กำลังนั่งคุมสอบ Midterm อยู่คะ คิดดูแล้วก็ตลกดีนะคะ ต้องเอาอาจารย์มานั่งเป็นยันต์กันผี ขนาดดิฉันนั่งเฝ้านะคะ นักศึกษายังหันซ้ายแลขวากันหลายคน สงสัยข้อสอบวิชาที่ดิฉันช่วยคุมสอบอยู่นี้ยากแน่ๆ คะ นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นนักศึกษาแอบมองข้อสอบเพื่อนมากขนาดนี้ ดิฉันว่า ติดกล้อง Security ท่าจะดีกว่า

ส่วนตัวอาจารย์เองนั่งคุมสอบเฉยๆ ก็น่าเบื่อเอาการเหมือนกันนะคะ ก็เลยต้องหาอะไรมาอ่านประเทืองปัญญากันบ้าง ดิฉันหยิบหนังสือติดมือมา 2 เล่มคะ แต่ยังไม่ทันได้เริ่มอ่าน ความรู้สึกอยากบล็อกก็เกิดขึ้นเสียก่อน ยังไงซะเมื่อรู้สึกมีอารมณ์อยากเขียนก็ต้องเขียนเลยคะ ไม่เช่นนั้นแล้วความอยากจะหมดไปได้ง่ายๆ

-----------------------

เมื่อไม่นานมานี้ มีนักศึกษาปริญญาโทที่กำลังทำสารนิพนธ์ (Minor thesis) มาถามดิฉันเรื่องการเขียนบทที่ 2 Literature Review พร้อมนำตัวอย่างการเขียนที่ผ่านมาให้ดูด้วย ดิฉันเห็นแล้วก็ต้องแจ้งแถลงไขให้นักศึกษาทราบทันทีคะว่า ดิฉันแปลกใจกับรูปแบบการเขียนมาก เพราะตัวอย่างทั้งหมดเป็นการเขียนแยกบทที่ 2 ออกเป็น 2 ส่วน คือ ตอนที่ว่าด้วยบททฤษฎี และ ตอนที่ว่าด้วยงานวิจัยที่เกียวข้อง ซึ่งรูปแบบนี้ไม่รูปแบบการเขียนที่ไม่ถูกต้องคะ ดิฉันเคยเตือนนักศึกษาไปแล้วหลายคนเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว

การเขียนบทที่ 2 ให้ถูกต้องนั้น ควรเขียนแบ่งหัวข้อตามกลุ่มเนื้อหาที่เราได้วางกรอบแนววิจัยเอาไว้แล้ว และในแต่ละหัวข้อหลักๆ เนื้อหาจะต้องเขียนโดยการอ้างทฤษฎีและประกอบด้วยหลักฐานทางงานวิจัยที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นข้อสนับสนุนหรือข้อโต้แย้ง และนอกจากนี้ ในแต่ละย่อหน้าก็ต้องมีการเชื่อมประโยคเพื่อให้เห็นแนวการไหลของกระบวนการคิดอย่างสอดคล้องคะ

บทนี้สำคัญมากนะคะ เพราะจะใช้ในการวิเคราะห์และอภิปรายผลการวิจัย เช่น ใช้อภิปรายสาเหตุที่อาจจะเป็นไปได้ในการเกิดผลวิจัยรูปแบบนี้ หรือ ใช้เขียนสนับสนุนผลการวิจัย ทำให้งานวิจัยเราดูหนักแน่นยิ่งขึ้นคะ

ตัวอย่างการเขียนงานวิจัยที่ดีๆ นั้นมีเยอะคะ ลองใช้ Google ค้นดูก็ได้คะ เช่น พิมพ์คำว่า "How to write a research paper" เป็นต้น ส่วนดิฉันขอแนะนำให้เข้าไปที่ website ของ AIT ที่นี่คะ http://www.clet.ait.ac.th/el21open.htm 

นักศึกษาท่านใดที่กำลังเขียน Minor thesis อยู่ ถ้าท่านรู้ตัวว่าบทที่ 2 ของท่านถูกเขียนในรูปแบบที่ไม่ถูกต้อง เพราะท่านดูตัวอย่างที่ไม่ถูกต้องมาโดยตลอด กรุณาเขียนใหม่เถิดคะ โปรดอย่าสร้างวัฒนธรรมการลอกสิ่งที่เขาเขียนกันผิดๆ เพราะความผิดนี้จะถ่ายทอดกันไปสู่รุ่นถึงรุ่น แล้วจะบานปลายไปทั่วทั้งสถาบัน ที่สำคัญ หากท่านไม่เปลี่ยนแปลง งานวิจัยของท่านก็ไม่มีมาตรฐานเพียงพอที่จะส่งไปตีพิมพ์เพื่อเกียรติประวัติของตัวท่านเองได้เลย

บันทึกนี้ คงจะช่วยให้นักศึกษากระจ่างขึ้นในการเขียนบทที่ 2 ดิฉันติเพื่อก่อและเสนอให้เห็นสิ่งที่ถูกต้องควรทำนะคะ

-----------------------

... ดิฉันหยุดการเขียนลง แล้วลุกขึ้นยืนบอกนักศึกษาปริญญาตรีที่กำลังสอบอยู่ว่า "กรุณาอย่าลอกกันนะคะ" พร้อมกับทำหน้าขมึงตึงเหมือนยักษ์ราหูบนผืนผ้ายันต์ที่แม่ฝากมาให้ติดไว้กับรถยนต์ไม่มีผิด ...

-----------------------

หมายเหตุ เวลาท่านอ่าน Research papers แล้วเจอที่เขียนหัวข้อไว้ว่า Related research นั้น เขาหมายถึง Literature review ซึ่งก็เป็นการเขียนเป็นหัวข้อหลักๆ ที่จะแสดงให้เห็นทั้งทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องควบคู่กันไปคะ ดังที่ได้บันทึกไว้ข้างต้น

(เพิ่มเติม หมายเหตุ เมื่อเวลา 15.41 วันเดียวกัน)