ปลาเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำที่สำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งภายในประเทศและด้านการส่งออกเพื่อสร้างเงินตราต่างประเทศกับเศรษฐกิจของประเทศไทย ปัจจุบันมีการนำสัตว์น้ำจำพวกปลามาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง โดยแยกเป็น 2 ประการ คือ เพื่อการบริโภคและสันทนาการในรูปของปลาสวยงาม การนำปลามาใช้ประโยชน์ดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของพรรณปลาบางชนิด จนกระทั่งบางชนิดได้สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้แล้วดั่งเช่น ปลาหวีเกศของไทย ดังนั้น นานาประเทศจึงได้ร่วมมือกันในการอนุรักษ์ทรัพยากรดังกล่าวมิให้สูญพันธุ์ไปในรูปแบบต่าง ๆ ดังตัวอย่างเช่น อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือที่มักจะเรียกกันว่า อนุสัญญา CITES สำหรับประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 เพื่อควบคุมการใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่าที่อยู่ในภาวะใกล้จะสูญพันธุ์ของไทยและชนิดพันธุ์ที่อยู่ในต่างประเทศโดยคำนึงถึงข้อกำหนดในอนุสัญญา CITES ด้วยพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าดังกล่าวได้ควบคุมกิจกรรมการใช้ประโยชน์จากปลาหลายประการ เช่น การครอบครอง การค้า การเพาะพันธุ์ การนำไปจัดแสดงในสวนสัตว์ การนำเข้าและส่งออก เป็นต้น ดังนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบกิจกรรมดังกล่าวจึงมีความจำเป็นต้องรู้ถึงเงื่อนไขการควบคุมกิจกรรมดังกล่าวที่ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตลอดจนต้องรู้จักชนิดของปลาหรือสามารถสังเกตถึงลักษณะสำคัญต่าง ๆ ที่จะใช้ในการจำแนก ระบุชนิดปลาใน พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และ CITES ได้ เอกสารนี้จะมีการแสดงถึงลักษณะสำคัญที่จะใช้ในการจำแนกชนิด จากลักษณะสำคัญของปลา ที่เราจะต้องระบุถึง ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อสามัญ ลักษณะทางชีววิทยาและกระจายพันธุ์ สถานะภาพ การใช้ประโยชน์และการค้า เส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนลักษณะสำคัญที่ใช้ในการตรวจสอบและเปรียบเทียบกับปลาที่มีลักษณะใกล้เคียง เพื่อให้การจำแนกชนิดให้ถูกต้องอย่างง่าย และได้ระบุแนวทางการตรวจสอบกิจกรรมเกี่ยวกับปลาต่างๆ ที่ผู้ดำเนินกิจกรรมจะต้องได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ เพื่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

 

 

ปลาปอดออสเตรเลีย Australian Lungfish, Queensland Lungfish
อนุกรมวิธาน
อันดับ Ceratodontiformes
วงศ์ Ceratodontidae
ชื่อวิทยาศาสตร์ Neoceratodus forsteri (Krefft)

 

ชีววิทยาและการกระจายพันธุ์
เป็นปลาโบราณที่มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ 100 ล้านปีก่อน มีการหายใจโดยใช้ปอด และเหงือก อาศัยในหนองบึงและลำธาร กินหอย ปลาที่เล็กกว่าและแมลงน้ำ วางไข่โดยติดกับพืชน้ำประมาณ 50-100 ฟอง เป็นปลาปอดชนิดเดียวที่ไม่มีการจำศีล พบเฉพาะในรัฐควีนส์แลนด์ตอนใต้ ประเทศ ออสเตรเลีย พบขนาดใหญ่สุด 1.8 เมตร (Allen, 1989)
สถานภาพ
เป็นสัตว์สงวนของประเทศออสเตรเลีย แต่อนุญาตให้จับในกรณีพิเศษเพื่อการจัดแสดงทางวิชาการเท่านั้น อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงถิ่นอาศัย และการลักลอบจับเพื่อส่งขายเป็นปลาสวยงามในบางครั้ง อยู่ใน บัญชีรายชื่อ CITES Appendix ll
รูปแบบการใช้ประโยชน์ทางการค้า
เป็นปลาสวยงามมีชีวิตมักขนส่งในขนาดเล็กประมาณ 30 ซม.ลงมา ตลาดนิยมเลี้ยงในประเทศญี่ปุ่น และฮ่องกง ถือเป็นปลาแปลกและหายาก
ลักษณะสำคัญที่ใช้ในการตรวจสอบ
มีส่วนหัวค่อนข้างยาวและแบนราบ ปากอยู่ค่อนไปทางด้านล่าง ตาเล็ก ลำตัวแบนข้าง ครีบคู่ทั้งสองมีลักษณะเป็นใบพาย ครีบหลัง ครีบหาง และครีบก้นต่อเนื่องกันเป็นแผ่น ปลายหางแหลม เกล็ดใหญ่มาก ตัวมีสีน้ำตาลอมเขียว อาจมีจุดสีดำหรือคล้ำ ประ ปลาขนาดเล็กมีสันหัวกลม ตัวเรียวกว่า และมีตัวสีน้ำตาลอมเหลือง มีครีบสีคล้ำ หลังสีเทาอมชมพู
ชนิดที่คล้ายกัน
ปลาปอดอัฟริกา Protopterus spp. และปลาปอดอเมริกาใต้ Lepidosiren paradoxus แต่มี ลำตัวทรงกระบอกยาว เกล็ดเล็กมาก และ ครีบคู่เป็นเส้นเรียว

ปลาสเตอร์เจียน Sturgeon

อนุกรมวิธาน
อันดับ Acipensoriformes

วงศ์ Acipenseridae
ชื่อวิทยาศาสตร์
Shortnose sturgeon, pinkster Acipenser breirostrum Le Suear
Common sturgeon A. strurio Linne'

 


ชีววิทยาและการกระจายพันธุ์
ปลาสเตอร์เจียนทุกชนิดเป็นปลาสองน้ำที่เติบโตในทะเล ชายฝั่งแต่เข้ามาวางไข่ในน้ำจืด มีลักษณะของโครงกระดูกที่เป็นกระดูกอ่อนปนกระดูกแข็ง ปากเล็ก กินสัตว์หน้าดินต่าง ๆ โดยใช้หนวดที่ใต้จะงอยปากสัมผัส อาศัยอยู่ใกล้พื้นท้องน้ำในชายฝั่งและแม่น้ำของฝั่งมหาสมุทรเขตหนาว ในอเมริกาเหนือตั้งแต่แคนาดาถึงอ่าวเม็กซิโกฝั่งตะวันออก ในทวีปยุโรปและเอเซียตั้งแต่ทะเลเหนือจนถึงทะเลเมดิเตอเรเนียนและทะเลดำ ทะเลสาบแคสเบียน จีนถึงญี่ปุ่น และรัสเซีย เป็นปลาที่วางไข่ครั้งละนับแสนฟอง ไข่มักมีสีคล้ำ รู้จักกันดีชื่อไข่ปลาคาเวียร์ ขนาดของปลาสเตอร์เจียนพบตั้งแต่ 1 เมตร จนถึง 4 เมตร ชนิดที่อยู่ในบัญชีรายชื่อ CITES คือShortnose sturgeon Acipenser brevirostrum พบในแม่น้ำและชายฝั่งของอเมริกาเหนือตั้งแต่แคนาดาถึงฟลอริดาCommon sturgeon A. strurio พบในทวีปยุโรปตั้งแต่ทะเลเหนือไอซ์แลนด์ ทะเลบอลติก ทะเลดำ และทะเลเมดิเตอเรเนียนAtlantic sturgeon A. oxyrhynchus พบในชายฝั่งและแม่น้ำของแคนาดา จนถึงอ่าวเม็กซิโก
สถานภาพ
ปลาสเตอร์เจียนส่วนใหญ่อยู่ในสถานภาพที่ลดจำนวนลงอย่างมาก (declined) และมี 2 ชนิดใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) และอยู่ใน บัญชีรายชื่อ CITES Appendix l คือ shortnose sturgeon Acipenser brevirostrum และ common sturgeon A. strurio เนื่องจากการถูกจับมากเกินไปและถิ่นอาศัยถูกทำลายโดยการสร้างเขื่อน มลภาวะ และตะกอนจากการชะล้างในต้นน้ำ และถูกคุกคาม (Vulnerable) คือ A. oxyrhynchus (Middleson, & Littschwager, 1994) อยู่ใน บัญชีรายชื่อ CITES Appendix ll ส่วนชนิดอื่น ๆ ที่อยู่ใน อันดับ Acipenseriformes นี้ จัดอยู่ใน Appendix lll
รูปแบบการใช้ประโยชน์ทางการค้า
ปลาในกลุ่มนี้ที่มีขนาดใหญ่ถูกใช้ประโยชน์ 4 แบบ คือ เอาเนื้อและไข่เพื่อทำไข่ปลาคาร์เวียร์ ซึ่งมีราคาสูงขึ้นกับชนิด แหล่งที่มา และตำรับวิธีการทำในแต่ละท้องถิ่น ชนิดของยุโรปและรัสเซียเป็นชนิดที่ราคาสูงที่สุด ไข่ปลาสเตอร์เจียนมีการเก็บโดยส่วนใหญ่คือ ฆ่าแล้วผ่าท้อง และบางรายรีดไข่แล้วปล่อยคืน ถุงลมของปลานี้นำมาทำเป็นแผ่นกรองไวน์เรียก lsingglass หรือทำวัสดุกันน้ำอื่น ๆ ซึ่งมีราคาสูงมาก (Paxton & Eschmeyer, 1994) ส่วนขนาดเล็กนั้นนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงามที่แปลกชนิด A. oxythynchus นี้ เคยถูกจับในแคนาดา และส่งออกไปสหรัฐ เฉพาะเนื้อประมาณ 8.5 ตันในปี 1979-1982 (CITES, 1989)
เส้นทางการค้าระหว่างประเทศ
ในทวีปอเมริกาไม่มีการส่งออกผลิตภัณฑ์จากปลานี้ แต่ในยุโรปโดยเฉพาะรัสเซียและยุโรปตะวันออก ฮังการี มีอุตสาหกรรมไข่คาเวียร์ที่มีชื่อและส่งออกในตลาดประเทศอื่น ๆ รวมถึงญี่ปุ่น ฮ่องกง และพบนำเข้าเป็นส่วนน้อยในประเทศไทย ชนิดที่ใช้มักถูกระบุเป็นชนิดอื่นที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อ CITES และอีกแหล่งที่ส่งขายคือ อิหร่าน ซึ่งมีราคาสูงน้อยกว่าเนื้อปลานี้มีการบริโภคภายในประเทศส่วนมากส่งขายประเทศรอบข้าง ปลาขนาดเล็กที่เป็นปลาสวยงามมีแหล่งส่งส่วนมากจากสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย มายังตลาดญี่ปุ่น ฮ่องกง และไทย พบขายในตลาดนัดจตุจักรเป็นครั้งคราวมักเป็นชนิดอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก Appendis l, ll เช่น A. transmontanus, A, ruthenus
ลักษณะสำคัญที่ใช้ในการตรวจสอบ
ไข่และผลิตภัณฑ์ที่มาจากแหล่งผลิตในรัสเซีย ฮังการี ที่ระบุชื่อเป็น common sturgeon
ปลาที่มีชีวิต
A .brevirostrum มีจะงอยปากสั้น สันข้างตัวมี 22-23 อัน และสันบนหลัง 8-13 อัน
A. oxythynchus จะงอยปากยาวแหลม สันบนด้านหลัง ครีบหลังมีเป็นคู่ 6-9 คู่ และมีสันบนหลังด้านหน้า 7-16 อัน สันด้านข้างตัว 28-29 อัน และมักปลายโค้งเป็นขอ
A. strurio จะงอยปากสั้นกว่า 60% ของความยาวหัว ส่วนบนหลังมี 9-13 อัน สันด้านข้างลำตัว 35-36 อัน
ชนิดที่คล้ายกัน
ปลาดุกหนาม Pseudodorus spp. ของอเมริกาใต้มีหนวดที่ริมฝีปาก 2 คู่ ครีบหลังมีก้านแข็งสูง อยู่ค่อนมาด้านหลัง ครีบหางซึกบนและล่างเท่า ๆ กัน
ปลาสเตอร์เจียน
1. A. brevirostrum มีจะงอยปาก สั้น สันข้างตัวมี 22-23 อัน และสันบนหลัง 8-13 อัน
2. A. oxyrhynchus จะงอยปากยาวแหลม สันบนด้านหลังครีบหลัง มีเป็นคู่ 6-9 คู่ สันด้านข้างตัว 28-29 อัน
3. A. sturio จะงอยปากสั้นกว่า 60% ของความยาวหัว ส่วนบนหลังมี 9-13 อัน สันด้านข้างลำตัว 35-36 อัน

ฉลามปากเป็ด Paddle fish, Spoonbill cat
อนุกรมวิธาน
อันดับ Acipenseriformes
วงศ์ Polyodontidae
ชื่อวิทยาศาสตร์ Polyodon spathula (Walbaum)

 

ชีววิทยาและการกระจายพันธุ์
เป็นปลาโบราณอีกวงศ์หนึ่งที่มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ยุค Cretaceas ปัจจุบันพบเพียง 2 ชนิด ชนิดนี้พบเฉพาะในแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ สหรัฐอเมริกา อาศัยในแม่น้ำขนาดใหญ่และทะเลสาบธรรมชาติ กินแพงค์ตอนโดยการว่ายอ้าปากกรองจากน้ำโดยตรง วางไข่ครั้งละหลายหมื่นฟอง มีอายุยืนได้ถึง 30 ปี และเจริญวัยช้ามากประมาณ 7-9 ปีในตัวผู้และ 10-12 ปีในตัวเมีย มีการวางไข่เพียงครั้งเดียวในรอบ 2-5 ปี ขนาดพบใหญ่สุด 2.2 เมตร หนักกว่า 80 กิโลกรัม (Page & Burr, 1991)
สถานภาพ
ถูกคุกคาม (Vulnerable) และลดจำนวนลงอย่างมาก จากการจับมากเกินขนาด และการเปลี่ยนแปลงถิ่นอาศัยเป็นเขื่อน และมลภาวะ อยู่ในบัญชีรายชื่อของ CITES Appendix ll และเป็นสัตว์คุ้มครองของกฎหมายประมงสหรัฐ
รูปแบบการใช้ประโยชน์ทางการค้า
เป็นอาหารและตกเป็นกีฬาในสหรัฐ ไข่ของปลานี้ใช้ทำไข่คาเวียร์ ทดแทนของปลาสเตอร์เจียน ในบางครั้งมีการเพาะขยายพันธุ์ได้และส่งออกปลาขนาดเล็กในตลาดปลาสวยงาม พบในท้องตลาดขนาดตั้งแต่ 10-40 เซนติเมตร มีราคาค่อนข้างสูง และเลี้ยงยากเส้นทางการค้าระหว่างประเทศพบในตลาดปลาสวยงามไม่บ่อยนักในประเทศไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และไต้หวัน โดยส่งออกจากประเทศสหรัฐอเมริกา
ลักษณะสำคัญที่ใช้ในการตรวจสอบ

มีจะงอยปากยื่นยาวเป็นใบพาย ปากกว้างมาก หัวโต ครีบต่าง ๆ ดูคล้ายของปลาฉลาม ตัวมีสีเทาเข้มหรือสีคล้ำ ด้านท้องสีจาง
ชนิดที่คล้ายกัน

ไม่มี

 

ฉลามปากเป็ด Paddle fish, Spoonbill cat
Polyodon spathula (Walbaum)
จะงอยปากยื่นยาวเป็นใบพาย ปากกว้างมาก

ปลาตะพัด Asian arowana, Bonytongue, Super Red arowana, Dragon fish
อนุกรมวิธาน
อันดับ Osteoglossiformes
วงศ์ Osteoglossidae
ชื่อวิทยาศาสตร์ Scleropages formosus (Mueller & Schelegel)

 

ชีววิทยาและการกระจายพันธุ์

เป็นปลาน้ำจืดโบราณที่พบอาศัยเฉพาะลำธารในป่าดงดิบ หรือใกล้กับป่าพรุกินแมลงเป็นอาหารหลัก สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก เช่น กบ เขียด วางไข่โดยตัวผู้อมไข่ในปาก ไข่มีขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 เซนติเมตร ใช้เวลาเป็นเดือนจึงฟักเป็นตัว และเลี้ยงตัวอ่อนในปากอีกประมาณ 2-3 เดือน จึงเป็นตัวเต็มวัย พบตั้งแต่พม่าตอนล่าง ภาคใต้ของไทยตั้งแต่แม่น้ำตาปีถึงสุมาตรา และบอร์เนียว และพบในภาคตะวันออกตั้งแต่ จ.ตราด ถึงแม่น้ำในชายฝั่งของกัมพูชา และปากแม่น้ำโขงในเวียดนาม พบขนาดใหญ่สุด 60 เซนติเมตร
สถานภาพ
ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) ในประเทศไทย (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. 2540) และถูกคุกคาม (Vulnerable) ในประเทศอื่น ๆ สูญพันธุ์แล้วจากภาคตะวันออกของไทย สาเหตุการคุกคามคือการจับมากเกินขนาด และการสูญเสียถิ่นอาศัยที่เป็นลำธารในป่าดงดิบราบต่ำ อยู่ในบัญชีรายชื่อ CITES Appendix l และเป็นสัตว์น้ำคุ้มครองตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พ.ร.บ. การประมง ปี 2535 ของประเทศไทย ในประเทศมาเลเซียมีการเพาะขยายพันธุ์ได้โดยฟาร์มเอกชนที่มีการจดทะเบียนและได้รับอนุญาตให้ส่งออกจำหน่ายบางครั้งรูปแบบการใช้ประโยชน์ทางการค้าใช้ประโยชน์ในรูปของปลามีชีวิต เพื่อเป็นปลาสวยงามที่มีราคาสูง และมีความนิยมมากในประชากรที่มีสีเหลืองทอง สีแดง หรือสีเขียว มากกว่าประชากรที่มีสีเงินเรียบ ส่งขายตั้งแต่ขนาดเล็กที่ถุงไข่แดงเพิ่งยุบ (7-8 เซนติเมตร) จนถึงขนาดปานกลาง (30 เซนติเมตร) นิยมเลี้ยงมากในหมู่ชนเชื้อสายจีน ในชื่อของ "ปลามังกร Dragon fish"
เส้นทางการค้าระหว่างประเทศ
ส่งออกโดยประเทศที่มีการกระจายพันธุ์ โดยเฉพาะจากประชากรของปลาที่มีสีสวยงาม เช่น สีทองมาเลเซีย สีแดงอินโดนีเซีย (สุมาตรา และบอร์เนียว) โดยผ่านประเทศไทยหรือสิงคโปร์ ประเทศปลายทางคือ ฮ่องกง จีน ญี่ปุ่น ในยุโรปและสหรัฐมีความนิยมน้อยกว่า มักส่งจำห่ายพร้อมกับใบอนุญาตหรือหลักฐานการจดทะเบียนฟาร์มผู้เพาะเลี้ยง หรือปนกับ Arowana ชนิดอื่นๆลักษณะสำคัญที่ใช้ในการตรวจสอบต่างจากชนิดของปลากลุ่ม Arowana อื่น ๆ คือ มีเกล็ดขนาดใหญ่ กว่าจำนวนไม่เกิน 24 เกล็ด ในแนวเส้นข้างตัว ครีบก้นยาวประมาณ 30% ของความยาวลำตัว มักมีสีของลำตัวและครีบเรียบ อาจมีจุดประในบางตัว มีสีตั้งแต่เงินวาวเหลืองอ่อน ถึงส้มแดง หรือส้มทอง
ชนิดที่คล้ายกัน
ตะพัดออสเตรเลีย S. leichardi และตะพัดนิวกินี S .jardini มีครีบก้นสั้นกว่า 25% ของลำตัว เกล็ดเล็กกว่า มีจำนวนมากกว่า 30 เกล็ด ในแนวเส้นข้างตัว มีจุดประสีเขียวจางหรือสีอื่น ๆ บนลำตัว หัวและครีบ ส่วนตะพัดอัฟริกัน Heterotis niloticus มีส่วนหัวเรียวกว่า ปากแคบกว่า ไม่มีหนวดที่ปลายคาง เกล็ดเล็ก ตัวมีสีเทาหรือคล้ำ
Arowanas Osteoglossus spp. ของอเมริกาใต้ มีครีบก้นยาวเกินครึ่งหนึ่งของความยาวลำตัว ลำตัวเรียวไปด้านท้าย ครีบหางเล็ก ในตัวเล็กมักมีแถบสีคล้ำคาดตามยาวของลำตัว
ตะพัด Asian arowana, Bonytongue, Super Red arowana, Dragon fish
Schleropages formosus (Mueller & Schelegel)
มีเกร็ดขนาดใหญ่ไม่เกิน 24 เกล็ดในแนวเส้นข้างตัว
ตะพัดออสเตรเลีย S. leichardi ตะพัดนิวกินี S. jardina
ครีบก้นสั้นกว่า 25% ของลำตัว เกร็ดเล็ก มากกว่า 30 เกล็ด ในแนวเส้นตรงข้างตัว
Arowanas Osteoglossus spp. มีครีบก้นยาวครึ่งหนึ่งของความยาวลำตัวครีบหางเล็ก

 

ตะพัดอัฟริกัน Heterotis niloticus ส่วนหัวเรียกว่า ปากแคบกว่า ไม่มีหนวดที่ปลายคาง

 

อราไพม่า , ช่อนยักษ์อเมซอน Arapaima, Pirarucu
อนุกรมวิธาน

อันดับ Osteoglossiformes
วงศ์ Osteoglossidae
ชื่อวิทยาศาสตร์ Arapaima gigas (Cuvier)

 

ชีววิทยาและการกระจายพันธุ์
พบอาศัยในแม่น้ำและลำธารที่อยู่ในร่มไม้ของป่าดงดิบ เป็นปลากินเนื้อ กินปลาและสัตว์อื่นที่ขนาดเล็กกว่า ผสมพันธุ์วางไข่โดยตัวผู้ฟักไข่ในปาก แบบเดียวกับปลาตะพัด ครั้งละประมาณ 100-200 ตัว เลี้ยงจนกว่าเป็นตัวเต็มวัย พบในลุ่มแม่น้ำอเมซอน และประเทศกัยยาน่า เป็นหนึ่งในปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก พบใหญี่สุดถึง 2.5 เมตร พบหลุดหรือถูกปล่อยจากที่เลี้ยงในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยบ่อยครั้ง
สถานภาพ
ถูกคุมคามจากการจับมากเกินขนาด (CITES, 1989) ทั้งตัวโตเพื่อเป็นอาหารและปลาเล็กเพื่อส่งขายเป็นปลาสวยงามลดจำนวนลงมากโดยเฉพาะในประเทศบราซิลยังไม่สามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ในระดับการค้าแต่มีบางรายเพาะได้จำนวนไม่มากนักในการทดลอง อยู่ในบัญชีรายชื่อ CITES Appendix ll
รูปแบบการใช้ประโยชน์ทางการค้า
ใช้เป็นอาหารภายในประเทศที่เป็นถิ่นเดิมและจับลูกปลาเพื่อขายเป็นปลาสวยงาม โดยการฆ่าตัวพ่อแม่ เกล็ดของมันบางครั้งถูกนำมาทำเป็นของที่ระลึก ขนาดที่พบขายในท้องตลาดมีตั้งแต่ 8 เซนติเมตรขึ้นไป ปลาขนาดใหญ่นิยมเลี้ยงในบ่อหรือสระในบ่อตกปลาบางแห่งใช้ปล่อยเพื่อให้ตกเป็นเกม นิยมเลี้ยงมากในประเทศไทยประมาณปี 2536 เป็นต้นมา
เส้นทางการค้าระหว่างประเทศ
ส่งออกจากประเทศถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้โดยผ่านสหรัฐ พบบ่อยในท้องตลาดของไทย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ การส่งออกต้องมีเอกสารอนุญาตประกอบ
ลักษณะสำคัญที่ใช้ในการตรวจสอบ

รูปร่างคล้ายปลาช่อนแต่มีส่วนหัวเรียวเล็กกว่าและแบนราบเล็กน้อย ลำตัวเรียวยาวกว่า ครีลหลังและครีบก้นสั้นกว่า 1/3 ของความยาวลำตัว ครีบหางเล็กโดยเฉพาะในปลาขนาดใหญ่ ครีบท้องอยู่ค่อนไปด้านกลางลำตัว หัวมีผิวหยาบ มีสีคล้ำหรือเทาอมเขียว ในขนาดใหญี่มีจุดหรือประสีแดงที่ครีบและด้านท้ายลำตัว
ชนิดที่คล้ายกัน
ปลาช่อน Channa striata และชะโด C. micropeltes มีครีบท้องอยู่ค่อนไปด้านหน้า หรือใต้ครีบอก ครีบหลังและครีบก้นยาวเกิน 2 ใน 3 ของความยาวลำตัว ปลาช่อนมีลายคล้ำตามแนวตั้งที่ด้านข้างลำตัว ส่วนปลาชะโดในขนาดเล็กกว่า 30 เซนติเมตร มักมีครีบหางและด้านท้ายลำตัวสีส้ม มีแถบดำ 2 แถบ ตามแนวยาวของตัว ปลาตะพัดอัฟริกา มีลำตัวค่อนข้างแบนข้าง ปากแคบกว่า ขากรรไกรล่างไม่ยื่นเกล็ดตามแนวเส้นข้างตัวน้อยกว่า 35 อัน ปลา Bowfin Amia calva มีครีบหลังยาว ครีบก้นสั้นมาก มีจุดสีดำที่โคนครีบหางด้านบน มักใช้ครีบหลังโบกว่ายน้ำ
อราไพม่า, ช่อนยักษ์อเมซอน Arapaima, Pirarucu

Arapaima gigas (Cuvier)
1. ครีบหลังและครีบก้นสั้นกว่า 1/3 ของความยาวลำตัว
2. ครีบหางเล็ก ในปลาขนาดใหญ่ ครีบท้องอยู่ค่อนไปด้านกลางลำตัว
3. หัวมีผิวหยาบ
ปลา Bowfin Amia calva

มีครีบหลังยาว ครีบก้นสั้น จุดสีดำที่โคนครีบหางด้านบน ใช้ครีบหลังโบกว่ายน้ำ
ปลาช่อน Channa spp.

ครีบท้องอยู่ค่อนไปด้านหาง
ปลายี่สก ปลาเอิน Jullien's brook carp, Golden giant carp, Ikan Temoleh (Malaysia)
อนุกรมวิธาน
อันดับ
Cypriniformes
วงศ์ Cyprinidae
ชื่อวิทยาศาสตร Probarbus Jullieni (Sauvage)

 

ชีววิทยาและการกระจายพันธุ์
เป็นปลากลุ่มตะเพียน ที่มีขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง อาศัยในแม่น้ำสายหลัก ที่มีพื้นเป็นทรายปนกรวดและใช้แก่งหินเป็นแหล่งผสมพันธุ์ วางไข่ครั้งละประมาณ 8,000-20,000 ฟอง ฟักเป็นตัวในเวลา 30 ชั่วโมง ลูกปลาเลี้ยงตัวบริเวณหาดทรายชายฝั่งแม่น้ำที่มีพรรณพืชขึ้น กินหอยและสัตว์หน้าดินขนาดเล็ก พบตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง เจ้าพระยา แม่น้ำโขง และแม่น้ำปาหังในประเทศมาเลเซีย แต่ปัจจุบันสูญพันธุ์จากลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว พบขนาดใหญ่สุด 1 เมตร หนัก 50 กิโลกรัม
สถานภาพ
ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) และสูญพันธุ์จากในบางแห่ง เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา ในแม่น้ำโขงจับได้น้อยลงทุกปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2535 กรมประมงของไทยและมาเลเซีย สามารถเพาะขยายพันธุ์ได้จากพ่อแม่พันธุ์ในธรรมชาติ ตั้งแต่ปี 2523 และเพาะได้จากที่เลี้ยงในบ่อรุ่นที่ 2 เป็นจำนวนน้อยในบางปี อยู่ในบัญชีรายชื่อ CITES Appendis l และในรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของ Endangered Species Act. ของสหรัฐ
การใช้ประโยชน์และการค้า
จับเป็นอาหาร มีราคาสูงบริโภคภายในประเทศที่เป็นแหล่งกระจายพันธุ์ ปลาขนาดเล็กมีการรวบรวมเพื่อเป็นปลาสวยงามทั้งจากธรรมชาติ และซื้อจากลูกพันธุ์ที่กรมประมงเพาะได้ มักส่งขายในขนาดตั้งแต่ 5-20 เซนติเมตร
เส้นทางการค้าระหว่างประเทศ
เป็นชนิดที่ต้องห้ามนำเข้าในสหรัฐ พบในร้านปลาสวยงามและสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำของประเทศญี่ปุ่นโดยมีภาพแสดงลงพิมพ์ในนิตยสารเกี่ยวกับปลาสวยงามอยู่เสมอ อาจมีการส่งรวมปะปนกับปลาสวยงามอื่น ๆ ส่งออกในตลาดต่างประเทศ
ลักษณะสำคัญที่ใช้ในการตรวจสอบ
ขนาดที่ส่งขายในตลาดประมาณ 5-20 เซนติเมตร เป็นปลาที่มีรูปร่างทรงกระบอก หัวโต ปากเล็กอยู่ด้านล่าง ตาโต ครีบใหญ่ มีสีตั้งแต่สีเงินเรียบจนถึง สีเงินอมเหลืองมีแถบคล้ำ 4-5 แถบ ตามยาวลำตัว ในขนาดใหญ่กว่าอาจมีตาสีแดงเรื่อ ครีบสีชมพูเรื่อ
ชนิดที่คล้ายกัน
ปลาเอินคางมุม P. lubeamaijor
มีรูปร่างป้อมสั้นกว่า จำนวนแถบมากกว่า (5-6 แถบ) ใต้คางมีเนื้อเป็นติ่งเล็ก ตอนกลาง
ปลาเอินฝ้าย P. labaeminor
มีรูปร่างคล้ายปลายี่สก แต่ไม่มีแถบตามแนวยาวลำตัว มักมีครีบที่ขนาดใหญ่กว่าทั้ง 2 ชนิด จัดเป็นชนิดที่หายาก และพบเฉพาะถิ่นในแม่น้ำโขง (Roberts, 1992)
ปลากะโห้ Catlodaio siamensis
มีส่วนหัวโตกว่ามาก ปากกว้าง ตาเล็ก ครีบใหญ่กว่า ตัวมีสีเงิน หรือเทาคล้ำ
ปลายี่สก ปลาเอิน
Jullien's brook carp, Golden giant carp, Ikan Timoleh (Malaysia)
Probarbus jollieni (Sauvage)
1. รูปร่างทรงกระบอก หัวโต
2. ปากเล็กอยู่ด้านล่าง ตาโต ครีบใหญ่
3. สีเงินอมเหลืองมีแถบคล้ำ 4-5 แถบ
4. ตาสีแดงเรื่อ
ปลาเอินคางมุม P. lubeamajor
จำนวนแถบมากกว่า (5-6 แถบ) ใต้คางมีเนื้อเป็นติ่งเล็กตอนกลาง
ปลาเอินฝ้าย P. labaeminor
มีรูปร่างคล้ายปลายี่สก แต่ไม่มีแถบ
ปลากะโห้ Catlocapio siamensis
มีส่วนหัวโตกว่ามาก ปากกว้าง ตาเล็ก ครีบใหญ่

ปลาซีลาแคนธ์ Caelacanth, Gombessa, Rajah Laut
อนุกรมวิธาน
อันดับ Celacanthiformes
วงศ์ Latimeridae
ชื่อวิทยาศาสตร์ Latimaria chalumnae J.L.B. Smith L. menadoensis Pouyoud et al.

 

ชีววิทยาและการกระจายพันธุ์
เป็นปลาทะเลลึกและปลาโบราณที่มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ 240 ล้านปีก่อน และเพิ่งพบปลาที่มีชีวิตครั้งแรกเมื่อปี 2482 ได้จากอวนลากหน้าดินที่ชายฝั่งของประเทศโมแซมบิก ในมหาสมุทรอินเดีย กินปลาและหมึก อาศัยในบริเวณถ้ำใต้ทะเลที่ความลึกตั้งแต่ 150-700 เมตร โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้แนวภูเขาไฟใต้น้ำ ในตอนใต้และตะวันตกของหมู่เกาะแกรนด์ โคโมโรส อาฟริกา และเพิ่งพบอีกชนิดหนึ่งในปี 2541 จากนอกชายฝั่งเมืองมานาโด เกาะสุลาเวซี ประเทศอินโดนีเซีย คือ L. menadoensis (Pouyoud et al. 1999) ทั้งสองชนิดพบใหญ่สุด 1.8 เมตร ในตัวเมีย และตัวผู้ 1.5 เมตร หนักถึง 98 กิโลกรัม เจริญพันธุ์ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป ตั้งท้องนาน 13 เดือน และออกลูกเป็นตัวขนาด 38 เซนติเมตร ประมาณ 5-25 ตัว (Helfman, Collette & Facey, 1997)