วันนี้ได้รับ e mail จาก Google Apps ของ ท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการส่งสารมาให้ ซึ่งเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย จึงแจ้งให้ทราบกันทั่วกันว่าห้องสมุดวังจันทร์ฯเขากำลังล้ำหน้า มาดูกันว่าสาระเป็นอย่างไร 

ศธ.สร้างห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ต้นแบบใช้กระตุ้นการศึกษาตามอัธยาศัย          

          นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้เป็นประธานเปิดห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์การเรียนรู้วังจันทร์เกษมเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นต้นแบบของห้องสมุดทั่วประเทศ ในการให้บริการการศึกษาตามอัธยาศัย  โดยได้กล่าวถึงความจำเป็นต้องสร้างห้องสมุดดีเยี่ยมที่เป็นต้นแบบห้องสมุดสมัยใหม่ว่า  เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยู่ในระหว่างรอการลงพระปรมาภิไธย ดังนั้นปลัดกระทรวงศึกษาธิการจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานของกศน.จำนวน11ชุด เพื่อเร่งรัดการพัฒนางานของกศน.ให้สอดคล้องกับกฎหมายโดยเร็ว  และค้นพบว่า จุดอ่อนที่สุดของงานกศน.อยู่ที่การส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัยยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ   ทั้งนี้วัดได้จากการที่ประชาชนไม่กระตือรือร้นที่จะแสวงหาความรู้เพิ่มเติมหลังจบการศึกษาเดินพ้นจากรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยไปแล้ว          อีกทั้งแหล่งเรียนรู้ที่ดี สะดวกรวดเร็วราคาถูกก็ไม่มี   ทำให้เยาวชนและประชาชนขาดโอกาสในการไล่ทันความรู้ใหม่ๆ  และยังพบว่าคนไทยยังไม่รู้หนังสืออีกร้อยละ 7 ของประชากรอายุ15ปีขึ้นไป                 การพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเองตามหลักของการศึกษาตามอัธยาศัยยุคใหม่   คือใช้การศึกษาตามอัธยาศัยเป็นเครื่องมือของการศึกษาตลอดชีวิต  การสร้างเยาวชนและประชาชนให้เข้าใจว่า การเรียนรู้ ไม่สายเกินไป  ไม่นานเกินวัย  ไม่ไกลเกินเอื้อมสามารถทำให้ เกิดการเรียนรู้จริงด้วยการสร้างบันไดการศึกษาตลอดชีวิต 12 ขั้นได้แก่  1. พัฒนาตนเองสู่เป้าหมายของชีวิต  2. แสวงหาความรู้ใหม่อยู่เสมอ3. จุดประกายความคิดสร้างสรรค์4. สร้างแรงบันดาลใจ5. ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง6. เรียนรู้ที่จะเข้าใจโลกกว้างจากผู้อื่น7. ไขว่คว้าหาโอกาสทองของชีวิต8. เปิดโลกกว้างทางการศึกษา9. ยกระดับคุณภาพชีวิต10. ประยุกต์ประสบการณ์เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น11. สานสัมพันธ์สู่สังคมสันติภาพและ12. การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด              ทั้งนี้นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการยังได้เสนอแนะห้องสมุดทั่วประเทศต้องปรับปรุงงานให้ทันสมัย โดยการเพิ่มคุณค่าทางวิชาการให้แก่ห้องสมุด    เนื่องจากเมื่อ25ปีที่แล้วมา ห้องสมุดคือสถานที่เก็บ กระดาษจำนวนนับล้านๆชิ้นให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม  ดังนั้นกระบวนการทำงานของห้องสมุดที่ดีของยุคเก่า  จึงอยู่ที่การเก็บรักษาและรู้ว่าจะค้นหาได้ เมื่อต้องการใช้กระดาษข้อมูลเหล่านั้น     แต่วันนี้การจัดการและวัฒนธรรมของห้องสมุดยุคใหม่ต้องทำมากกว่าการเก็บและรู้ที่เก็บข้อมูล  ต้องเน้นความรวดเร็วและหลากหลายของการสืบค้นของผู้ใช้ข้อมูลบทบาทใหม่ของห้องสมุดทันสมัย  จึง ต้องพัฒนาตนเองดังนี้   1.จัดพื้นที่บริการการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ   2.  มีข้อมูลให้ค้นได้มากและหลากหลาย  3.บริการด้วยเท็คนิกโสตสัมผัสหลายวิธี  4.ให้คำแนะนำในการสืบค้นเข้าถึงข้อมูล   5.   เสนอทางเลือกในการเข้าถึงข้อมูลและการอนุญาตให้นำออกไป   6.  สะสมข้อมูลข่าวสารและจัดทำข้อมูลให้บริการทางคอมพิวเตอร์  และ  7.บริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และใช้คอมพิวเตอร์ช่วยงาน                 ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์การเรียนรู้วังจันทร์เกษม   จะให้บริการผ่านเว็บไซต์http://eLibrary.nfe.go.th   โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นออกเป็น 5 ส่วน   1. แนะนำให้รู้จักห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์การเรียนรู้วังจันทร์เกษม แนะนำเว็บเชื่อมโยงอื่นๆ รวมทั้งให้สมัครเป็นสมาชิก  2.แนะกิจกรรมชวนอ่าน ชวนทำกิจกรรม โดยจะแนะนำหนังสือใหม่ หนังสือที่เหมาะกับเด็กอนุบาลหรือวัยต่างๆ  หรือเรืองราวน่าสนใจเช่น   ทำอย่างไรให้พ่อแม่อ่านนิทานให้ลูกฟัง   3. ส่วนนวัตกรรมการเรียนรู้ จะมีสื่อออนไลน์ ข่าวสาร วารสาร ลานประดิษฐ์ แนะนำสาระดีเช่นการทำมาหากิน การรักษาสุขภาพ    4. ชุมนุมนักอ่าน จะเปิดให้สมาชิกมาร่วมสร้างเนื้อหา ร่วมเสนอแนะ มีบล็อกชุมชนคนรักการอ่าน และ  5.  ส่วนบริการสืบค้น จากห้องสมุดทั่วประเทศ และส่วนนี้ในช่วงเวลาต่อไปจะรุกขยายให้สมารถไปสืบค้นแหล่งเรียนรู้ชั้นยอดจากต่างประเทศ เช่น ห้องสมุดประชาชน ห้องสมุดมหาวิทยาลัย  ห้องสมุดโรงเรียนที่มีคุณภาพของต่างประเทศ   โดยมีการคัดสรรและมีเนื้อหาที่เสนอแนะ  รวมทั้งจะมีการแปลสรุปย่อเป็นภาษาไทย เพื่อให้ผู้สนใจไปอ่านฉบับเต็มเป็นภาษาอังกฤษต้วยตนเองต่อไป   จึงขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง เยาวชน และประชาชนเข้ามาทดลองใช้บริการ