สวัสดีครับทุกท่าน

        สบายดีกันนะครับทุกท่าน วันนี้ได้ประเด็นทำให้นึกถึงท้องทุ่งนาอีกแล้วครับ เพราะเคยวิ่งเล่น หาปลา จับปลา จับกบ แมงดา ปลาไหล ยิงนกตกปลา ทำบาปมาก่อนครับ นับได้ว่าเป็นคนบาปมาในยามเด็กก็ว่าได้ครับ ตามสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ หากผมเกิดในเมืองก็คงเป็นไปอีกแบบ วันนี้เพื่อให้รู้ชีวิตและกระบวนการหนึ่งในอดีตของผม ผมจะนำเสนอกระบวนการของการใช้ชีวิตของปลาไหล โดยเฉพาะกลวิธีในการจับปลาไหลจากท้องทุ่งมาให้ท่านทราบกันนะครับ ส่วนปัจจุบันนั้น จะมีปลาไหลมากหรือน้อยอยู่ที่ว่าความอุดมสมบูรณ์ของท้องนาบ้านเราเป็นอย่างไรกันแล้วครับ ดินเป็นพิษมากก็คงได้ปลาไหลอีกแบบครับ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

        ปลาไหล (ภาษาอังกฤษ Eel) ชื่อสามัญเรียกปลาจำพวกหนึ่ง ที่มีรูปร่างยาวเหมือนงู พบได้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย หรือน้ำเค็ม ในหลายอันดับ (Order) หลายวงศ์ (Family) เช่น ในวงศ์ปลาตูหนา (Anguillidae) วงศ์ปลาไหลนา (Synbranchidae) วงศ์ปลาไหลมอเรย์ (Muraenidae) เป็นต้น


ที่ผมจะนำเสนอวันนี้คือ ปลาไหลนา หรือปลาไหลกล้วยนะครับ จะมีท้องสีเหลือง และด้านบนสีคล้ำๆ

ก่อนอื่นก่อนจะมาดูวิธีการจับปลาไหล เรามาดูหน้าตาปลาไหลก่อนนะครับ

ภาพจาก  http://nas.er.usgs.gov/XIMAGESERVERX/2006/20060224144850.jpg

 

 

ชื่อวิทยาศาสตร์   Monopterus  albus

ชื่อสามัญ   Swamp eel

รูปร่างลักษณะ   รูปร่างยาวคล้ายงู  ส่วนปลายของลำตัวค่อนข้างแบน ทำให้สามารถว่ายน้ำได้เร็ว  ลำตัวเป็นสีน้ำตาล  ส่วนหลังสีจะเข้ม  ส่วนท้องจะเป็นสีจาง  ไม่มีเกล็ดแต่จะมีเมือกป้องกันตัวแทนด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถจับปลาไหลได้ยาก

อุปนิสัย  เมื่อมีขนาดโตขึ้นไปประมาณ 400 กรัมขึ้นไปจะเปลี่ยนเป็นเพศผู้  ทำหน้าที่ปล่อยน้ำเชื้อผสมกับไข่  สามารถปรับตัวในฤดูแล้งได้โดยจำศีล

 

      ปลาไหลจะมีลำตัวลื่นมีเมือกห่อลำตัว เพื่อให้การลื่นไหลของลำตัวไปได้ในดิน และยากต่อการจับได้ หากจับปลาไหลมือเปล่า ซึ่งบางครั้งต้องมีการใช้การจัดการความรู้ร่วมด้วยในการจับปลาไหล แต่ไม่ได้ยากเกินไปกว่าการจัดการความรู้แบบ KM ธรรมชาติของ อ.ดร.แสวง รวยสูงเนิน ครับ

        ปลาไหลจริงๆ ก็กัดเหมือนกันนะครับ ทางใต้จะเรียกว่า ปลาไหลตุ๋บ (ศัพท์นครศรีฯ) จะดูลักษณะคล้ายๆ งู แต่ผิวจะลื่น ส่วนงูจะน่ากลัวในภาพลักษณ์กว่า (ในความเห็นส่วนตัว)

       ผมจะขอนำเสนอวิธีการจับปลาไหล คร่าวๆ สองสามวิธีครับ

วิธีแรก...การออกไปหาปลากลางคืน

        กลางคืนเดือนมืด โดยเฉพาะข้างแรม เราสามารถถือไฟฉาย หรือตะเีกียงอะเซติลีนพร้อมฉมวกนะครับและไซใส่ปลา หากน้ำใสนะครับ เราจะเห็น ปลาไหลขึ้นมารอจับเหยื่อ ตัวยาวสีออกเหลืองและดำ ตาใสๆ อยู่ครับ (หน้าตาคล้ายภาพด้านบนเลยครับ) คราวนี้ วิีธีการหน่ะทำได้หลายวิธีครับ เช่น

        การใช้ฉมวกแทงปลาไหล เรื่องนี้ หากไม่มีประสบการณ์นะครับ หากเราแทงมั่วๆ โดยไม่วิเคราะห์สรีระของปลาไหล รับรองว่าปลาไหลอาจจะบิดตัวเองแล้วเนื้อขาดหลุดหนีไปได้ง่ายๆ ครับ จากที่ผมค้นพบวิธีการจากการปฏิบัิิติการส่วนตัวในวัยเด็กนั้น พบว่า เราสามารถใช้ฉมวกแล้วให้แนวของซี่ฉมวกนั้นให้เฉียงกับแนวลำต้วปลาไหล นั่นคือ ควรจะมีสองซี่ที่ปักบนลำตัวปลาไหลเป็นอย่างน้อย หรือไม่ให้ซีใดซี่หนึ่งปักลงบนกระดูกสันหลัง ก็อาจจะทำให้ปลาไหลหนีไปไหนไม่รอดแม้จะดิ้นก็ตาม โดยตำแหน่งการปักฉมวกแนะให้บริเวณกลางตัวบริเวณนี้

 

       บริเวณที่สองที่ ให้ปักบริเวณลำคอใต้หัว วิธีนี้จะเจอแน่ๆ คือ ปลาไหลจะใช้วิธีการปิดลำตัวรอบคันฉมวก หากเราปักในตำแหน่งที่แน่นพอ รับรองว่าปลาไหลก็หนีไ่ม่รอดเ่ช่นกัน หลังจากนั้นก็ให้ท่านหาวิธีการจับปลาไหลลงไซใส่ปลา (ทางใต้เรียกว่าไซทน)

        การจับปลาไหลด้วยมือนิยมใช้นิ้วกลางอยู่บนตัวปลาไหลและนิ้วชี้และนิ้วนางอยู่ใต้ตัวปลาไหล เป็นการทำให้ปลาไหลดิ้นไม่ได้ โดยสามารถจับได้เพียงมือเดียวหากมือท่านแข็งแรงพอ แต่หากท่านจับปล่อยแบบกำมือธรรมดา ท่านคงจับยาก เพราะมือเราจะสู้ความลื่นไหลของลำตัวปลาไหลไม่ได้ครับ

        บางคนบอกว่า หากใช้ฉมวก จะได้ปลาไหลลำตัวเป็นแผลไม่สวย เว้นแต่จะแทงด้วยฉมวกในตำแหน่งที่ดีพอ หลายคนจึงนิยมถือเหล็กแท่งยาว แล้วประมาณว่า ตีปลาไหลให้หลังหักนะครับ  คงทำนองตีงูหลังหักนะครับ แต่ต้องตีแล้วจับมาด้วยครับ


วิธีที่สอง....จับปลาไหลในกลางวัน

        วิธีการนี้ จะต้องใช้ความเชี่ยวชาญหน่อยครับ คือ ต้องทราบว่ารู้ไหนเป็นรูปปลาไหล รูไหนเป็นรูปู บางรูก็มีทั้งปลาไหลและปูอยู่ด้วยกัน บางรูก็เป็นรูกบ  ง่ายๆ คือรูปลาไหลมักจะมีรอยลื่น ไม่มีรอยเท้าปูเป็นทางเท้า หรือรูกบก็เป็นรอยเท้ากบ จะต่างกัน

        หากเราเจอรูปลาไหล และมั่นใจว่าใช่ เรานิยมใช้ก้อนแกสอะเซติลีน ที่ชาวสวนยางใช้ในการเป็นตะเีกียงกรีดยางพารานะครับ ใส่เข้าไปในหลุม แล้วจะทำให้ปลาไหลกลัวและออกมาจากรูนะครับ แล้วหาวิธีการจับเอาตามการจัดการความรู้ครับ


วิธีที่สาม....การจัดปลาไหลแบบการใช้กับดัก

 

        วิธีการนี้ เราเพียงแต่สังเกตว่า บึงไหน หนองน้ำไหน ที่คูคลองไหน น่าจะมีปลาไหล ก็ให้ใช้กากปู หรือตัวปู เอามาฉีกแล้วตากแดดทิ้งไว้หนึ่งวัน ให้มีกลิ่นหน่อยๆ แล้วใส่ในอุปกรณ์ที่ชื่อว่า ลัน ซึ่งจะมีปากให้ปลาไหลเข้าไป แล้วออกไม่ได้ คล้ายๆ ไซดักปลา แต่อาจจะทำจากไม้ไผ่เป็นปล้องๆ หรือใช้วิธีการสานเอาก็ได้ครับ บางคนนิยมใส่ไข่เน่าลงไป แล้วแต่เทคนิคนะครับ แล้วนำลัน ไปจมไว้ในสระหนองคลองบึง แล้วค่อยไปยกลัน ในวันรุ่งขึ้นครับ วิธีนี้จะทำให้ปลาไหลสวยไ่ม่โดนทำร้าย อย่างวิธีการก่อนๆ นะครับ

เครื่องมือดักปลาไหลชนิดต่างๆ ตามท้องถิ่นและการประยุกต์ดัดแปลงของแต่ละพื้นบ้านครับ 

 

 

วิธีการที่สี่....การจับปลาไหลในหน้าแล้ง น้ำแห้งขอดคลอง หนองบึง

 

        วิธีการนี้ นับว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่จะจับปลาไหลให้ขาดพันธุ์ สิ้นชาติตระกูลเลยก็ว่าได้ ส่วนเราจะจับแล้วปล่อยลูกๆ ปลาไหลนั้น ก็สามารถทำได้ในภายหลังครับ

 

        วิธีการก็คือว่า เมื่อหน้าแล้งนั้น ปกติปลาต่างๆ หรือปลาไหล จะไปไหนครับ ก็ต้องฝังตัวอยู่ใต้ดินนั่นเองครับ อยู่ที่ว่าจะลึกแค่ไหน อยู่ที่รูปแบบครับ เหมือนที่เค้าถามว่า เวลาฝนตกใหม่ๆ ปลามาจากไหน ก็แนวคิดเดียวกันคือ ปลาใต้ดินที่จำศีลอยู่ก็ขึ้นมาครับ เห็นไหมครับ การจัดการความรู้ของปลาและสัตว์น้ำนั้นฉลาดมากๆ เหมือนกันนะครับ

 

        ส่วนปลาไหลนั้นก็เช่นเดียวกัน ด้วยปลาไหลนั้นความสามารถอาจจะเหนือปลาทั่วๆ ไป ที่ตัวเองสามารถใช้ปากและหัวของตัวเอง ในการชอนไชดินลงไปในรูหลุมลึกได้ ดังนั้น ปลาไหล จะนิยมใช้ปากเป็นสำคัญ ในการจัดการความรู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเองครับ

 

        แต่วิธีการจัดการอย่างไร ก็สู้สมองมนุษย์ผู้รู้วิธีการของปลาไหลไม่ได้อยู่ดีครับ เมื่อน้ำแห้งขอดคลอง เราก็ไปดูในส่วนที่แห้งช้าที่สุดครับ แล้วตรงนั้นล่ะครับ คือพื้นที่ที่จะทำให้พื้นดินแห้งช้าที่สุด ทำให้ชีวิตการอยู่ในใต้ดินดีที่สุดของสิ่งมีชีวิตครับ จะเห็นว่าสัตว์เค้าฉลาดครับ  เราก็สามารถทำได้โดยการขุดล้อมเป็นรูปตัวโอ เป็นคลองรอบพื้นที่แอ่งน้ำที่เพิ่งแห้งไปนะครับ แล้วให้เป็นเหมือนมีคลองไหลรอบครับแล้วขุดให้ลึกจนถึงดินแข็งครับ หากให้ดี คู่คลองให้ขุดกว้างประมาณ หนึ่งฟุตรอบๆ แอ่งดิน เพราะหากปลาไหลอยู่ในเกาะตรงนั้น จะหนีก็จะลงคลองอยู่ดีครับ

 

        และคลองก็ดินแข็ง หัวปลาไหล ต่อจะให้ปากดีปากแข็งแค่ไหน ก็หนีไม่รอดครับ ก็ติดอยู่ในคูอยู่ดีครับ จากนั้นก็ให้ขุดดินรุกไปเรื่อยๆ ในเกาะกลางนั้น จนกว่าจะเกาะหมดไป ท่านก็สามารถเจอปลาไหลมากมายครับ ท่านจะเจอรูปลาไหลมากมายในการติดต่อเชื่อมโยงกับกลุ่มเครือข่ายปลาไหลด้วยกัน ผมเคยทำแบบนี้ครั้งหนึ่ง ประมาณว่าหมดทั้งบึงเลยครับ แต่ใ้ช้เวลาหน่อยครับ แต่ท้าทายและได้ศึกษาชีวิตปลาไหลได้อย่างดีครับ

 

        ท้ายที่สุดก็เลือกเฉพาะตัวที่ต้องการและถมดินลงไปเช่นเดิมและปล่อยลูกปลาไหลให้กลับไปอาศัยกันต่อไปครับพร้อมน้ำให้กับเค้าครับ

 

นี่เป็นวิธีการจับปลาไหลคร่าวๆ ที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ในอดีตวัยเด็กท้องทุ่งของผมครับ 

 

แต่ทุกวันนี้ มีการเลี้ยงปลาไหลในบ่อเลี้ยงและมีวิธีการอื่นๆ ในการนำปลาไหลออกมาจัดจำหน่าย หรือเอาจับมาเพื่อให้คนซื้อไปปล่อย แล้วจับมาเพื่อปล่อยกันเป็นธุรกิจบาปที่งดงามได้เช่นกัน ทำเงินทำทองให้กับวงจรบาปกันสืบไป

 

ส่วนเมนูอาหารนั้น สำหรับปลาไหล มีมากมายครับ เด็ดๆ ก็คือ แกงคั่วปลาไหล บางคนใช้วิธีการต้มน้ำลวกแล้วขูดเมือกลื่นๆ ออกครับ บางคนใช้วิธีการลอกหนังออกครับ บางคนต้มลงไปทั้งตัวเลย แล้วแต่ว่าใครจะสรรหาวิธีการนะครับ ช่างเป็นเวรกรรมของปลาไหลจริงๆ เลยนะครับ  หรือนัยหนึ่ง ช่างเป็นความประเสริฐใจบุญของปลาไหลที่เกิดมาชาตินี้ เพื่อสนองให้คนกระทำกันได้ขนาดนี้ และสอนชีวิตคนให้เรารับรู้เรื่องราวของปลาไหลได้อย่างงดงามของชีวิตเช่นกันครับ

 

ทุกชีวิตมีคุณค่าเสมอ เพียงแต่การพรากชีวิตเค้ามานั้นเพื่อเป้าหมายอันใด อโหสิกรรมก่อนฆ่า และขอชีวิตเค้า นำเนื้อหนังของเค้ามาใช้ประโยช์อย่างมีคุณค่าและแผ่เมตตาให้เค้าไปสู่ในโลกภพที่ดีกว่าในชาติต่อไป และขอบคุณในความประเสริฐน้ำใจของสิ่งมีชีวิตนี้ที่ให้บทเรียนกับคนครับ

บทความเ่ก่าๆ จากท้องทุ่งนา  ได้แก่

ย้อนความยามยังเด็ก ประสบการณ์จากท้องนา (ตอนจับกบ)

 

คุ้ยทริคในหมอง เพราะต้อง Trick Tag ของพี่ชาย (เล่าเรื่องแมงดานา)

 

ย้อนความยามยังเด็ก : แมงดายามรุ่งอรุณ (Giant Water Bug)

 

จากเธอที่ชุมทางเขาชุมทอง

 

ปล.บทความนี้ แนะนำบอกวิธีให้รับทราบกันเฉยๆ นะครับ ไม่แนะนำให้ทำบาปและฆ่าสัตว์ตัดชีิวิตนะครับ หากท่านจำเป็นต้องทำ ก็ให้อโหสิกรรมขอชีวิตเค้าด้วยนะครับ ตลอดจนแผ่เมตตาให้เค้าด้วยนะครับ

 

กราบขอบพระคุณมากครับ

  

เม้ง