อริยสัจ 4 นั้นก็คือ 1) ทุกข์ ซึ่งก็คือ ความไม่สบายกาย ความไม่สุขใจไม่สมหวัง ปัญหาของมนุษย์นั่นเองทุกคนจะมีน้ำใจให้เพื่อนมีความสุขได้ จะต้องเห็นทุกข์ เราจะกำจัดสิ่งสกปรกจะต้องรูจักสิ่งสกปรกก่อนไม่เอาสิ่งสกปรกที่เรามี ให้เพื่อนทุกข์เหมือนเราจะต้องให้สิ่งที่เพื่อนต้องการคือ ความสุข การมีน้ำใจแสดงออกถึงการให้บริการที่ดีหากเขาไม่ได้รับบริการก็ต้องมีคำตอบว่าเพราะอะไรจะต้องได้รับความสว่างกลับไปความควรทำความรู้จักคือ สาเหตุสำคัญของทำให้ทุกเราเอาใจผ่าน ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ไปรับรู้ไปเสวยโลกอย่างขาดสติ ปัญญา ทุกข์เป็นผลของการคิดผิด พูดผิดทำผิดเพราะมีข้อมูลคือความจำผิดไปจากความเป็นจริงให้กำหนดรู้อย่างเดียวว่านี้ คือ ทุกข์(สาเหตุแห่งทุกข์คือ ตัวเจตนา ความตั้งใจขึ้นในโปรแกรมในสมองเป็นจุดเริ่มต้นของไป ราคะ โทสะ โมหะ) ๑.๑ ทุกข์ตามสภาวะ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เมื่อเกิดทุกทีเป็นทุกร่ำไป - ทุกข์เพราะเกิด - ดับ อยู่ตลอดเวลาเป็นการเกิดทางนามธรรม เกิดอยากดูหนัง อยากดูของสวยงาม อยากฟังเสียงไพเราะอยากกินของอร่อย กินเช้า กินเที่ยง กินเย็นกินตลอดเวลา อยากดมของหอม อยากได้กลิ่นที่ดมแล้วมีความสุข อยากสัมผัสอ่อนนุ่ม เย็นสบายอยากนั่งแต่ในห้องแอร์ ใต้ต้นไม้ แต่มัน เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปอยู่ตลอดเวลา เมื่อสนองความอยากความต้องการไม่ได้ก็เกิดความทุกข์ตามมา - ทุกข์เมื่อเกิดกระทบตัวกูของกู เป็นทุกข์ทางนามธรรม เขาว่ากู รถกู เมียกู ลูกกู เมื่อเกิดตัวกูของกูก็เกิดความทุกข์ขึ้นมาทันที อันที่จริงมันเป็นของธรรมชาติรวมทั้งตัวเราด้วย ทุกข์ตัวกูของกูมีพ่อชื่อ อวิชชา มีแม่ชื่อ ตัณหา ๑.๒ ทุกข์ย่อย ซึ่งเป็นทุกข์ที่จรเข้ามาในชีวิตประจำวัน ทุกข์เพราะ จากชอบ อยู่กับความชัง หวังผิด - ทุกข์เกิดจากพลัดพรากจากของรัก ของชอบ ของเจริญใจ ซื้อรถมาใหม่ ๆ ถูกเพื่อน ขโมย อยู่กับคนที่เรารักเขาด่วนจากเราไปโดยมิได้บอกล่วงหน้า คนรักตีจากมีการฆ่าตัวตาย จะเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่นักเรียน นักศึกษายุคใหม่ไม่สมหวังในความรักที่ไม่ใส่ใจคุณธรรม ทั้งผู้นำและผู้ตาม - ทุกข์เพราะต้องอยู่กับความชัง ต้องอยู่ในที่มีสงคราม การสู้รบ อยู่กับเจ้านายที่เราไม่ชอบ อยู่กับเพื่อนที่เราไม่ชอบ สถานที่ที่เราไม่ชอบ ทำให้เกิดความทุกข์ - ทุกข์เพราะไม่สมหวัง ทุกข์หวังผิดจึงผิดหวัง หวังว่าปีนี้ต้องได้สองขั้น ต้องได้เลื่อนตำแหน่ง หวังว่าได้รับการเอาอกเอาใจจากผู้เกี่ยวของ แต่อนิจจาทุกสิ่งเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ๑.๓ ทุกข์เนืองนิตย์ ทุกข์ประจำ เกิดจากความร้อน ความหนาว ความหิว กระหาย ปวดอุจจาระ ปวดปัสสาวะ เป็นทุกข์ทางกายต้องแก้ทุกข์ตลอดเวลา กินอาหารแก้ทุกข์วันละสามมื้อ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ เฉลี่ย สามชั่วโมงครั้ง หนาวต้องหาเสื้อผ้ามาใส่แก้ทุกข์ ๑.๔ ทุกข์เพราะเจ็บป่วย เชื้อโรคชนิดต่างมองไม่เห็นตัว เราก็เกิดอาการเจ็บป่วยแบบต่าง ๆ กินอาหารไม่สมส่วนก็ทำให้เกิดโรค กินเนื้อสัตว์ อาหารที่มีน้ำมันเข้าไปมากทำให้เลือดข้นเป็นต้นเหตุ ของโรคลม ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ เพราะตับไม่สามารถกำจัดไขมันที่มนุษย์คิดค้นหลอกคนโง่ที่หลงอร่อยปากแต่ร่างกายกำจัดไม่ได้เลยปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดทำให้ cell กำจัดไม่ได้ คนที่กินตลอดเวลาตับต้องออกน้ำย่อยอาหารส่วนเกินอยู่ตลอดเวลา ตับมีหน้าที่หลักคือตรวจจับเชื้อโรค หน้าที่รอง คือ ช่วยออกน้ำย่อยในการย่อยอาหารของกระเพาะอาหารคนที่กินอาหารตลอดเวลาเป็นสาเหตุทำให้อายุสั้นเพราะตับต้องทำหน้าที่รองออกน้ำย่อยตลอดเวลาไม่มีเวลาทำหน้าที่หลัก คือ ตรวจจับเชื้อโรค ปัญหาของคนไทยที่บั่นทอนสุขภาพ คือ 5 โรค ความดันโลหิตสูงเป็นจุดเริ่มต้นของโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน หัวใจ อัมพาต ระดับปานกลาง มะเร็ง ระดับร้ายแรง สืบเนื่องจากอาหารการกิน ผู้เขียนเคยมีหน้าที่ออกรับรองค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการครูในสังกัดลองสอบถามแล้ว คนที่เป็น 5 โรคดังกล่าวชอบรับทานอาหารที่ประกอบไปด้วยไขมันรวมทั้งคนใกล้ชิดกับผู้เขียนทั้งที่บ้านและที่สำนักงาน เขาก็เป็นโรคมะเร็งเธอและเขาชอบทานอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน เนื่องจากน้ำย่อยในลำไส้เล็กที่มีหน้าที่ออกน้ำย่อยไลเพสมีหน้าที่ย่อยไขมันให้เป็นกรดไขมันและกลีเซอรอล ถ้าหากว่าทานอาหารพวกที่มีส่วนประกอบของน้ำมันแล้วไม่ออกกำลังกายกรดไขมันจะเข้าสู่กระเลือดทำให้เลือดข้นการไหลเวียนของเลือดไม่ดี ไขมัน 1 กรัมให้พลังงาน 9.16 กิโลแคลอรี โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 5.28 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 1 กรัมให้พลังงาน 4.09 กิโลแคลอรี เพราะฉะนั้นไม่ควรรับประทานไขมันเกินร้อยละ 35 ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมด( สามารถ พงษ์ไพบูลย์ : 2537) คนไม่เหมือนสัตว์เดรัจฉานที่กินตลอดเวลา กินน้อยตายยาก กินมากตายเร็ว(ตับทำงานมาก) นั่งนานก็ปวด ยืนนานก็ปวด ต้องเปลี่ยนอิริยาบถ(ปิดบังความทุกข์)อยู่ตลอดเวลาเพื่อแก้ทุกข์คนที่มีปัญญายังไม่กล้าแข็งจึงการหลอกตัวเองเพื่อแสวงหาความสุขไปโดยที่ไม่รู้ว่านั้นเป็นมายา คนจึงต่างจากสัตว์ คือ สติ ปัญญา รู้จักแบ่งเวลา สถานที่ที่เขาเรียก กาล เทศ เวลากิน เวลานอน เวลางาน เวลาพักผ่อน เวลาให้ครอบครัว เวลาให้สามีภรรยาอันนี้สำคัญที่ทำให้ครอบครัวแตกร้าวถ้าไม่รู้จักแบ่งเวลา รู้แบ่งสถานที่ อันนี้ห้องนอน ห้องครัว ห้องรับแขก ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น แต่ละห้องไม่ควรปนกันถ้าเอามาปนกันก็ไม่ต่างจากสัตว์เพราะสัตว์ ไม่มีปัญญารู้แบ่งห้อง แบ่งเวลา สถานที่สำหรับทำกิจกรรมแต่ละอย่าง ๑.๕ ทุกข์เพราะกิเลสเผาลน เช่น ความโลภ(อย่างระเอียดเรียก ราคะ/ราคา) ความโกรธ ความอิจฉา ริษยา ความใคร่ เผาลนจิตใจอยู่ตลอดเวลา วันหนึ่ง ๆ แทบจะหาความสุขสงบใจแม้ชั่วขณะก็ไม่ได้ ๑.๖ ทุกข์ร่วม ได้แก่ความไม่สบายกาย ไม่สุขใจ เพราะต้องเอาใจใส่ดูแล ทะนุถนอมรักษาลาภ รักษายศ รักษาสรรเสริญ และ รักษาสุข เป็นทุกข์ทางสังคม - ลาภทำให้เกิดความสุข เช่น มีรถยนต์มีความสะดวกสบายแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความทุกข์ด้วย ต้องจ่ายค่าน้ำมัน ค่าผ่อนรถ ค่าอัดฉีด เปลี่ยนอะไหล่ เวลาขับต้องระมัดระวังอย่าให้ชนเขาและอย่าให้เขาชนเรา - ยศ ทำให้มีหน้ามีตา มีเกียรติตามตำแหน่ง มีพวกพ้อง มีบริวารจริง บริวารปลอม ต้องเอาใจลูกน้อง และเจ้านาย ต้องประชุม ทำงานไม่เป็นเวลา ต้องเอาใจคนอื่น หน่วยงานบังคับให้บริการอย่างมีน้ำใจ กลับบ้านไม่เป็นเวลา ต้องทำงานนอกเวลา ต้องรับแขก ต้องแก้ปัญหา สั่งการ ต้องฝืนทำ(ต้นไม้ใหญ่ถ้าหากว่าไม่มีผลทั้งนกทั้งคนไม่เข้าใกล้คนเป็นผู้ใหญ่เมื่อบรรดาลอะไรให้เขาไม่ได้เขาก็ไม่เข้ามาหา) - สรรเสริญ ทำอะไรจะต้องทำให้คนรอบข้างยกยอสรรเสริญ ต้องใช้จ่ายเงินทั้งที่ไม่อยากจ่ายเพื่อรักษาสรรเสริญ ต้องทำงานนอกเวลา ต้องบริการให้เขาประทับใจ - ความสุข ต้องเสริมสร้างกายให้มีความสุข ต้องกินอาหาร ต้องพักผ่อน ต้องออกกำลังกาย ต้องกินยารักษาโรค ต้องสนองความอยากอยู่ตลอดเวลาไม่มีรถก็ต้อง กู้เงินมาซื้อรถคิดว่าการมีรถแล้วมีความสุข สร้างบ้านราคาแพง ๆ เพื่อให้คนทั่วไปดูว่าเราเป็นคน มีฐานะ ๑.๗ ทุกข์เพราะวิวาท ความทุกข์ที่เกิดจากทะเลาะ ขัดแย้ง กับผู้อื่น คือความแตกต่างของคน คนเรามีอุปนิสัย นิสัย อารมณ์ และความต้องการไม่เหมือนกัน เมื่อมาอยู่ด้วยกันก็อดที่จะขัดแย้งกันไม่ได้ ในที่สุดก็ทะเลาวิวาท ถกถียงกัน มีการต่อสู้ล้างผลาญ ฆ่าฟัน ชกต่อยกัน ทำให้เกิดความทุกข์ เหมือนปัญหา ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางแก้ จะยอมรับเขาตามที่เขาเป็นอยู่ จะไม่ไปกะเกณฑ์ให้เขาเป็นไปอย่างที่เราต้องการ ๑.๘ ทุกข์เพราะอาหาร หรือ อาชีวทุกข์ เป็นเพราะการหาเลี้ยงชีพ ตอนเด็กต้องเรียนหนังสือ ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปทำงานต่างถิ่น ถูกเพื่อนหลอก ถูกเอาเปรียบ เป็นอาหารของสัตว์ เช่น เสือ งู ตะขาบ ยุง ถูกเจ้านายที่ไม่มีคุณธรรม บ้าอำนาจ ฉ้อราษฎร์บังหลวง หลอกลวงลูกน้อง ยกย่องคนเลว บริหารไม่ใช้ระบบคุณธรรมไม่อยากมาทำงานอยากย้ายหนี รายได้กับรายจ่ายไม่สมดุลกัน ถ้ากินอยู่แต่พอดี นั้นคือเลี้ยงชีวิต ถ้ากินดี อยู่ดีเลี้ยงกิเลส ทุกข์ตลอดชีวิต ๑.๙ ทุกข์เพราะผลกรรม กินอาหารไม่สมดุลทำให้เป็นโรค ไม่ออกกำลังกายทำให้การเผาผลาญอาหารไม่ดี เป็นคนที่มีความโลภ ความโกรธทำให้เกิดไฟธาตุเร่าร้อนและไฟทรุดโทรม แก่เกินวัย พูดมาก การระบายคาร์บอนไดออกไซด์ไม่สมดุลทำให้สะสมอยู่ในปอดในกระเพาะอาหารมาก(พูดเพ้อเจ้อ) ต้องติดคุก ถูกลงโทษทางวินัย สังคมติเตียน ทำความชั่วเหมือนติดหนี้ ทำความชั่วเพื่อนรู้เหมือนจ่ายดอกเบี้ย ทำความชั่วสังคมติเตียนเหมือนไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ยถูกเจ้าหนี้ทวง ๑.๑๐ ทุกข์เพราะมีร่างกาย ยึดถือเอาร่างกายเป็นสรณะ กูเจ็บ กูปวด ก็ได้ กูเสีย กูได้มาก ได้น้อย ทุกข์เพราะยึดถือ (ยึดคือสิ่งที่ยังไม่มาถึงเป็นความใฝ่ฝันว่ากูต้องได้อย่างนั้นอย่างนี้กูต้องมีรถยนต์คันหรู มีตำแหน่งที่สูงขึ้น ได้สองขั้นทุกปีหรือปีเว้นปี กูทำงานมากกว่าคนอื่น กูเด่นกว่าคนอื่น คนอื่นต้องฟังคำสั่งกู ทุกคนต้องมาหากู กูไม่ชอบคนนั้นก็ต้องจ้องล้างจองผลาญ อาฆาตพยาบาทอยู่ในใจตลอดเวลา เก็บความทรงจำที่ผิดทำอย่างนี้เป็นทุกข์ เดือดร้อน ยึดสุข ถือ ทุกข์ ฉะนั้น ควรปล่อยสุข วางทุกข์ ที่พระท่านว่าให้ปล่อยวาง แล้วมาดำเนินชีวิตตามทางสายกลาง คือ สุขก็รู้ไม่ยึดติด ทุกข์ก็รู้แต่ไม่โวยวาย อันที่จริงร่างกายประกอบด้วยธาตุ ๖ ธาตุ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ อากาสธาตุและวิญญาณธาตุ ประกอบกันเข้าเป็นก้อนธาตุ มีธาตุลมเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ เป็นธาตุที่รักษาความสมดุลของโลก(โลกมี ๒ โลก คือ โลกภายในคือตัวเรา โลกภายนอก คือโลกที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบสุริยจักรวาล) อากาศแปรปรวนการเคลื่อนที่ของอากาศทำให้เกิดลม พายุหมุน มากน้อยตามสภาวะของการแปรปรวนของอากาศนั้นคือโลกภายนอก โลกภายในคือ ตัวเราก็ไม่ต่างจากโลกภายนอก ถ้าเราสะสมสิ่งที่เป็นธาตุดินเอาไว้ในร่างกายมากเกิดความไม่ดุลกับการใช้พลังงาน คือ ธาตุไฟ ตัวเราก็เป็นแหล่งเพราะเชื้อโรคเนื่องจากธาตุไฟไม่สามารถเผาผลาญได้ เหมือนเนื้อที่นำมาผึ่งแดดในหน้าฝนความร้อนของแดดไม่พอทำให้เนื้อมีกลิ่นเหม็นบุคคลใดก็ตามถ้าสะสมธาตุดินไว้ในร่างกาย
ทุกข์ 10 ประการ
มาเรียนรู้วิถีทางดับทุกข์กันเถอะ!
สวัสดีค่ะ
- รวมเป็นทุก (ข์ )ขังอนัตตา
ขอบคุณในเรื่องที่ดี ๆ คะ อ
อ่านแล้วปลงคะปลงไปเลย....
สวัสดีค่ะคุณพรรณา ผิวเผือก ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม
- ความจริงแท้มี 4 อย่าง คือ
1. เปลี่ยนแปลง (อนิจจัง) 2. ไม่สุข (ทุกข์)
3. สลาย (อนัตตา) 4. ไม่งาม (อสุภะ)
- ความจริงสมมุติ มี 3 อย่าง คือ
1. ตำแหน่ง 2. ภาษา 3. ค่านิยม
เรียน คุณเร
โอว…OOHOOH ตาลายจังค่ะ..OOHOOH จะเป็นลมค่ะ..OOHOOH อ่านแล้วยิ่งทุกข์ค่ะ..OOHOOH จะอวกแล้วค่ะ..อิ..อิ..
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ