เพราะการพัฒนาใด ๆ ไม่สามารถที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนได้เท่ากับการพัฒนาคน

การจัดการศึกษาให้แก่ประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างลอย ๆ ไร้น้ำหนัก แต่ประการใด  อย่างน้อยที่สุด แหล่งที่มาอันสำคัญ คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ  ต่างก็ได้กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทและหน้าที่ในการจัดการศึกษาให้กับประชาชนในท้องถิ่นตามความพร้อมและความต้องการของท้องถิ่น  และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. ๒๕๔๒ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่ได้กำหนดรูปแบบการจัดการศึกษาไว้ ๓ รูปแบบ  คือ การจัดการศึกษาในระบบ  การจัดการศึกษานอกระบบ และการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย  นั้น  ยังขยายความต่อไปด้วยว่า การจัดการศึกษาดังกล่าว ทั้ง ๓ รูปแบบนั้น  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็สามารถที่จะจัดการศึกษาให้กับประชาชนในท้องถิ่นได้ในทุกรูปแบบ   ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของท้องถิ่น นั้น ๆ  เป็นสำคัญ   

 

เมื่อดูจากที่มาแล้วจึงไม่ต้องพูดกันให้มากความ  สำหรับหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองนั้นก็จะมีหน้าที่ในการนำนโยบายและแนวทางของการจัดการศึกษาของตนไปปรับใช้กับการทำงานในท้องถิ่น  และ ถ้าให้ดีอย่าลืมว่าตัองมีบทบาทหน้าที่ในการจัดการศึกษาในระบบให้กับเด็ก เยาวชนในท้องถิ่นของตนเอง ด้วย เพราะการพัฒนาใด ๆ ไม่สามารถที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนได้เท่ากับการพัฒนาคน  การพัฒนาคนที่ดีที่สุด ก็ คือ การจัดการศึกษาให้กับคนในท้องถิ่น  หากคนในชุมชน ท้องถิ่นได้รับการพัฒนาทางความคิด ได้รับการติดอาวุธทางปัญญา  บ้านเรา ท้องถิ่นเราเป็นสังคมที่มีวิชชา มากกว่าอวิชชา  เชื่อหัวไอ้เรืองได้ว่าสังคมไทยพัฒนาก้าวไกลอย่างแน่นอน  จึงอยากเห็นวงการท้องถิ่น และผู้คนทั้งหลายให้ความสำคัญกับการพัฒนา คน ในทุกมิติ  เมื่อเราสามารถจัดการศึกษาโดยท้องถิ่นได้แล้ว ผลลัพท์ก็คือท้องถิ่น ชุมชน ก็จะมีความเข้มแข็งตามมา  การเมืองท้องถิ่นก็จะเป็นการเมืองที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวด้วย เพราะเรามีคนที่มีคุณภาพไงครับ (ผม)