นั่นคือ..."คุณเรียนจบอะไรมา"...
ค่าความเป็นคน...เราวัดกันเพียงแค่นี้หรือ...
หากปัญญา..อันมีค่า..แต่กลับมองข้าม

คนข้างนอก
IP: xxx.47.247.117
เขียนเมื่อ 
" ค่าความเป็นคน " ไม่สามารถวัดเป็นมาตรวัดที่แน่นอนได้ ขึ้นอยู่กับ " คน " ที่จะให้คุณค่าความเป็นคน..ด้วยสิ่งที่ " ตน " มี
Dr.Ka-poom
IP: xxx.90.246.100
เขียนเมื่อ 

คุณ "คนข้างนอก"

เรามักวิ่งหาสิ่งที่เรียกว่า "ตัวชี้วัด"
เพื่อมาวัด...สิ่งที่เรียกว่า "คน"...คนทำงาน
หากทำไม...
"คุณภาพ"..ไม่เท่ากับ "ความสุข-ผู้ให้และผู้รับ"
มากกว่าที่จะวิ่งเอา "ตน"...ไปตัดสิน..."ตน" คนอื่น