นักปรัชญาเฮราคลีตุส ( Heraclitus พ.ศ. 8 – 68 ) เกิดในนครรัฐเอเฟซุส ( Ephesus ) เขาเป็นเชื้อพระวงศ์มีสิทธิ์เป็นราชาแห่งนครรัฐนี้ แต่เขาสละสิทธิ์โดยมุ่งศึกษาทางปรัชญามีผลงานเหลือแค่เศษนิพนธ์
เขาชอบพูดสั้นกระชับและได้รับฉายาว่า...ผู้อำพราง ( The Obscure ) คำกล่าวของเขาเช่น...
<p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">1 . ไม่มีอะไรเที่ยงแท้นอกจากความเปลี่ยนแปลง</p> <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">2 . อุปนิสัยของคนก็คือชะตาชีวิตของเขา</p> <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">3 . ทุกสิ่งทุกอย่างเลื่อนไหลไปเป็นกระแส</p> <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">4 . ความเปลี่ยนแปลงในโลกนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเปลี่ยนแปลงเป็นของจริงไม่ใช่เหตุบังเอิญ</p> <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">5 . ถ้าท่านไม่พยายามคาดคิดในสิ่งที่คนอื่นคิดไม่ถึง ท่านจะไม่มีวันค้นพบความจริง เพราะความจริงพบได้ยาก</p> <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">6 . ท่านไม่สามารถก้าวลงในแม่น้ำสายเดียวกันได้ถึงสองครั้ง เพราะน้ำใหม่ไหลเข้ามาที่ตัวเราตลอดเวลา</p> <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">7 . ทุกสิ่งคือไฟและไฟคือทุกสิ่ง</p> <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">8 . ทุกสิ่งกลายเป็นสิ่งเดียวและสิ่งเดียวกลายเป็นทุกสิ่ง</p> <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">9 . ความขัดแย้งก่อให้เกิดความสามัคคี การแตกร้าวก่อให้เกิดความกลมกลืน สรรพสิ่งเกิดมาจากความขัดแย้ง</p> <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">10 . ชีวิตกับความตาย ตื่นกับหลับ หนุ่มกับแก่ ก็เป็นสิ่งเดียวกัน</p> <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">11 . วิญญาณของมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของไฟอมตะคือพระเจ้า</p> <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">12 . วิญญาณคือไฟและพระเจ้าคือไฟ สรรพสิ่งมีแก่นแท้เป็นไฟอมตะ แต่ไฟนั้นเป็นพระเจ้า ไฟจึงเป็นอัตตา</p> <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">13 . ท้ายสุดเฮราคลีตุสกล่าวว่า…ไฟคือปฐมธาตุของทุกสิ่ง…</p> Umi philosophy บันทึก เมื่อ 18 / 1 / 2551
สวัสดีค่ะอาจารย์
ชอบจังค่ะข้อที่ว่า
ความเปลี่ยนแปลงในโลกนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเปลี่ยนแปลงเป็นของจริงไม่ใช่เหตุบังเอิญ
ใช่เลยค่ะ ขอบคุณที่ได้อ่านค่ะ
สวัสดีครับ คุณ
meowadee
สิ่งที่เป็นสัจธรรม...เป็นอมตะเสมอนะครับ
ขอบคุณครับ
เรื่องปรัชญานี้อ่านแล้วสนุกนะครับ
สวัสดีครับ คุณ
กะทกรกบ้าน
สำหรับคนที่ชอบอานแนวนี้จะสนุกนะครับ
ขอบคุณครับ
ฝ่ายชอบค้าน..มาแล้วครับ
หากทั้ง 13 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นเป็นแนวคิดของคนเดี่ยวกันจริง... เขาคงสับสนมากๆๆๆๆ หรือไม่ก็คงมั่วมากๆๆ ถ้าผมเชื่อตามก็คงเป็นแบบงงๆ
"ไม่มีอะไรเที่ยงแท้นอกจากความเปลี่ยนแปลง..ทุกสิ่งคือไฟและไฟคือทุกสิ่ง ..วิญญาณของมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของไฟอมตะคือพระเจ้า..วิญญาณคือไฟและพระเจ้าคือไฟ สรรพสิ่งมีแก่นแท้เป็นไฟอมตะ แต่ไฟนั้นเป็นพระเจ้า ไฟจึงเป็นอัตตา .. ท้ายสุดเฮราคลีตุสกล่าวว่า...ไฟคือปฐมธาตุของทุกสิ่ง..."
เป็นอันว่าขอค้านทั้งหมดไว้ก่อนละกัน เล็กๆ น้อยๆ ก่อนนะครับ เช่น.. ไฟคือปฐมธาตุของทุกสิ่งจะเป็นได้งัยเมื่อบอกว่าไม่มีอะไรเที่ยงแท้นอกจากความเปลี่ยนแปลง ไฟก็ย่อมเปลี่ยนแปลงด้วย เป็นอมตะก็ไม่ได้เพราะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จะเป็นปฐมก็ไม่ได้เปลี่ยนมาจากอย่างอื่น เป็นอัตตาก็ไม่ได้อีกเพราะไม่คงที่ ไฟคือทุกสิ่ง วิญญาณคือไฟ ไฟเป็นส่วนหนึ่งของไฟ..งง ส่วนหนึ่งแสดงว่าไม่ใช่ทั้งหมด ค้านกันเองมั่ว...มากๆ
ใครรู้...จริง ... ช่วยบอกที
สวัสดีครับ คุณ
เอกชน
ผมชอบใจในมุมคิดของคุณนะครับ...
ในมุมของนักปรัชญาเฮราคลีตุส ...หนึ่งเดียวของเขาคือเขาไปจับเอาไฟ ( ปฐมธาตุ ..พระเจ้า )...และเขามองว่ามันเป็นค้นตอของทุกสิ่ง...สิ่งที่จับได้มันเป็นอัตตา...เมื่อมันถูกจับนิ่งเที่ยงจึงเป็นอมตะ
ขอถามคุณว่า...คุณเคยได้ยินคำกล่าวว่า..อัตตาโลกุตตระไหม..ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
ไม่เคยครับ
สวัสดีครับ คุณ
เอกชน
งั้น...เราคงคุยกันได้สนุกในเรื่องที่อยู่ในฝ่ายโลกียะเท่านั้น...นะครับผม...ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ
เอกชน
คืออัตตาที่อยู่ตรงข้ามกับอัตตาโลกียะ... ซึ่งอยู่ใต้กฏไตรลักษณ์ไง..ครับ...
ขอบคุณครับ
อัตตาโลกียะ <<< คืออะไร? อธิบายทีนะครับ
สวัสดีครับอาจารย์
ด้วยความเคารพ
ขอบคุณครับ
Ans. อย่าลืมว่า เฮราไคลตัสนั้นมักจะไม่บอกความคิดของท่านให้เรารู้โดยตรงนะครับ ส่วนมากท่านจะใช้อุปมาอุปมัยให้เราคิดได้เอง อย่างเช่น ไฟ ในที่นี้ สำหรับ เฮราไคลตัส คือ ever-living fire(ไฟอันเป็นนิรันดร์) คับ ที่บอกว่าไฟเป็นอมตะก็อาจเป็นไปได้ที่ท่านหมายถึง 1.ความอบอุ่น(ที่อยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิต)หรือ 2.การเผาผลาญ (การสลายตัวของสิ่งหนึ่งและการเกิดขึ้นของอีกสิ่งหนึ่ง เช่น เผาฟืนเพื่อให้เกิดแสงสว่างและความอบอุ่น)ทั้งนี้ ท่านเปรียบเทียบการทำงานของไฟกับการเปลี่ยนแปลงคับ นั่นก็คือ ไฟ ลุกและดับ,ให้พลังงานและเผาผลาญ(มีความเกิดขึ้นและสูญเสียไป)อย่างมีสัดส่วนตามกฎของธรรมชาติ ดังนั้นแล้วสำหรับเฮราไคลตัส ไฟนิรันดร์ จึงเป็นตัวชับเคลื่อนจักรวาลที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีกฎเกณฑ์และคงที่เป็นเช่นนี้เรื่อยไปไม่จบสิ้นนั่นเอง ดังนั้นสิ่งที่ท่านต้องการบอกก็คือ สรรพสิ่งนั้นล้วนมีขึ้น เกิดขึ้น มาจากความเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น (ดังนั้น 'ไฟ'คือปฐมธาตุแห่งสรรพสิ่งครับ)...
นอกจากนี้ เฮราไคลตัสยังบอกอีกว่าจิต(วิญญาณ)ที่ดีของคนเรานั้นจะต้องไม่เปียกชื้น เพราะถ้าจิต วิญญาณเปียกก็จะเกิดราได้ O_o โดยรา ในที่นี้ก็คือการเสียสติสัมปชัญญะนั่นเองครับ ยกตัวอย่างเช่น คนที่กำลังเมา นั่นแสดงว่าจิตเขาขึ้นรา เพราะไม่สามารถครองสติไว้อยู่กับตัวและให้เหตุผลที่ดีได้ อุปมาเหมือนเขากำลังถูกจูงมือไปโดยเด็กตัวเล็กๆ(ไร้ทิศทาง ไร้สัมปชัญญะ)...จึงอาจเป็นไปได้อีกว่าท่านได้เปรียบจิตวิญญาณที่ดีเหมือนกับไฟ (นั่นคือแห้งอยู่ตลอดเวลา)
สวัสดีครับ คุณเอกชน
อัตตาโลกียะ <<< คืออะไร? อธิบายทีนะครับ
มันอนิจจังอยู่เสมอครับผม
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ กะทกรกบ้าน
สรรพสิ่งเกิดจากความขัดแย้ง เป็นไปเป็นมาอย่างไร
ผมว่า...เคยได้ยิน...มารบ่มีบารมีบ่เกิด หรือ ความมีร้อนก็มีเย็น มีหยินก็มีหยางมันคละเคล้ากันไปครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ I know that I know nothing
ก็เป็นมุมคิดที่น่าสนใจติดตามอ่านนะครับผม
ขอบคุณครับ