มัสยิด(สุเหร่า) อิสลาม หลายคนอาจเรียกว่าสุเหร่าแขก มีบทบาทที่น่าสนใจหลายเรื่องตามที่ขึ้นอยู่ในปนระโยคเด่น ที่สำคัญคือ ทำอย่างไรที่จะให้ผู้นำศาสนาอิสลามประจำมัสยิด อันประกอบไปด้วย อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ตระหนักว่า "อิสลามเป็นวิถีชีวิต ครอบคลุมทุกแง่ทุกมุมของชีวิตตลอดเวลา ทุกย่างก้าว ทุกกิจกรรมในชีวิตเรา อิสลามไม่สามารถแยกการบ้านออกจากการเมืองได้ เกี่ยวพันกับชีวตตั้งแต่เกิดจนตาย สิ่งที่ท้าทายเราในฐานะอิหม่ามคือ ทำอย่างไรถึงจะบริหารงานให้ครอบคลุมวิถีชีวิตในยุคทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ได้" และต้แงไม่ลืมว่าบทบาทของผู้นำศาสนา รวมทั้งคณะกรรมการบริหารมัสยิดด้วย ไม่ได้มีบทบาทแค่ประกอบกิจทางศาสนาเท่านั้น แต่ผู้นำ ผู้บริหารมัสยิดเหล่านี้จะต้องช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้มีค่ามากกว่าเงินทองเสียอีก ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมอาชีพ ฝึกอบรมวิชาชีพ ฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อทำการค้าการขาย รวมถึงส่งเสริมบทบาทให้ผู้หญิงได้มีโอกาสเข้ามาเป็นคณะกรรมการมัสยิด คณะกรรมการจังหวัด ซึ่งหากพิจารณาให้ดี สังคมมุสลิมไม่ค่อยได่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทด้านการบริหารงานองค์กรศาสนามากนัก เกือบทุกองค์กรมีแต่ผู้ชาย ผูกขาดและพยายามกันไม่ให้ผู้หญิงเข้ามามีบาบาทด้วยข้ออ้างต่างๆนาๆ ผมไม่เห็นด้วยหลายเรื่อง และหลายเรื่องเหตุผลฟังไม่ขึ้น ข้างๆคู ยิ่งในกรณี การจัดตั้งสภาชูรอ (สภาที่ปรึกษา หรือสภาตัดสิน วินิจฉัยปัญหาต่างๆ)ของชุมชน สังคมด้วยแล้วจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วม ต้องไม่ลืมว่ามุสลิมในทุกภาคทุกจังหวัดถูกรุมเร้าด้วยปัญหาสารพัดอย่าง ท่สำคัญคือปัญหาจริยธรรม คุณธรรมของผู้นำ ปัญหายาเสพติด ปัญหาคนไม่ปฏิบัติตามหลักศาสนา และปัญหาและพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น ทางออกท่สำคัญที่สุดคือการจัดตั้งสภาชูรอ (สภาผู้อาวุโส,สภาคุณธรรม)ของศาสนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งต้องคำนึงถึง" การสร้างคุณค่าจิตสำนึก จิตวิญญาณของการปรึกษาหารือกันโดยยึ่ดมั่นในหลักการศาสนา".ในอดีต กรณีประเทศอิหร่าน มัสยิดทุกมัสยิดสอนให้คนเข้าใจ เข้าถึง และปฏิบัติตามอย่างหนักแน่น มีผู้รู้ระดับซัยยิด(เชื้อสาย วงศ์วารของท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล)ขอความสันติความโปรดปราณ ความจำเริญจากพระผู้เป็นเจ้าเอกองค์อัลลอฮ(ซ.บ)จงมีแด่ท่าน ครอบครัวของท่าน เชื้อสายวงศ์วารของท่าน ตลอดจนบรรดาซอฮาบะห์(สาวกของท่าน)และผู้ที่เจริญรอยตามแบบอย่างทางนำของท่าน จนประเทศอิหร่นสามารถปฏิวัติโค่นล้มกษัตริย์ซาห์ ราชวงค์ปาเลวี ที่ปกครองโดยไม่สนใจศาสนา เอาเปรียบคนจน บ้านเมืองแตกแยก มีความเลวร้ายที่ประเทศมุสลิมไม่น่าจะมี รวมทั้งสถานที่อโคจรหนักหนาสาหัสเหมือนบ้านเรา ถูกโค่นล้มลงและได้สถาปนารัฐอิสลามแห่งแรกในโลกหนึ่ง สมัยอยาตุลลอฮ โคไมนี่ จนมาถึงปัจจุบัน นี่ก็เป็นบทบาทที่มาจากมัสยิด มาดูอีกกรณีหนึ่งที่ขอนแก่น มัสยิดขณะนี้มีอยู่ 5 มัสยิด 1.มัสยิดดารุลอามานบ้านไผ่ อิหม่ามบุญชนะ ปรีชาเลิศ ดูแล2.มัสยิดกลางจังหวัดขอนแก่น (ชื่อถูกตั้งไปอย่างนั้นแต่ไม่ได้เป็นศูนย์กลางอะไรหรอก) มีอิหม่ามธีระพันธ์ สังฆศิลา ดูแล3.มัสยิดนูรุ้ลรอฮีม ดอนโมง อำเภอหนองเรือ มีอิหม่ามอนนท์ อุวรรณ์ดูแล .4.มัสยิดนูรุ้ลฮิดายะฮ์ 5.มัสยิดอัลญามาอะห์ อำเภอชุมแพ เป็นมัสยิดน้องใหม่ ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นกำลังลงนามรับรอง มีอิหม่ามอุสมาน พันธ์พฤกษ์ ดูแล ปัญหามันอยู่ที่มัสยิดตำแหน่งที่ 4 อิหม่าม ไม่มี คอเต็บไม่มี บิหลั่น ไปทำงานกรุงเทพเกือบปีแล้ว กรรมการมัสยิดหมดอายุเข้าปีที่ 4แล้ว คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนำโดยนายเสรี ปาทาน ยังไม่ดำเนินการอะไรเรื่องนี้เลย ทั้งๆเข้าบริหารงานมาตั้งแต่ 26 กุมภาพันธ์ 2550 ทั้งนี้เพราะตัวเองอยากเป็นอีหม่ามมาก จึงกันและหาทางปล่อยไว้เช่นนี้ สร้างความเดือด เสียหายแก่สัปปุรุษมุสลิมขอนแก่นเป็นอย่างยิ่ง ยิ่ง พ.ร.บ อิสลาม 2540 อ่อ่นอด้วยแล้ว ไม่มีบทลงโทษ ผู้นำจะทำอะไรก็ได้ จึงเป็นเรื่องที่จุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางจำเป็นต้องสนใจ ไม่ใช่ปล่อยไว้เช่นนี้
บทบาทของมัสยิด ที่แท้จริงเป็นอย่างไร
บทบาทมัสยิดตามกฎหมาย (พ.ร.บ การบริหารกิจการอิสลาม พ.ศ.2540) กรรมการมัสยิดมีบทบาทตั้งแต่เป็นที่ปรึกษาท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นที่ปรึกษาร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ดูแลให้การปฎิบัติงานของมัสยิดเป็นไปตาม พ. ร. บ การบริหารกิจการอิสลาม 2540 แล้ว ยังต้องดูแลตรวจสอบการดำเนินชีวิตของมุสลิมในกัมปง (ชุมชนท้องถิ่นของตนเองให้ดำเนินไปตามหลักการศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง รวมทั้งการประสานกับหน่วยงานราชการ และเชื่อมความเข้าอกเข้าใจระหว่างพี่น้องมุสลอมและพี่น้องต่างศาสนิก เห็นได้บทบาทเหล่านี้ไม่ใช่น้อยเลย และละเอียดอ่อนในทุกๆเรื่อง
มัสยิดที่ 4 จะเป็นมัสยิดได้อย่างไรในเมือไม่มีอิหม่าม คณะกรรมการควรให้ความสนใจมากกว่านี้ไม่ใช่เห็นแต่ประโยชน์ของตน
ขอบพระคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ แม้ว่าจะเป็นความคิดเห็นเพียงประโยคสั้นๆแต่ก็มีความหมายมาก ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดขอนแก่น อยากเป็นอิหม่าม มาก จึงทำทุกวิถีทางให้ล่าช้า หน่วงเหนียวไว้ ไม่ดำเนินการ ผมเรียนไว้แล้วว่า พ.ร.บ อิสลาม 2540 มันอ่อนแอ เพราะไม่มีบทลงโทษ นี่กรรมการอิสลามประจำจังหวัดขอนแก่นแตก ทำงานไม่ได้มาเข้าเดือนที่ 5 ประธานไม่สามารถประชุมได้เพราะไม่มีใครเขาอยากเข้าร่วมประชุมเรียกประชุมไม่เคยครบองค์ประชุมเลย ผู้ที่เขารับไม่ได้กับพฤติกรรมทุจริต คอร์รัปชั่น การดำเนินงานที่ไม่โปร่งใส การไม่ให้เกียรติคนทำงาน เขาไม่เอาด้วยแล้วครับ น่าสงสารอนมุสลิมขอนแก่นที่เมื่อ ปี 2541-2548 มีประธานคุณดนัยและคุณธีรพันธ์ อันนี้ก็ไม่ทำงาน ปล่อยปละละเลยเกิดปัญหาไปหมด มาคราวนี้ 2550-2556 เจอนายเสรี ปาทาน ที่มีฟฤติกรรมดังกล่าว คณะกรรมการกลางอิสลามยังเฉยอยู่เลยในขณะที่ มหาดไทย กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยก็อ่อนแอในการบริหารจัดการ และแก้ปัญหานี่ต้องรอฟ้องศาลเอาออกจากตำแหน่ง
ข้อแรก คุณ เสรี เข้ามารับตำแหน่ง อย่างสง่า หรือ ปล้นเข้ามา เพราะ คนขอนแก่นส่วนมากไม่มีใครยอมรับ เพราะทุกคนรับรู้ถึงนิสัย และการกระทำหลายอย่าง เช่น
1 คุณทำอาชีพอะไร
2 คุณทำธุระกิจอะไรกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า (โดยเฉพาะ เมียน้อยอาเสี่ย )
3 คุณทำผู้หญิงท้องเเล้วไม่รับมากี่คน
4 คุณไม่เคยทำอะไรให้กับชาวขอนเเก่น คุณเข้ามาคุณหวังเเค่กรอบโกยจากเงิน
ฮาล๊าล เเละเงินบริจาคจากองค์กรของรัฐ
5 คุณไม่เคยเเม้เเต่จะขึ้นไปละหมาดวันศุกร์ เพียงเเค่ว่าคุณกลัวสัปบุรุษของ
มัสยิดนูรุ้ลฮิดายะฮ จะทวงถามการกำหนดวันเลือกตั้ง อิหม่าม คอเต็บ ที่ไม่มีมาเป็นเวลา 4ปี เเละบิหรั่น (ซึ่งได้ย้ายตัวเองเเละครอบครัวไปอยู่กรุงเทพ เป็นเวลาปีกว่าเเล้ว โดยตัวท่านบิหรั่นมีโรคประจำตัวต้องเข้ารับการฟอกไตอยู่ตลอด ซึ่งตามหลักถือว่าการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอิสลาม ถือว่าคุณมะหะหมุด ปาทาน (บิหรั่น) ได้พ้นจากตำเเหน่งโดยปริยาย)
6 คุณเสรีใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งมึนเมา ไม่ว่าจะเป็น เเอลกอฮอลล์ เเละ สตรี
7 คุณเสรี ประธานกรรมการประจำจังหวัดขอนแก่น ต้องการดำรงตำเเหน่งอิหม่าม มัสยิด โดยไม่คำนึงถึงความไม่เหมาะสมในการปฏิบัติตัว
สรุป ชาวขอนแก่นจะไม่ขอยอมรับตำแหน่งประธานกรรมการจังหวัดขอนแก่นซึ่งได้มาเเบบไม่มีความถูกต้อง เเละจะสู้ ทุกวิถีทาง โดยพึ่งอำนาจศาล ไม่ขอพึ่งอำนาจของคณะกรรมการกลางอิสลามเเห่งประเทศไทยที่ปกป้อง นายเสรี ปาทาน โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง เเละไม่เคยไตร่สวน เเม้ได้รับการร้องเรียนจากสัปบุรุษของขอนแก่นเเล้วก็ตาม