บทบาทมัสยิดตามกฎหมาย (พ.ร.บ การบริหารกิจการอิสลาม พ.ศ.2540) กรรมการมัสยิดมีบทบาทตั้งแต่เป็นที่ปรึกษาท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นที่ปรึกษาร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ดูแลให้การปฎิบัติงานของมัสยิดเป็นไปตาม พ. ร. บ การบริหารกิจการอิสลาม 2540 แล้ว ยังต้องดูแลตรวจสอบการดำเนินชีวิตของมุสลิมในกัมปง (ชุมชนท้องถิ่นของตนเองให้ดำเนินไปตามหลักการศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง รวมทั้งการประสานกับหน่วยงานราชการ และเชื่อมความเข้าอกเข้าใจระหว่างพี่น้องมุสลอมและพี่น้องต่างศาสนิก เห็นได้บทบาทเหล่านี้ไม่ใช่น้อยเลย และละเอียดอ่อนในทุกๆเรื่อง

                 มัสยิด(สุเหร่า) อิสลาม หลายคนอาจเรียกว่าสุเหร่าแขก มีบทบาทที่น่าสนใจหลายเรื่องตามที่ขึ้นอยู่ในปนระโยคเด่น ที่สำคัญคือ ทำอย่างไรที่จะให้ผู้นำศาสนาอิสลามประจำมัสยิด อันประกอบไปด้วย อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ตระหนักว่า "อิสลามเป็นวิถีชีวิต ครอบคลุมทุกแง่ทุกมุมของชีวิตตลอดเวลา ทุกย่างก้าว ทุกกิจกรรมในชีวิตเรา อิสลามไม่สามารถแยกการบ้านออกจากการเมืองได้ เกี่ยวพันกับชีวตตั้งแต่เกิดจนตาย สิ่งที่ท้าทายเราในฐานะอิหม่ามคือ ทำอย่างไรถึงจะบริหารงานให้ครอบคลุมวิถีชีวิตในยุคทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ได้" และต้แงไม่ลืมว่าบทบาทของผู้นำศาสนา รวมทั้งคณะกรรมการบริหารมัสยิดด้วย ไม่ได้มีบทบาทแค่ประกอบกิจทางศาสนาเท่านั้น แต่ผู้นำ ผู้บริหารมัสยิดเหล่านี้จะต้องช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้มีค่ามากกว่าเงินทองเสียอีก ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมอาชีพ ฝึกอบรมวิชาชีพ ฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อทำการค้าการขาย รวมถึงส่งเสริมบทบาทให้ผู้หญิงได้มีโอกาสเข้ามาเป็นคณะกรรมการมัสยิด คณะกรรมการจังหวัด ซึ่งหากพิจารณาให้ดี สังคมมุสลิมไม่ค่อยได่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทด้านการบริหารงานองค์กรศาสนามากนัก เกือบทุกองค์กรมีแต่ผู้ชาย ผูกขาดและพยายามกันไม่ให้ผู้หญิงเข้ามามีบาบาทด้วยข้ออ้างต่างๆนาๆ ผมไม่เห็นด้วยหลายเรื่อง และหลายเรื่องเหตุผลฟังไม่ขึ้น ข้างๆคู ยิ่งในกรณี การจัดตั้งสภาชูรอ (สภาที่ปรึกษา หรือสภาตัดสิน วินิจฉัยปัญหาต่างๆ)ของชุมชน สังคมด้วยแล้วจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วม ต้องไม่ลืมว่ามุสลิมในทุกภาคทุกจังหวัดถูกรุมเร้าด้วยปัญหาสารพัดอย่าง ท่สำคัญคือปัญหาจริยธรรม คุณธรรมของผู้นำ ปัญหายาเสพติด ปัญหาคนไม่ปฏิบัติตามหลักศาสนา และปัญหาและพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น ทางออกท่สำคัญที่สุดคือการจัดตั้งสภาชูรอ (สภาผู้อาวุโส,สภาคุณธรรม)ของศาสนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งต้องคำนึงถึง"  การสร้างคุณค่าจิตสำนึก จิตวิญญาณของการปรึกษาหารือกันโดยยึ่ดมั่นในหลักการศาสนา".ในอดีต กรณีประเทศอิหร่าน มัสยิดทุกมัสยิดสอนให้คนเข้าใจ เข้าถึง และปฏิบัติตามอย่างหนักแน่น มีผู้รู้ระดับซัยยิด(เชื้อสาย วงศ์วารของท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล)ขอความสันติความโปรดปราณ ความจำเริญจากพระผู้เป็นเจ้าเอกองค์อัลลอฮ(ซ.บ)จงมีแด่ท่าน ครอบครัวของท่าน เชื้อสายวงศ์วารของท่าน ตลอดจนบรรดาซอฮาบะห์(สาวกของท่าน)และผู้ที่เจริญรอยตามแบบอย่างทางนำของท่าน จนประเทศอิหร่นสามารถปฏิวัติโค่นล้มกษัตริย์ซาห์ ราชวงค์ปาเลวี ที่ปกครองโดยไม่สนใจศาสนา เอาเปรียบคนจน บ้านเมืองแตกแยก มีความเลวร้ายที่ประเทศมุสลิมไม่น่าจะมี รวมทั้งสถานที่อโคจรหนักหนาสาหัสเหมือนบ้านเรา ถูกโค่นล้มลงและได้สถาปนารัฐอิสลามแห่งแรกในโลกหนึ่ง สมัยอยาตุลลอฮ โคไมนี่ จนมาถึงปัจจุบัน นี่ก็เป็นบทบาทที่มาจากมัสยิด มาดูอีกกรณีหนึ่งที่ขอนแก่น มัสยิดขณะนี้มีอยู่ 5 มัสยิด 1.มัสยิดดารุลอามานบ้านไผ่ อิหม่ามบุญชนะ ปรีชาเลิศ ดูแล2.มัสยิดกลางจังหวัดขอนแก่น (ชื่อถูกตั้งไปอย่างนั้นแต่ไม่ได้เป็นศูนย์กลางอะไรหรอก) มีอิหม่ามธีระพันธ์ สังฆศิลา ดูแล3.มัสยิดนูรุ้ลรอฮีม ดอนโมง อำเภอหนองเรือ มีอิหม่ามอนนท์ อุวรรณ์ดูแล .4.มัสยิดนูรุ้ลฮิดายะฮ์ 5.มัสยิดอัลญามาอะห์ อำเภอชุมแพ เป็นมัสยิดน้องใหม่ ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นกำลังลงนามรับรอง มีอิหม่ามอุสมาน พันธ์พฤกษ์ ดูแล ปัญหามันอยู่ที่มัสยิดตำแหน่งที่ 4 อิหม่าม ไม่มี คอเต็บไม่มี บิหลั่น ไปทำงานกรุงเทพเกือบปีแล้ว กรรมการมัสยิดหมดอายุเข้าปีที่ 4แล้ว คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนำโดยนายเสรี ปาทาน ยังไม่ดำเนินการอะไรเรื่องนี้เลย ทั้งๆเข้าบริหารงานมาตั้งแต่ 26 กุมภาพันธ์ 2550 ทั้งนี้เพราะตัวเองอยากเป็นอีหม่ามมาก จึงกันและหาทางปล่อยไว้เช่นนี้ สร้างความเดือด เสียหายแก่สัปปุรุษมุสลิมขอนแก่นเป็นอย่างยิ่ง ยิ่ง พ.ร.บ อิสลาม 2540 อ่อ่นอด้วยแล้ว ไม่มีบทลงโทษ ผู้นำจะทำอะไรก็ได้ จึงเป็นเรื่องที่จุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางจำเป็นต้องสนใจ ไม่ใช่ปล่อยไว้เช่นนี้