ความตายที่ต้องเรียนรู้

  ติดต่อ

ธรรมทานที่ยังคงเหลืออยู่ ของคุณสุภาพร  พงศ์พฤกษ์ นั้นทำให้ฉันหวนระลึกถึงความตายของพ่อ(คุณพ่อวีระ  ลครวงศ์) ผู้สอนเรื่อง "มรณสติ" ให้แก่ลูก ผู้เป็นครู...ที่พ่อใช้แบบการตาย และการสละร่างกายนี้ และจากไปอย่างสงบ บทตัวอย่างการจากไปแบบไม่มีวันกลับของพี่อุ๊ (อ.นิ่มนวล  ศุภกำเนิด) ความตายที่มาเยือนอย่างกระทันหันของเก๋เพื่อนรัก (คุณจันทรานี  ชินคำ) เข้ามาย้ำเตือนเรื่อง ความตาย ... และบทชีวิตของคุณสุภาพร กลับย้อนเข้ามาให้รำลึก ถึงการจากไปของพ่อ และการเป็นครูสอนเรื่อง ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ตราบเท่าจนถึงวาระสุดท้ายแห่งลมหายใจ

 

ฉันเคยคิดว่า การตายของพ่อ คือ บาดแผลในจิตใจ...

 

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างการช่วยเหลือตามแบบแผนแพทย์แผนใหม่ กับการละวางร่างกายนี้ด้วยความสงบ รบกวนในจิตใจฉันตลอดสี่ห้าปีของการจากไปของพ่อ... วันนี้หากนับเวลาเท่ากับอายุของอะตอมสิบเอ็ดปี ที่ฉันยังคงต้องเรียนรู้เรื่องความตายจากพ่อผู้เป็นครูของลูกอยู่เสมอ บทเรียนนี้เริ่มชัดเจนยิ่งขึ้น และก่อร่างสร้างเป็นปัญญาในการรับรู้ของฉันชัดเจนยิ่งขึ้น

 

ก้มลงกราบด้วยความงดงาม...กับบทเรียนสุดท้ายที่พ่อสอนสั่งลูก

 

วันนี้ปิติยิ่ง...

ต่อการเกิด และเป็นอยู่ อย่างคนที่ตายตลอดเวลา... พร้อมการตื่นรู้แม้การตายเยือนอยู่ทุกขณะจิต

 

บทมรณสติสำหรับเราทุกคน

หนึ่ง    ความตายเป็นสิ่งแน่นอน

สอง    ความตายนั้นไม่แน่นอนว่าจะมาเมื่อไร

สาม    ความตายเวลาจะมาไม่เคยส่งสัญญาณเตือนมาก่อน

สี่        เวลาที่เราคิดว่าความตายจะมาได้ มันก็มาแล้ว

ห้า      มีปัจจัยมากมายเหลือเกินที่ทำให้ร่างกายแตกสลายได้

หก      แม้ปัจจัยที่ทำให้ร่างกายนี้ดำรงอยู่ก็ทำให้ร่างกายนี้แตกสลายได้

เจ็ด     ร่างกายนี้อ่อนแอ พร้อมเสมอที่จะแตกสลาย

แปด    ทุกขณะที่ผ่านไป ความตายก็ถอยร่นเข้ามา

เก้า     ชีวิตนี้สั้นนัก เหมือนน้ำน้อยในบ่อโคลน

สิบ      มีแต่กุศลและอกุศลธรรมเท่านั้นที่ตามติดตัวไปเมื่อร่างกายนี้แตกสลายแล้ว

 

คัดลอกจากหนังสือ อยู่เป็น เจ็บเป็น ตายเป็น ของคุณสุภาพร  พงศ์พฤกษ์

 

บทมรณสตินี้พึงเพียรทำทุกขณะจิต โดยที่เราไม่ต้องรอรั้งด้วยเหตุเวลาใดใด ขณะที่เราตื่นรู้ต่อความเป็นไปของชีวิตที่เป็นอยู่ในแต่ละวัน หากเรานำบทมรณสติมาเพียรระลึกถึง ย่อมจะทำให้เรามีพลังต่อการทำความดีได้ทุกกิจกรรมที่เราต้องเข้าไปข้องเกี่ยวสัมพันธ์ ทำให้เราโกรธ หรือไม่พอใจน้อยลง ทำให้เรามองสิ่งต่างรอบด้านด้วยใจที่งดงามและอ่อนโยนลง เมตตาต่อกันมากขึ้น ทำสิ่งที่ดีดีเป็นร่องรอยที่เหลืออยู่มากขึ้น

 

ความเป็นอิสระของชีวิต ไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์และการกระทำภายนอก หากแต่เป็นเรื่อง ภายใน ที่ไม่อยู่ในร่างกาย และพันธนาการทางอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ... การวางความรัก ความห่วง หวง อาลัย ยึด ... จากสภาวะต่างๆ ที่เข้ามากระทบทั้งทางร่างกาย การมอง การได้ยิน การได้กลิ่น การสัมผัส หรือแม้แต่ความรู้สึกทางใจที่เกิดขึ้น นี่แหละ คือ อิสระ... ที่เกิดขึ้น

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน In Mind

หมายเลขบันทึก: 180665, เขียน: , แก้ไข, 2013-09-06 19:01:33+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ความตาย#มรณสติ

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (10)

สวัสดีครับ

  • แวะมาทักทายครับ
  • อ่านแล้วได้สัจธรรม
  • สิ่งหนึ่งที่ต้องทำก่อนตาย คือ ทำดี ๆๆๆ ครับผม
เอ
IP: xxx.173.119.91
เขียนเมื่อ 

ข้อ 1 - ข้อ 9 แน่นอน แต่ข้อ 10 ยังต้องพิสูจน์ กันอีกครับ

สวัสดีครัีบคุณปุ๋มลุ๋ม

    สบายดีนะครัีบ ขออนุญาตมาต่อเพิ่มนอกตำราครับ

11. เกิดแก่เจ็บตาย ทุกลมหายใจ

12. เริ่มหายใจเข้าเกิดลมเข้าปอด จนปอดโตเต็มที่ในวัยโต

13. ภาวะการใช้ลมดีหรือออกซิเจนเริ่มเสื่อมลงเพราะเลือดนำไปใช้อยู่ในภาวะเจ็บ

14.แล้วแลกเปลี่ยนเอาลมหายใจออกมาในภาวะตาย ปอดแฟ่บลงมีขนาดเท่าตอนก่อนหายใจเข้าในรอบต้น

15. นี่คือหนึ่งรอบของการเกิดแก่เจ็บตาย อยู่กับเราทุกๆ รอบของลมหายใจ ทุกๆลมหายใจ จึงเกิดแก่เจ็บตาย เราเรียกความตายนี้ว่า ความตายสัมพัทธ์ คือยังไม่ตายจริง

16.หากวงรอบของลมหายใจนี้ไม่ทำงานครบรอบและต่อเนื่องนั่นคือภาวะสู่ความตายสัมบูรณ์

    อิิอิ แลกเปลี่ยนเล่นๆ คิดเพลินๆ นะครัีบ ชีวิตนี้มันแค่ หลับเดียวอิ่มเดียว และลมหายใจรอบเดียว แค่นั้นครัีบ.....อิอิ

  • สำหรับนกแล้วความตายไม่น่ากลัวเลยค่ะ
  • แต่สิ่งที่ทำก่อนตายนี่ซิคะ ต้องทำอะไรก่อนจึงตายได้
  • ว่าอย่างนั้นไหมคะ....
  • ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ค่ะ

 

Boo
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ พี่ดร.

* เมื่อก่อนปูจะไม่กล้าพูดเกี่ยวกับเรื่องความตายเลยค่ะ

* แบบกลัว ยิ่งเวลาพ่อ แม่พูด ก็จะ ไม่เอาๆ ป๋าอย่าพูดอย่างนั้นเชียว

* แต่เดี๋ยวนี้ กลับรู้สึกว่า การระลึกถึงความตาย เป็นเรื่องธรรมดา

* ทำให้เราอยู่อย่างไม่ประมาท

* ขอบคุณสำหรับ บทมรณสติ ค่ะพี่ดร.

เอาไว้อ่าน (ยังจำไม่ได้ค่ะ) ก่อนนอนคู่กับ อิติปิโส ชินบัญชร

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 
  • ครูโย่งคะ...ก่อนทำความดีเราละเว้นการทำความชั่วทั้งปวงก่อนค่ะ คนเรามุ่งแต่ทำความดี แต่น้อยมากที่จะละชั่วได้...ขอบคุณครูโย่งมากนะคะที่แวะมาทักทาย และต่อยอด..

 

  • คุณเอ...ความลังเลสงสัยจางหายไปมากพอสมควร...ต่อคำสอนสั่งจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า... ในข้อสิบที่ว่านี้เราไม่ต้องรอการดับสูญสิ้นไปหรอกค่ะ...เกิด-เป็น-อยู่ทุกวันนีก็เสมือนบทจำลองของข้อสิบนี้...เฉกเช่นกันค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

  • คุณเม้ง...คะ นานๆ ทีได้คุยกัน และมักนำแนวคิด..มาต่อยอดอยู่เสมอ ------> คือ ลมหายใจแห่งการเป็นและดับ.."หลับอิ่มเดียวและลมหายใจรอบเดียว" ชอบสำนวนนี้ค่ะ คนอีกมากมาย ไม่แม้จะรู้ตัวเลยค่ะว่า...มีลมหายใจ เพราะสักแต่ว่าหายใจ...ขอบคุณค่ะ

 

  • พี่นกคะ...ความตายไม่น่ากลัว แต่ในเบื้องลึกแล้วจริงๆ เรายังมีความกลัวนี้แอบซ่อนเสมอ... "สติ" เท่านั้นเป็นผู้กำหนดรู้ว่า นั่นเรากลัวหรือเหลือรากใยแห่งความกลัวนั้นอยู่หรือไม่..ขอบคุณพี่นกนะคะที่แวะมาทักทาย

 

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

น้องปูคะ...

ทำทุกขณะจิต เป็นการเจริญสติ...ที่ทำให้เราได้มีโอกาสมองเห็นความแง่งามของชีวิต และการเกิดเป็นมนุษย์นี้...

หมั่นเพียร...พิจารณาจิตตนเองอยู่เสมอนะคะ...อย่าได้รั้งรอเวลานั้นเวลานี้เลย...ทำเดี๋ยวนี้ทุกๆ ลมหายใจที่เรามีค่ะ Being Awake...

(^___^)

พี่กะปุ๋ม

 

kmsabai
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมนะครับ

ระลึกถึงท่านอาจารย์เสมอๆครับ  ในหลายๆวาระจิต

Boo
เขียนเมื่อ 

หมั่นเพียร...พิจารณาจิตตนเองอยู่เสมอนะคะ...อย่าได้รั้งรอเวลานั้นเวลานี้เลย...ทำเดี๋ยวนี้ทุกๆ ลมหายใจที่เรามีค่ะ Being Awake...

* ขอบคุณค่ะ พี่ดร.

* Bon voyage! 

* แล้วจะมาทักทายใหม่ หลังจากกลับจากชายแดน ไทย พม่า ค่ะ

แสงสุรีย์
IP: xxx.175.130.117
เขียนเมื่อ 

ความตายไม่มีนิมิต ไม่มีเครื่องหมาย พึงเจริญมรณานุสสติ แล้วเราจะมีชีวิตอยู่โดยไม่ประมาท แด๋เพื่อนผู้ร่วมโลกเกิดแก่เจ็บตาย ญาติแห่งภพ

ห้วงชีวิตอันเหลืออยู่น้อยนิด

จะพิชิตจิตกายไม่สิ้นหวัง

ละวางชั่ว มุ่งสงบ พบพระธรรม

นำสุขล้ำ สูงสุดสู่สามัญ