การประเมินโดยใช้รูปแบบ CPO

นายสุคนธ์
CPO Model

รูปแบบการประเมิน CIPP Model ของ Daneil L.  Stufflebeam  เป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขว้างในปัจจุบันจะเห็นได้จากงานการประเมินโครงการต่าง ๆ  หรือการประเมินอื่น ๆ มักใช้  CIPP  Model  นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการประเมินอีกมากมายหลายรูปแบบให้เลือกใช้อีกมามากมาย ตามลักษณะของโครงการ  เช่น รูปแบบการประเมินของ Ralph W. Tyler    Marvin  C. Alkin    Melolm M. Provus   Michael Scriven  Robert  E. Stake   Kirkpatrick  และ  M.Q. Patton   ซึ่งล้วนเป็นของต่างชาติ  แต่รูปแบบการประเมินที่คนไทยที่พยายามสร้างขึ้นพัฒนาและประยุกต์ให้เหมาะสมกับกับบริบทของไทย คือ CPO  Model ของ เยาวดี  รางชัยกุล  วิบูลย์ศรี  ซึ่งง่ายต่อการดำเนินการประเมินและเหมาะสมกับลักษณะนิสัยของไทย  น่าจะได้รับการพิจารณานำมาใช้ 

CPO  Model  ประกอบด้วยการประเมินส่วนสำคัญ 3 ส่วนใหญ่ๆ  ที่เกี่ยวข้องซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่องตามลำดับ  คือ  1)  การประเะมินปัจจัยพื้นฐานด้านสภาวะแวดล้อม (Context)                 ปัจจัยพื้นฐานด้านสภาวะแวดล้อม  หมายถึง  บริบท ต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด เช่น ปัจจัยทางการเมือง   ทางสังคม  ทางวัฒนธรรม  รวมทั้งปัจจัยทางกายภาพ  และทางจิตใจ  เป็นต้น  การประเมินในส่วนนี้ เป็นการประเมินสภาวะแวดล้อม หรือ บริบท ต่าง ๆ ของโครงการนั้น ๆ ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่  โดยพิจารณาถึง 1.1)  ความต้องการของโครงการ (Need  Assessment)  เพื่อให้ทราบถึง       ความจำเป็น  หรือความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียต่อโครงการ1.2)  ความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility)  เพื่อให้ทราบถึงโอกาสใน   การจัดทำโครงการ1.3)  การกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อระบุถึงสิ่งที่ต้องการจะให้เกิดขึ้นจากโครงการ1.4)  ความพร้อมและทรัพยากรในด้านต่าง ๆ เช่น  เงินทุน หรืองบประมาณ  วัสดุอุปกรณ์ บุคลากร เป็นต้น2)  การประเมินกระบวนการปฏิบัติระหว่างดำเนินโครงการ (Process)   การพิจารณากระบวนการปฏิบัติระหว่างดำเนินโครงการ พิจารณาในความหมายของกระบวนการ ที่หมายถึง ขั้นตอนหรือกรรมวิธีที่จะต้องปฏิบัติตามลำดับก่อนหลังอย่างเป็นระบบและครบวงจรในระหว่างดำเนินโครงการ  กระบวนการดังกล่าวอาจจะแตกต่างกันไปตามเป้าหมายในเชิงปรัชญาของแต่ละโครงการ  เช่น  โครงการทางธุรกิจ  เป้าหมายหลักก็คือการแสวงหากำไรจากการดำเนินธุรกิจนั้น ๆ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  โดยลดต้นทุนการดำเนินงานให้เหลือน้อยที่สุด ส่วนโครงการทางการศึกษาของรัฐ  เป้าหมายหลักก็คือการปลูกฝังความรู้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเด็ก  เยาวชน  และบุคคลทั่วไป โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว  โครงการประเภทนี้จะไม่มุ่งแสวงหากำไรสูงสุดเป็นหลัก เป็นต้นองค์ประกอบที่สำคัญที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ ของการประเมินด้านกระบวนการปฏิบัติระหว่างดำเนินโครงการ คือ  ความสอดคล้องของกิจกรรมและช่วงเวลา โดยพิจารณาถึง                                                2.1)  กิจกรรม (Activity)  เพื่อให้ทราบว่า กิจกรรมนั้น ๆ มีความสอดคล้องหรือตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่  และมีการจัดลำดับที่เหมาะสมต่อเนื่องกันมากน้อยเพียงใด                                                2.2)  ช่วงเวลา (Timing) เพื่อให้ทราบว่า ช่วงเวลาที่ดำเนินโครงการทางด้านกิจกรรมนั้น ๆ มีความเหมาะสมเพียงไร  มีข้อจำกัดประการใด  และช่วงเวลาที่กำหนดไว้นั้น  สามารถจะปรับเปลี่ยนไปจากเดิมได้ตามความจำเป็นหรือไม่  และเพราะเหตุใด3)  การประเมินผลผลิตของโครงการ (Outcome)                                ผลผลิตของโครงการ หมายถึง ผลงานหรือผลที่ได้รับจากการกระทำกิจกรรมใด ๆ ของแต่ละโครงการ  โดยสามารถแบ่งผลผลิตออกเป็น 3 ประเภทคือ  ผลรวม (Overall) ผลกระทบ (Impact)  และคุณค่าหรือประโยชน์ (Utility)  การประเมินผลผลิตของโครงการใด ๆ จึงเป็นการประเมินเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากโครงการ โดยพิจารณาผลดังกล่าว  ดังนี้                                                3.1) การประเมินผลรวม (Overall)  เพื่อให้ทราบถึงผลที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากกิจกรรมของโครงการ  ทั้งโดยตรงและทางอ้อม3.2) การประเมินผลกระทบ (Impact)  เพื่อให้ทราบถึงผลที่ตามมาจากการดำเนินโครงการนั้น ๆ ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม  รวมทั้งจากที่คาดหวังไว้และมิได้คาดหวังไว้3.3)  การประเมินคุณค่าหรือประโยชน์ (Utility)  เพื่อให้ทราบถึงคุณค่าความสำคัญของผลผลิตที่ได้จากการประเมิน  ทั้งนี้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจหรือเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทสรุปการประเมินหลักสูตร คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

คำสำคัญ (Tags)#การประเมิน#cpo model

หมายเลขบันทึก: 159253, เขียน: 14 Jan 2008 @ 21:33 (), แก้ไข: 23 Jun 2012 @ 00:23 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

วุฒิพงศ์
IP: xxx.26.140.128
เขียนเมื่อ 

cpo น่าจะประยุกต์มาจาก cipp ตรงที่ context  ของ cipp ส่วนใหญ่มักทำไม่ทันหรือไม่ได้ทำ เพราะเมื่อคิดจะประเมินโครงการก็เมื่อโครงการดำเนินการไปแล้ว   การประเมินโครงการหรืองานวิจัยเชิงประเมินโครงการ  หลายเล่มจับ context  input  procress และ product ประเมินพร้อมกันในเวลาเดียวกัน ซึ่งไม่น่าจะผ่านการสอบ ป้องกัน มาได้  มองดูเหมือน cpo จับ context กับ inputมารวมกัน ก็ทำให้คล่องตัวขึ้น แต่บอกได้เลย หลักการเดียวกัน