ปัญหาเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผู้นำในยุคใหม่
1 ด้านโครงสร้าง
ปัญหาอุปสรรค
* ตั้งแต่ 2548 - 2550 สำนักงานท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้า มีข้าพเจ้า นายศักดิ์ณรงค์ บุญออน ตำแหน่งท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้า ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบงานของสำนักงานท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้า เพียงผู้เดียว รับผิดชอบในงานที่เป็นหน้าที่ของหลายกลุ่มงานตามโครงสร้างรวมของสำนักงานท้องถิ่นอำเภอ ซึ่งมีภารกิจของงานที่รับผิดชอบที่มีหลากหลายในการส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอปางมะผ้าให้เข็มแข็ง และการช่วยสนับสนุนการกำกับดูแลของนายอำเภอ ทำให้อาจเกิดปัญหา การลดลงของมาตรฐาน (Standradization) การทำงานของสำนักงานท้องถิ่นอำเภอมีประสิทธิภาพลดน้อยลงไป เนื่องจากข้อจำกัดในด้านองค์ความรู้ในงานของบุคลากรภายในสำนักงานท้องถิ่นอำเภอ รวมทั้งอาจมีผลกระทบต่อภารกิจในการส่งเสริมสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งยังต้องอาศัยความรู้ศักยภาพของผู้ส่งเสริม หรือการแนะนำ เพื่อผลักดันภารกิจสำคัญของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในการส่งเสริมสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อย่างเข็มแข็ง
แนวทางแก้ไขปรับปรุง
สำนักงานท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้าได้นำระบบการบริหารงานแบบควบคุมทั่วทั้งองค์กร (TQM) ของภาคเอกชนเข้ามาปรับใช้โดยรวมบทบาทภารกิจ และสร้างมาตรฐานการทำงานของหลายกลุ่มงานเข้ามาไว้ในการบริหารงานของท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้า โดยมีการวางระดับมาตรฐานการทำงานของแต่ละกลุ่มงาน (Standradization) ไม่ให้มีการถดถอยจากมามาตรฐานเดิมของภารกิจหน้าที่ที่ได้กำหนดไว้ และเสริมสร้างมาตรการกระตุ้น หรือส่งเสริม ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ตามความต้องการ รวมถึงการสร้างระบบงานบริการที่ดีของสำนักงานท้องถิ่นอำเภอให้สามารถเป็นที่พึงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ทั้งในบทบาทผู้ส่งเสริมและผู้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานราชการ
2 ด้านงบประมาณ
ปัญหาอุปสรรค
ตั้งแต่ วันที่ 20 มิถุนายน 2548 ที่ข้าพเจ้าได้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้า สังกัดสำนักงานท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้า ได้พบกับปัญหาการขาดแคลนวัสดุ อุปกรณ์ และครุภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการทำงานเป็นอย่างมากโดยสำนักงานท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้า ในช่วงนั้น มีวัดสุ อุปกรณ์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ (เสีย) ปรินเตอร์ (เสีย) และเครื่องโทรสาร จำนวน อย่างละ 1 ชุด โดยไม่มีครุภัณฑ์ภายในสำนักงานท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้า เช่น ตู้เก็บเอกสารต่าง ๆ และเครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งเอกสารได้เก็บไว้ในกล่องกระดาษเท่านั้น และข้าพเจ้าได้ประสานไปยังต้นสังกัด แต่ได้รับคำตอบว่า กรมยังไม่มีงบประมาณให้กับสำนักงานท้องถิ่นอำเภอซึ่งทำให้ข้าพเจ้าต้องใช้เงินส่วนตัวในการดำเนินการแก้ไขไปเบื้องต้นรวมทั้งประสานขอรับการช่วยเหลือเท่าที่จำเป็นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่ จนบางครั้งทำให้เกิดปัญหาในการทำงานเป็นจำนวนมาก และตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาก็ยังไม่ได้รับความแก้ไขจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จนมาถึงเดือน เมษายน 2550 ที่กรมฯ ได้จัดซื้อเครื่องถ่ายเอกสาร ให้จำนวน 1 ชุด แต่ยังขาดตู้เก็บเอกสาร รวมทั้งปัจจุบันค่าวัสดุที่กรมโอนจัดสรรมาให้ในปีงบประมาณ 2550 ก็ไม่เพียงในแต่ละงวด เช่น 3 เดือนแรก กรมโอนเงินมาให้เป็นค่าวัสดุสำนักงาน ประมาณ จำนวน 1,400 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อวัสดุ อุปกรณ์ของสำนักงานท้องถิ่นอำเภอ เช่น หมึกเครื่องปรินเตอร์ หมึกของเครื่องถ่ายเอกสาร ทำให้บางครั้ง ข้าพเจ้าต้องไปทำงานที่สำนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่ไปพลางก่อน เพื่อแก้ไขปัญหา และด้วยที่สำนักงานท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้าถือว่าเป็นอำเภอที่มีความทุรกันดารมากของจึงจังหวัดแม่อ่องสอน การเดินทางไป - มาไม่สะดวก มีข้าราชการปฏิบัติหน้าที่เพียงคนเดียวรับผิดชอบงานอยู่หลายด้านตามภารกิจของกรมฯ ดังนั้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องมีความทุ่มเทและเอาใจใส่ต่อการสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ที่มีความห่างไกลด้วย
แนวทางแก้ไขปรับปรุง
ภายในปีงบประมาณ 2550 ข้าพเจ้าได้จัดทำโครงการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารการซื้อหรือการจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลระดับอำเภอ(ศูนย์หลัก) เพื่อให้องค์การบริหารส่วนตำบลสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการของศูนย์ฯ โดยท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้าในฐานะเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ตามคำสั่งฯ ได้เข้ามาขอใช้สถานที่ในการดำเนินการของศูนย์ฯ ในการใช้วัสดุ อุปกรณ์ ที่จำเป็น เพื่อให้การดำเนินการของสำนักงานท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้าสามารถดำเนินการไปได้ และสำนักงานท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้า ได้นำศูนย์ต่าง ๆ มารวมไว้ด้วยกัน เช่น ศูนย์ประสานงานองค์การบริหารส่วนตำบลระดับอำเภอ ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับอำเภอ ศูนย์ประสานงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงระดับอำเภอ ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับอำเภอ เพื่อสามารถให้สำนักงานท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้าสามารถเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานร่วมกับหน่วยงานภาคราชการและภาคประชาชน กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการของสำนักงานท้องถิ่นอำเภอทั่วประเทศเป็นไปได้ด้วยการขับเคลื่อนหน่วยงานของตนเอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ควรเปลี่ยนบทบาทของสำนักงานท้องถิ่นอำเภอ จากราชการส่วนกลางเป็นราชการส่วนภูมิภาค เพื่อสะดวกต่อการขอรับงบประมาณในด้านต่างๆ จากสำนักงบประมาณ (ข้อแนะนำเพิ่มเติม) และควรเสริมสร้างภารกิจของสำนักงานท้องถิ่นอำเภอให้มีความเข็มแข็งเป็นตัวขับเคลื่อนอย่างเต็มตัว ไม่ใช้มองแค่บทบาทอย่างเต็มตัวของท้องถิ่นอำเภอเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกรม แต่ถูกจำกัดบุคลากร งบประมาณ จนทำให้ไม่มีเวลาปฏิบัติงานด้านงานส่งเสริม ได้แค่ปฏิบัติงานด้านเอกสารเท่านั้น
3 ด้านการบริหารงานบุคคลหรือบุคลากร
ปัญหาอุปสรรค
1. ปัญหาความน่าเชื่อถือกับ ตำแหน่งท้องถิ่นอำเภอ ที่ยังเป็นแค่ตำแหน่งลอยๆ หลายภาคส่วนราชการระดับอำเภอยังไม่มีการยอมรับในตำแหน่งตามหลักของกฎหมาย ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอที่มาปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่ว่าการอำเภอ ในตัวแทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
2. ปัญหาภาพลักษณ์ของท้องถิ่นอำเภอหลายแห่งที่สร้างฐานอำนาจในเรื่องของการทุจริต ไม่สามารถแก้ไขปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในบทบาทของนักส่งเสริมและการช่วยสนับสนุนการกำกับดูแลให้กับนายอำเภอ ทำให้ไม่เกิดการยอมรับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหลายภาคส่วนราชการ ปฏิบัติงานเป็นเพียงแค่ธุรการของงานท้องถิ่น
3. ปัญหาการเอาใจใสในการส่งเสริมและคัดเลือกข้าราชการที่ดีทั้งในด้านความรู้ความสามารถ คุณธรรม ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ท้องถิ่นอำเภอ เป็นตัวแทนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในการสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอต่างๆ
4. ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ณ สำนักงานท้องถิ่นอำเภอ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานท้องถิ่นอำเภอปางมะผ้าและสำนักงานท้องถิ่นหลายๆ อำเภอมีข้าราชการปฏิบัติเพียงผู้เดียว หรือบางแห่งท้องถิ่นอำเภอเพียงคนเดียวต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่หลายอำเภอ ซึ่งเป็นภารกิจหลักของกองการเจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (งานนโยบาย) ต้องตระหนักในการแก้ปัญหาเหล่านี้เป็นการเร่งด่วนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่ปัจจุบัน ที่กำลงเริ่มลดน้อยลงไป
5. ปัญหาการย้ายออกต่างๆจังหวัดของข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งปัจจุบันมีข้าราชการปฏิบัติหน้าที่รวมเพียง 20 คน ล้วนแต่เป็นข้าราชการใกล้เกษียณ และข้าราชการบรรจุใหม่ ยังขาดความรู้ในงานปฏิบัติหน้าที่อยู่ เช่นปัจจุบัน สำนักงานท้องถิ่นอำเภอแม่ลาน้อย มีข้าราชการตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 1 คน อายุ 59 ปี ปฏิบัติหน้าที่รักษาการท้องถิ่นอำเภออยู่ ไม่มีความชำนาญการตามตำแหน่ง (Specialization) ทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการทำงาน กระทบต่อการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อยเป็นจำนวนมาก ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเป็นการด่วน
แนวทางแก้ไขปรับปรุง
1. ปรับเปลี่ยนสำนักงานท้องถิ่นอำเภอและสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเป็นราชการส่วนภูมิภาค เพื่อง่ายและสะดวกต่อการของบประมาณด้านบุคลากรจากสำนักงบประมาณ
2. เสริมสร้างระบบคุณธรรมให้เกิดขึ้นกับข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่ ณ สำนักงานท้องถิ่นอำเภอและสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด รวมทั้งสร้างองค์ความรู้โดยร่วมในด้านงานท้องถิ่นในทุกเรื่องเป็นประจำ ให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ท้องถิ่นอำเภอให้สามารถเกิดการยอมรับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนราชการ ไม่ยึดติดกับงานเอกสาร เน้นหนักในงานและบทบาทของผู้ส่งเสริมที่ดี และมองเห็นปัญหาของชุมชน สามารถผลักดันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถแก้ไขปัญหาตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ ทั้งนี้ควรเปลี่ยนบทบาทของข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเป็นผู้สนับสนุนและเป็นพี่เลี้ยงที่ดีให้กับอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย
3. ส่งเสริมและคัดเลือกข้าราชการที่ดีทั้งในด้านความรู้ความสามารถ คุณธรรม ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ท้องถิ่นอำเภอ เป็นตัวแทนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในการสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4. จัดสรรจำนวนลูกจ้างชั่วคราวในการดูแลงานเอกสารให้กับ สำนักงานท้องถิ่นอำเภอ เพื่อให้ท้องถิ่นอำเภอสามารถแสดงบทบาทในการทำงานในด้านการส่งเสริมและดำเนินการตามนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่ หรือเรียกว่า (Policy-Adminstration Split)
5. กำจัดการใช้ระบบอุปถัมภ์ในการย้ายข้าราชการออกนอกพื้นที่จังหวัด โดยใช้ระบบคุณธรรมคำนึงถึงความจำเป็นบุคคลและผลประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก (Impernallity) เพื่อป้องกันการกระทบต่อทางราชการที่อาจตามมาในภายหลัง
4 ด้านการประสานงานและให้บริการ รวมถึงระบบการทำงาน
ปัญหาอุปสรรค
1. ปัญหาการขาดจิตสำนึกสาธารณะ ไม่คำนึงถึงความต้องการหรือการแก้ไขปัญหาของลูกค้า คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรงและทางอ้อม รวมถึงภาคเอกชนต่าง ของข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่ ณ สำนักงานท้องถิ่นอำเภอและสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด
2. ขาดมาตรฐาน (Standradization) การปฏิบัติงานของสำนักงานท้องถิ่นอำเภอและสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดที่มีความหลายในงานหลายด้าน ทำให้บุคลากรเกิดความเครียดเมื่อมองเห็นปัญหาอุปสรรค ทำให้มาตรฐานการทำงานของแต่ละตำแหน่งลดลงไป กระทบต่อการการปฏิบัติงานของแต่ละส่วนงาน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
แนวทางแก้ไขปรับปรุง
1. สร้างค่านิยมที่ดีของพนักงานของรัฐ และปลูกจิตสำนึกให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างสรรค์ โดยผลักดันผู้นำหรือผู้บังคับบัญชาที่ดีมีความรู้ความสามารถ และระบบคุณธรรม(Merit System) เข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนสำนักงานท้องถิ่นอำเภอและสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด
2. สร้างตัวแบบมาตรฐานของแต่ละส่วนงานที่มีอยู่ ของข้าราชการในสังกัดสำนักงานท้องถิ่นอำเภอและสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเพื่อป้องกันมาตรฐานการทำงานที่ลดต่ำลง พร้อมทั้งสร้างระบบการบริหารงานภายใต้ความเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปพร้อมกับการส่งเสริมและสนับสนุนแก้ไขปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
5 ด้านอื่นๆ (ถ้ามี)
ข้อเสนอแนะ และแนวทางแก้ไขปรับปรุง
1. ในการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ของข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทุกครั้ง ขอให้ให้แทรกเนื้อหาที่เกี่ยวกับ หลักการบริหารงานต่างๆ ที่มีความทันสมัย เพื่อเสริมสร้างหลักการ องค์ความรู้ และปรับแนวความคิดของข้าราชการให้มีความเป็นผู้นำที่ดี มีความสง่างาม สามารถเป็นตัวแทนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในสร้างความเชื่อถือ และความเคารพจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนอื่น ๆ
2. วางระบบการตรวจสอบการทำงานของข้าราชการของสำนักงานท้องถิ่นอำเภอ และสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดให้มีความเข็มแข็งปราศจากการทุจริตคอรัปชั่น โดยใช้ระบบการ บร๊อกหรือการป้องกันที่มีแบบมาตรฐาน 360 องศา สามารถนำมาวัดผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนระดับหรือประเมินผลการเลื่อนขั้นเงินเดือน เพื่อส่งเสริมข้าราชการที่ดีที่มีอยู่ในองค์กร