บันทึกการต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้เอาประกัน

nui
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
เราต้องยืนหยัดที่จะเรียกร้องสิทธิของเรา และ เราต้องการให้ข้อมูลแก่ผู้อื่นที่อาจประสบเหตุแบบเรา และไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมจากบริษัทประกัน เราต้องการบอกว่า ขอให้ต่อสู้ เราต้องต่อสู้ มิฉะนั้นเขาจะเพิกเฉย นี่เป็น “วิสัยปกติ” ของบริษัทประกัน

                เมื่อสองปีก่อน  ฉันและสามีมีความจำเป็นต้องทำประกันอุบัติเหตุ  เราเลือกบริษัทใหญ่ที่คิดว่าน่าเชื่อถืออันดับต้นๆ  ไม่เคยคิดว่าเราจะมีวันที่ต้องเรียกร้องค่าชดเชย และเจอกับการปฏิเสธอย่างไม่เป็นธรรมจากบริษัท

                ฉันตัดสินใจเล่าเรื่องนี้ด้วยเหตุผล ๒ ประการ  ประการแรก   เราต้องการคำแนะนำ จากนักกฎหมาย   แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  ที่มีประสบการณ์ในเรื่องแบบเดียวกับเรา  ประการที่สอง  เพื่อให้ใครก็ตามที่ประสบเหตุแบบเราได้ตระหนักว่า การต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของเรานั้นสำคัญเพียงไร  และ จะต่อสู้อย่างไร 

                ปลายมีนาคมปี ๒๕๕๐  สามีฉันประสบอุบัติเหตุจากการถีบจักรยานไปหน้าหมู่บ้าน  ถูกสุนัขที่เจ้าของบ้านปล่อยออกนอกบ้านวิ่งไล่กัด จักรยานล้มลง ศีรษะฟาดพื้น  มีเลือดออกในสมอง  แขนขาซีกขวาอ่อนแรง  รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลกว่าสองเดือน 

                เวลาผ่านไปเกือบปีแล้ว  เราสองคนทำทุกวิธีเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับคืนมา  แสวงหาความรู้ที่จะช่วยฟื้นฟู  ทั้งความรู้จากเอกสารต่างประเทศที่แนะนำไว้ แต่ยังไม่มีใครเอามาใช้ในประเทศนี้  เราฝึกสมาธิและนำมาใช้กับการฟื้นฟู  ไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่ยอมแพ้  เราคิดว่า  เราจะดีขึ้นทุกวันที่ผ่านไป

                เวลานี้เขาเดินได้โดยใช้ไม้เท้า  ทำงานได้ ทำกิจวัตรประจำวันได้  โดยฉันช่วยเหลือบางเรื่อง  แต่มือขวาใช้งานไม่เหมือนปกติ

                 เขาเป็นแพทย์ทางอายุรกรรมที่รักษาผู้ป่วยมาเกือบ ๓๐ ปี  ก่อนอุบัติเหตุเขามีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง  ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่ม ไม่มีปัจจัยเสี่ยงทุกตัว  ผลเลือดปกติ  ไขมันไม่สูง  และมีไขมันตัวดีสูง  เพราะเขาเป็นคนออกกำลังกาย เล่นกีฬา  สุขภาพจิตดีเยี่ยม  เรามั่นใจว่า  การเจ็บป่วยเกิดจากอุบัติเหตุ  

                 ขณะนี้เขาทำงาน ตรวจคนไข้ได้ตามปกติ    มีฉันช่วยเหลือในการเตรียมสิ่งต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการตรวจคนไข้  การพูดปกติ สมองส่วนความจำ ความรู้ต่างๆ เป็นปกติ  เขากลับมาเป็นคุณหมอที่แสนดีคนเดิม  รอเพียงมือขวา  ซึ่งเป็นมือข้างที่สำคัญสำหรับการทำหัตถการบางอย่างของอาชีพแพทย์

              หลังจากที่เราปรับตัวปรับใจกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงได้ดีแล้ว  เราเริ่มคิดที่จะเรียกร้องค่าชดเชยจากบริษัทประกันตามสิทธิที่เราควรได้  และเขาควรจ่าย

                ปลายเดือน  มิ.ย. ๒๕๕๐  หลังอุบัติเหตุ ๓ เดือน  เราเขียนใบเรียกร้องค่าชดเชยครั้งแรกถึงบริษัท  โดยแพทย์ศัลยกรรมประสาทที่รักษาเขียนวินิจฉัยว่าเป็น  Traumatic left basal ganglia hematoma แปลว่า  มีเลือดออกในสมองส่วนเบซอล แกงเกลีย ด้านซ้ายจากอุบัติเหตุ  มีอาการแขนขาขวาอ่อนแรง    พูดไม่ชัด  เดินโดยใช้ไม้เท้าสามขา  ต้องมีผู้ช่วยเหลือ  พูดอย่างง่ายคือ  มีความพิการหลงเหลืออยู่

                เราได้รับจดหมายตอบจากบริษัท เป็นข้อความ ๔ บรรทัด ความว่า     

             " บริษัทฯ ได้พิจารณาหลักฐานต่างๆ แล้ว ขอเรียนว่า  การเรียกร้องผลประโยชน์ ตามสัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์อันพึงได้รับจากอุบัติเหตุ (............) ที่แนบอยู่กับ กรมธรรม์เลขที่ .................... มิได้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดความคุ้มครอง  เนื่องจาก การบาดเจ็บเกิดจากเหตุอื่น  มิได้เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกร่างกาย  หรือโดยตรงจากอุบัติเหตุ บริษัทฯ จึงใคร่ขอแสดงความเสียใจ ที่ไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยฯ ให้แก่ท่านตามที่เรียกร้อง "

                ภาษาที่สละสลวยนั้น  แปลได้ว่า  "การเจ็บป่วยของคุณเกิดจากโรคภายในตัวคุณเอง  หาได้เกิดจากอุบัติเหตุตามที่คุณอ้างถึงไม่  ดังนั้น  เราจะไม่จ่ายค่าชดเชยให้คุณ"

                เราเจ็บปวดมากที่ได้คำตอบง่ายๆ แบบนั้น 

                เราได้รับคำแนะนำจากตัวแทนขายประกันว่า  เราสามารถเขียนอุทธรณ์ไปได้อีก  และเราได้รับกำลังใจจากญาติที่เป็นแพทย์และมีเพื่อนเป็นแพทย์ที่ทำงานบริษัทประกันว่า  "โดยธรรมดาแล้ว  บริษัทจะเชื่อความคิดเห็นของแพทย์ที่รักษา  เพราะเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องโรคของคนไข้ดีที่สุด"

               เพื่อนที่ทำงานบริษัทประกันบอกเราว่า  การพิจารณาสินไหมทดแทนจะใช้กรรมการแพทย์  และในกรณีที่จำเป็นบริษัทจะเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็น   เพราะบริษัทต้องการให้เกิดความเป็นธรรมต่อลูกค้าทุกคน  ฟังแล้วน่าจะสบายใจว่าเราได้รับความเป็นธรรมจริงๆ

               เราขอให้หมอเขียนรับรองอีกครั้ง  คราวนี้ให้ความเห็นเพิ่มเติมใจความว่า  "ผู้ป่วยรายนี้  ไม่มีโรคใดๆ ที่จะเป็นสาเหตุของเลือดออกในสมอง"    ดังนั้นจึงได้ยืนยันคำวินิจฉัยเดิมอีกครั้งว่า  เลือดออกในสมองจากอุบัติเหตุ

             เราได้รับคำตอบปลายเดือน ธ.ค. ๒๕๕๐   ข้อความ ๔ บรรทัด  เปลี่ยนเฉพาะข้อความสำคัญที่ขีดเส้นใต้ว่า

             "........เนื่องจาก บริษัทฯ ไม่พบข้อมูลใดที่สนับสนุนว่า  การเรียกร้องดังกล่าว อยู่ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองของสัญญา  บริษัทฯ จึงใคร่ขอแสดงความเสียใจ ที่ไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยฯ ให้แก่ท่านตามที่เรียกร้อง"

             แปลความว่า  เขาไม่เชื่อในสิ่งที่แพทย์ผู้รักษาเขียนไป

              ดิฉันขออธิบายเพิ่มเติมสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในสายสาธารณสุขว่า   ตำแหน่งเลือดออกนี้  เป็นตำแหน่งที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง  เมื่อพบผู้ป่วยมาด้วยอาการแบบนี้แพทย์มักนึกถึง  Hypertensive basal ganglia hemorrhage  (HTBGH) แต่ยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุและมีเลือดออกที่ตำแหน่งนี้ ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็น   Traumatic basal ganglia hemorrhage ( TBGH)

            แพทย์จึงต้องใช้ข้อมูลรอบด้านเพื่อการวินิจฉัยในกรณีที่พบได้น้อยเช่นนี้   และเราเริ่มไม่แน่ใจว่าบริษัทได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาพิจารณาจริงๆ ในกรณีที่เข้าใจยากแบบของเรา

            เราเล่าเรื่องให้หมอรุ่นพี่ที่โรงพยาบาลซึ่งรู้จักกับผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ของบริษัทฟัง  และขอความช่วยเหลือว่า  เราจะทำอย่างไรให้เขาฟังเรา  ถามแพทย์ของเรา  หรือ  ให้โอกาสเราชี้แจง  พี่คนนี้โทรศัพท์ไปคุยให้แล้วบอกเราว่า  "คุณหมอ......บอกว่าจะโทร.มาคุยด้วยนะ"   ตอนนั้นเราคิดว่าเราจะได้มีโอกาสเสนอข้อมูลทางการแพทย์  และมั่นใจว่าเขาจะรับฟัง

             เรารอมากว่าเดือนแล้ว  และยังไม่ได้รับการติดต่อจากบริษัท

             เราเริ่มไม่แน่ใจว่าจะต่อสู้อย่างไรดี  เพราะเป็นเรื่องทางการแพทย์ล้วนๆ  จนกระทั่งลูกชายที่เรียนแพทย์ค้นบทความวิชาการมาได้ ๑ ฉบับพูดถึง  Traumatic basal ganglia hemorrhage (ต่อไปฉันจะเรียกว่า TBGH)  นั่นทำให้เรามีกำลังใจว่าเราจะมีข้อมูลทางวิชาการในวารสารทางประสาทวิทยาจากต่างประเทศที่แพทย์ทั่วโลกยอมรับ   จากรายชื่อเอกสารอ้างอิงท้ายบทความที่มีจำนวนมากนั้น  เราขอให้ลูกไปค้นบทความที่สำคัญๆ มาอีก ๓ เรื่อง  ทั้งหมดเป็นรายงานผู้ป่วย TBGH  ในต่างประเทศทั้งหมด  ไม่มีการรายงานผู้ป่วยในประเทศไทย

             จากการอ่านบทความ ทำให้เรามีความมั่นใจว่า  รายงานผู้ป่วยเหล่านั้นเป็นประโยชน์สำหรับการต่อสู้ของเรามาก    เราคุยกับแพทย์ที่เป็นนักกฎหมาย ๒ คน  ทั้งสองคนให้ความเห็นตรงกันว่า

             "ถ้ามีช่องทางที่จะไม่จ่าย  บริษัทประกันจะไม่จ่าย  นี่เป็นปกติวิสัย  ขอแนะนำให้ฟ้องครับ  ในเมื่อเรามีข้อมูลชัดเราต้องเดินหน้าครับ"

              "บริษัทไม่กลัวฟ้อง  เพราะเขามีทนายของบริษัทรออยู่   แต่ส่วนใหญ่ชาวบ้านเขาไม่ฟ้อง  ไม่รู้จะทำยังไง  มันเสียเวลา  บริษัทจึงหาช่องทางปฏิเสธไว้ก่อน  แพ้เขาก็จ่ายตามที่ควรจ่าย  แต่สามารถชะลอการจ่ายไปได้อีกนาน  มันคุ้ม  ชนะเขาก็ไม่ต้องจ่าย"

                เราสองคนตัดสินใจว่าเราจะเดินหน้า  ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ 

                เราต้องยืนหยัดที่จะเรียกร้องสิทธิของเรา    และ   เราต้องการให้ข้อมูลแก่ผู้อื่นที่อาจประสบเหตุแบบเรา  และไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมจากบริษัทประกัน   เราต้องการบอกว่า   ขอให้ต่อสู้   เราต้องต่อสู้  มิฉะนั้นเขาจะเพิกเฉย  นี่เป็น  "วิสัยปกติ" ของบริษัทประกัน

                เราเริ่มต้นด้วยการอ่าน และสรุปประเด็นสำคัญจากบทความการแพทย์ ๔ ฉบับ   เช่น  ข้อความวิชาการที่สนับสนุนเรา  ข้อมูลที่จำเป็นที่เราต้องเตรียม   ข้อแย้งที่อาจเกิดขึ้น  และ คำตอบสำหรับข้อโต้แย้ง  เรานำภาพการตรวจสมองด้วยคอมพิวเตอร์ (CT scan) มาดูทบทวนอีกครั้งร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ของโรงเพยาบาล  เพื่อเตรียมข้อมูลในการต่อสู้

                ขณะนี้เราอยู่ในขั้นตอน ส่งข้อมูลผู้ป่วย  ข้อมูลสำคัญจากบทความวิชาการ   และ จดหมายส่วนตัวไปถึงอาจารย์ที่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางประสาทวิทยาระดับอาจารย์โรงเรียนแพทย์เพื่อขอความเห็นบางประเด็นที่ยังไม่แน่ใจ   เราได้แต่ภาวนาว่า  ขอให้อาจารย์กรุณาเราสองคนด้วยเถิด

              สุดท้ายเราได้รับความช่วยเหลือจากญาติสนิทที่เป็นนักกฎหมายช่วยดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ให้ 

                เราสองคนยังต้องการคำแนะนำ และความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ  โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์  เพื่อให้เรามั่นใจว่าเราจะได้รับความเป็นธรรม 

                แม้เราจะมีเวลาแต่ละวันเพียงน้อยนิด  ทุกวันที่ผ่านไปเราเหน็ดเหนื่อยกันมาก  แต่เราจะเดินหน้า    และจะเล่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการต่อสู้เพื่อว่าใครก็ตามที่ประสบความทุกข์เช่นเดียวกับเราจะได้รับประโยชน์จากเรื่องของเรา     

                เราหวังว่าเราจะได้รับความเป็นธรรมในที่สุด.

 ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พักใจ



ความเห็น (6)

  • ชื่นชมกับความเข้มแข็งของนุ้ยจริงๆ นะ
  • อุปสรรคอันใหญ่หลวงนี้ เป็นข้อพิสูจน์ความเป็นคู่ทุกข์คู่ยากอย่างแท้จริง
  • ต้องประสบความสำเร็จในการเรียกร้องสิทธิแน่นอนค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

บทความนี้ดีครับ  เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกันบ่อยๆ  เป็นถึงหมอยังมีปัญหา ต้องต่อสู้ แล้วประชาชนธรรมดาละ จะเป็นไง 

เหตุการณ์นี้กำลังดำเนินไปจริง ผมอยากให้เปิดเผยชื่อ บ.ประกันภัยแห่งนี้ครับ         ด้วยความเคารพ

ผมนำบทความไปรวมในรวมตะกอนครับ ขออนุญาติครับ

                                      รวมตะกอน

ออง
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยค่ะ บทความนี้ดีจริงๆ ขอเป็นกำลังใจให้ชนะคดี นะคะ ขอให้ยืนหยัดเพื่อความถูกต้องและยุติธรรมนะคะ ขออย่ายอมแพ้ อย่าอ่อนแอแม้จะร้องไห้ จงลุกขึ้นสู้ไป จุดหมายไม่ใกลเกินจริง

จริงๆแล้วก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าจะทำประกันชีวิตไว้สักฉบับ พออ่านบทความนี้แล้วก็หวั่นๆเหมือนกัน คุณนุ้ยพอจะบอกชื่อบริษัทประกันได้ไหมคะ เผื่อว่าเป็นบริษัทที่กำลังเล็งอยู่ e mail มาก็ได้นะคะ ขอบคุณค่ะ

back
IP: xxx.53.41.220
เขียนเมื่อ 

ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ ผมว่าควรเอารายละเอียดไปเสนอให้สื่อมวลชนออกข่าวเลยครับ จะได้รู้ว่าประชาชนอย่างเราก็มีสิทธิที่ควรได้

เขียนเมื่อ 
  • ดิฉันขอโทษทุกท่านที่ไม่ได้ตอบคำถามค่ะตามเวลาอันสมควร
  • คราวนี้ดิฉันขอเล่าย่อๆ ถึงผลการต่อสู้ค่ะ
  • ดิฉันได้รับการติดต่อจากบ.ประกันในวันรุ่งขึ้นหลังจากบทความนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับหนึ่ง (หลังบันทึกลงบล็อกนี้ไม่นาน)
  • ขอไม่เล่าคำพูดหมิ่นแคลนหลายๆ ประโยคจากบริษัทก่อนที่จะจ่ายค่าสินไหมให้เราครบตามที่กำหนดในกรมธรรม์ หลังประโยคสุดท้ายที่สามีดิฉันบอกว่า "ถ้าคุณไม่ปฏิบัติตามกรมธรรม์ เราก็คงต้องส่งเรื่องให้ศาลตัดสินครับ"
  • หลังเรื่องตีพิมพ์ ดิฉันเจอคนรู้จัก ถูกถามชื่อบริษัทประกัน ดิฉันตอบทุกคนตามจริง แต่จะไม่เริ่มบอกเล่าใครโดยไม่มีใครถาม
  • ต้องขอโทษที่ดิฉันตอบอะไรที่เป็นหลักฐานไม่ได้ค่ะ ไม่อยากมีคดีความต่อไป ถือว่าเรื่องจบแล้ว
  • บทเรียนหนนี้แลกกับความเจ็บปวดและสูญเสีย เราสองคนเข้าใจความรู้สึกของผู้เอาประกันที่ต้องต่อสู้กับบ.ประกันทุกคนว่า โอกาสชนะมีน้อยจริงๆ
  • ดิฉันเชื่อว่าคนที่เป็นแพทย์ช่วยคนไข้ได้ โดยเอาวิชาการไปต่อสู้  เราเองก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากแพทย์ทุกคน   เราจึงต้องเดินไปหาแพทย์หลายคนมาก และเราก็ได้รับความช่วยเหลืออย่างจริงใจจากอาจารย์โรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งโดยที่เราไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน
  • จากเหตุการณ์นี้สามีดิฉันจะใส่ใจเป็นพิเศษเมื่อต้องเขียนอะไรให้คนไข้ที่ไปเกี่ยวข้องกับการประกัน
  • ดิฉันรู้สึกขอบคุณ เลขาธิการ คปภ.ที่กรุณาพิจารณาเรื่องของเรา และวินิจฉัยตามข้อมูลวิชาการ  (โดยที่ท่านเพียงแต่อ่านบันทึกชี้แจงทางวิชาการของเรา และไม่เคยพบเรา)
  • ขอบคุณมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคของคุณสารี อ๋องสมหวัง ที่ให้คำแนะนำ และชี้แนะทางต่อสู้ แม้เพียงเล็กน้อยแต่ทำให้เราเดินหน้าได้
  • ขอบคุณ  เพื่อนร่วมทาง คุณสิทธิรักษ์ คุณออง และ คุณ back
ลูกไพศาล
IP: xxx.68.241.53
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณนุ้ยเพิ่งได้มีโอกาสอ่านบทความนี้เพราะกำลังตกอยู่ให้สภาพเดียวกันกับที่คุณนุ้ยเล่ามาจึงอยากจะขอความอนุเคราะห์จากสามีของคุณนุ้ยในการให้ข้อมูลเรื่องการวินิจฉัยโรค กับสาเหตุการเสียชิวิตค่ะ คือ ดิฉันทำประกันอุบัติเหตุให้คุณพ่อและท่านเสียชีวิตด้วยสาเหตุตามใบมรณะบัตรคือ สำลักเศษอาหารเราจึงแจ้งเคลมประกัน แต่ทางประกันแจ้งกลับมาตามแบบฟอร์มเลยค่ะคือไม่เข้าเงื่อนไข นั้นคือไม่เคลมให้ ซึ่งตอนนี้ได้ส่งเรื่องที่ คปภ.และมีนัดไกล่เกลี่ยครั้งที่1 ไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านในวันนั้น บ.ประกันนำเอกสารที่เป็นผลการรักษาของโรงพยาบาลในวันที่เกิดเหตุมาเป็นข้อโต้แย้ง จากผลวินิจฉัยโรค คุณหมอมีระบุว่าผู้ป่วยมีอาการปอดอักเสบ และหัวใจหยุดเต้น รวมทั้งมีโรงประจำตัวอีกคือ หลอดเลือดหัวใจตีบ(แจ้งให้รับทราบก่อนทำประกัน) มะเร็งสำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมาก และทีบี (3 โรคนี้ เป็นหลังจากทำประกันแล้ว) อยากทราบว่าโรคประจำตัวทั้งหมดที่เป็นจะเป็นสาเหตุหลักที่จะทำให้เกิดการสำลักเศษอาหารได้หรือไม่ และในเอกสารที่คุณหมอระบุผลการวินิจฉัยโรค กับสาเหตุในการเสียชีวิตตามใบมรณะ ที่มีความไม่สอดคล้องกันนั้นหมายความว่าอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับโต้แย้งกับบ.ประกัน โดยมีนัดไกล่เกลี่ยครั้งที่2 ในวันพุธที่ 13นี้ค่

ขอความกรุณาด้วยนะคะ จักเป็นพระคุณอย่างสูง