ภาษาประชาธิปไตย "อย่าให้เศษเงิน ทำให้คุณเป็นเศษคน" ได้ยินได้อ่านแล้วได้อะไร..


เศษ น. ส่วนที่เหลือใช้การไม่ได้ตามวัตถุประสงค์, ส่วนที่เหลือซึ่งไม่ต้องการ เช่น เศษคน, เศษมนุษย์ น. คนเลวมากจนหาดีไม่ได้ (ใช้เป็นคำด่า). เศษนรก น. คนเลวอย่างที่สุด.

บ่อยครั้งที่เราได้ยินได้ฟังสื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั่ว ๆ ไป  ทางสื่อมวลชน  ไม่ว่าภาษาเขียน  ภาษาพูด  ภาพ  เสียงประกอบ  หรือแนวคิดเกี่ยวกับการทำสื่อนั้น ๆ  เราอดที่จะคิดตามด้วยอารมณ์ต่าง ๆ ทั้งบวกและลบไม่ได้  เช่น  ชื่นชม  ติดตาตรึงใจ  ทึ่ง  ขัน  ปลง  ส่ายหน้า  คิดได้ไง  เป็นต้น

คำรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุด  23 ธันวาคม 2550 ที่ กล่าวว่า "อย่าให้เศษเงิน  ทำให้คุณเป็นเศษคน"  คำนี้น่าคิด  ศึกษาตามความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 (2546: 1106 - 1107)  ในความหมายที่เกี่ยวกับ "คน" อย่างไม่ตัดทอนหรือต่อเติมเลย  พบว่า

เศษ น. ส่วนที่เหลือใช้การไม่ได้ตามวัตถุประสงค์,  ส่วนที่เหลือซึ่งไม่ต้องการ  เช่น เศษคน, เศษมนุษย์  น. คนเลวมากจนหาดีไม่ได้ (ใช้เป็นคำด่า).  เศษนรก  น. คนเลวอย่างที่สุด.

ส่วนคำว่า "เศษเงิน" ในพจนานุกรมไม่ได้ยกตัวอย่างไว้  ที่เห็นใกล้เคียงในหน้าเดียวกัน (2546: 1106) คือคำว่า เศษกระดาษ (ปาก) น. สิ่งที่ไร้ค่า เช่น  ใบหุ้นที่ยกเลิกแล้วมีค่าเป็นเศษกระดาษ.

การศึกษาแนวคิดการจัดทำสื่อโฆษณาที่ใช้คำหรือข้อความ  โดยอธิบายความหมายจากพจนานกรมที่กล่าวมา  ก็คงแปลความหมายได้ตามนั้น  แต่ที่น่าคิดตามมาคือ  เป็นไปได้เชียวหรือที่การโฆษณารณรงค์เพื่อส่งเสริมในทางประชาธิปไตยของไทย   ต้องไปขุดค้นเอาความหมายของคำที่แม้แต่พจนานุกรมที่อ้างถึง  ก็ยังบอกว่าเป็นภาษาปาก  เป็นคำด่า

ในสังคมไทยเราจะเอาบรรทัดฐานใดมาใช้วัดค่าของเงินดีเล่า  ว่าเงินจำนวนเท่าใดเป็น เศษเงิน หรือไม่เป็น  ถ้าแยกได้ก็คงจะรู้กันไม่ยากว่า  เศษคน หรือไม่ใช่เศษคน  หน้าตาเป็นอย่างไร 

เงินห้าบาทสิบบาท  ไม่ใช่เศษเงินของซาเล้ง  คนเก็บขยะ  เงิน 100  200 ......1,000 บาท ไม่ใช่เศษเงินของคนจนเดินดิน   และมากกว่านั้นเงิน 10 ล้าน... 50  ล้าน... 100 ล้านบาท  ย่อมเป็นได้ทั้ง เศษเงิน  และ  เงินที่มีค่า  แล้วแต่ว่าคน ๆ นั้นจะวางตนเองว่าเป็นใคร 

คนมีเงินมากไม่รู้ค่าของ เงินน้อย มองว่าเป็น เศษเงิน ใครครอบครอง เศษเงิน  หมายถึง  เศษคน  นี่คือทัศนะที่ดีที่สุดของการดำเนินการทางประชาธิปไตยกระนั้นหรือ 

เห็นผู้ใหญ่บางท่านออกรถกะบะคันใหม่  เอาตัวเองเป็นพรีเซนเตอร์  ติดคำรณรงค์หราข้างรถว่า "อย่าให้เศษเงิน  ทำให้คุณเป็นเศษคน" ให้นักข่าวมาทำข่าว  รายการหลังข่าวประเภท "เก็บหล่น" นำมาออกรายการ  หัวเราะร่าทั้ง ผู้ใหญ่ และพิธีกรข่าว

นอกจากนั้นยังมีภาพยนต์โฆษณาที่ใช้ดาราดังหลายคน  มาเป็นพรีเซนเตอร์ ช่วยกันพูด "อย่าให้เศษเงิน  ทำให้คุณเป็นเศษคน" อย่างเริงรื่น 

คงไม่มีใครเป็นปลื้มกับพวกใช้เงินซื้อเสียงเพื่อเข้าไปกอบโกยอำนาจและผลประโยชน์  แต่จำเป็นด้วยหรือที่จะกระหนาบชาวบ้านผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยคำว่า "เศษคน" ชาวบ้านเขาไม่รับรู้หรอกครับ  เพราะเงิน  200... 300..  500...1,000  บาท  สำหรับชาวบ้าน กรรมกร  คนหาเช้ากินค่ำ  มันไม่ใช่ เศษเงิน สำหรับพวกเขา.

หมายเลขบันทึก: 155365เขียนเมื่อ 22 ธันวาคม 2007 14:02 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 22:05 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (10)

สวัสดีครับ

ผมกลับถูกคำถามจากอ้ายน้องรัฐกรฝั่งลาวที่ทำเอาอึ้งเหมือนกันครับ เขาอยู่เมืองหงสา ดูทีวีไทยตลอด

เขาถามว่า โฆษณา ที่เด็กน้อยเตือนพ่อว่า อย่ารับ อย่ารับ(เงินซื้อเสียงนั้น)

ทำไมต้องให้เด็กมาสอนผู้ใหญ่ด้วย

ที่จริงผู้ใหญ่ควรจะสอนเด็ก เขาว่างั้น

เป็นมุมมองที่ต่างไปครับ เลยนำมาแลกเปลี่ยน

สวัสดีค่ะ ครูชา

เห็นด้วยกับครูชาค่ะ  อ๋อมองว่าบริษัทที่รับจ้างทำโฆษณาชุดนี้ ไม่เคารพในคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นและดูถูกผู้รับชมโฆษณาไปพร้อมๆกันค่ะ

ครูชาเคยชมโฆษณาครีมบำรุงผิวยี่ห้อหนึ่งที่เด็กดอยชี้ไปที่เพื่อนๆนางเอกคนสวยแล้วพูดว่า " ผี ล้อะ ๆๆๆ" สาวๆตกใจตีความคำพูดเด็กดอยว่า " ผี หลอกๆๆ " ต่อมาก็มีคำเฉลยว่าเด็กดอยบอกว่าสาวชาวกรุงกลุ่มนี้ "ผิวลอก" จากนั้นนางเอกของเรื่องก็จัดแจงโฆษณาสินค้าตามหน้าที่ที่รับจ้างมาต่อทันที

คิดเล่นๆจะมีเด็กดอยคนใดหนอ ที่ผิวเนียนสวยสดงดงามจนกล้าหาญชาญชัย ชี้นิ้วล้อเลียน กลุ่มสาวชาวเมืองว่า ผิวลอก ได้

ในทางกลับกัน  เหตุใดต้องนำสำเนียงการพูดที่มีเอกลักษณ์พื้นถิ่นมาล้อเลียนกันเล่นๆแบบนี้ด้วย เด็กยุคใหม่ไม่รู้คุณค่าของวัฒนธรรมพื้นถิ่น เพราะมีการนำมาล้อเลียนกันเล่นๆ ทำให้เด็กบางคนอายชาติกำเนิดของตน ที่ไม่ เมืองเอาซะเลย ก็ไม่สนใจจะสืบทอดภูมิปัญญาอันดีงามต่อ แม้แต่ภาษาพูดดั้งเดิม

นั่งดูแล้วก็เพลียใจนะคะ ว่าเราหรือผู้คิดโฆษณากันแน่ที่คิดไม่เหมาะสม คือคิดมากหรือคิดน้อยไป ไม่ยอมเดินสายกลาง คือ คิดพอดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

บ่นยาวไปค่ะ เกี่ยวกันไหมเนี่ย

สวัสดีค่ะครู

อ๋อ

 

  • สวัสดีครับคุณP . paleeyon
  • นั่นนะสิครับ....
  • ไม่กี่ปีมานี้  ตำราหลายวิชาเห็นทีต้องทบทวนเนื้อหา  ทุกอย่างมันกลับทางไปหมด
  • ขอบคุณครับ

 

 

  • สวัสดีครับคุณหมอP  nithimar
  • ผู้คิดแก๊กไอเดียผลิตงานโฆษณา  ซึ่งเรียกว่าเป็น ครีเอทีฟ เมื่อคิดได้แล้วทำเดโม(ตัวอย่าง)นำเสนอ  อีกส่วนหนึ่งก็คือผู้ตัดสินใจว่าตกลงจัดจ้างเอาตามนี้  พอกันครับ 
  • มีมากครับโฆษณาเชิงนี้  เช่น  ในออฟฟิซ  เจ้านายตาถมึงทึง  จ้องลูกน้องหน้าจอคอม  ลูกน้องยิงฟันเห็นเหงือกเบ้อเริ่มน่ากลัว  สุดท้ายจึงรู้ว่าโฆษณาน้ำขวด  เดี๋ยวนี้คนเห็นในตู้แช่  นึกถึงภาพในโฆษณา ก็ผะอืดผะอมแล้ว..
  • เอาปมด้อยกันมาเล่นโฆษณา  ระวังมุมกลับ  ภาพพจน์สินค้าลงเหวเอาง่าย ๆ นะครับ
  • เห็นรูปภาพคุณหมอหายไปขณะหนึ่ง  งงเหมือนกัน  ต่อมาจึงรู้ว่าเปลี่ยนรูปภาพ
  • ขอบคุณครับ 
เป็นบันทึกที่ "คม" มากเลยครับ ประทับใจมากครับ
  • สวัสดีครับอาจารย์P  ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์
  • รู้สึกเป็นเกียรติ  และขอขอบคุณอาจารย์มากครับ
  • ขณะนี้  ผลการเลือกตั้งแม้เราท่านจะคิดยังไง...  แต่ความคิดของประชาชนก็เป็นสิ่งที่น่าศึกษา.. ลักษณะไม่ลอง(จนเอง) ไม่รู้...
  • พวกสุดโต่งก็คงมองว่าประชาชน  เป็นดั่งคำรณรงค์เลือกตั้งที่กล่าวถึงอยู่ดี...
  • (ติดตามแนวทางความอยู่ได้ของ gotoknow อย่างใจจดจ่อ  พร้อมที่จะร่วมสนับสนุน  ตามแนวทางส่วนรวมทุกประการ  ครับอาจารย์)

มาเยี่ยม  คุณ

ครูชา เปิงบ้าน

ชอบใจในคำบันทึกนี้ครับ...แต่จำเป็นด้วยหรือที่จะกระหนาบชาวบ้านผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยคำว่า "เศษคน"

สวัสดีครับคุณ umi ประเทศไทยเหมือนเรือใหญ่  มีตั้งแต่กุลี  คนงานผลิต  บริการใต้ท้องเรือ  และคนโดยสารซื้อบริการพักผ่อนบนดาดฟ้าชั้นสำราญ  ทุกคนเป็นคนเหมือนกัน  เรือล่มมาก็ลำบากเป็นตายเท่ากัน...  รักและเมตตากันจะดีกว่านะครับ

แวะมาเยี่ยมเยือนครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อความในบันทึก

ช่วย ๆ กันครับ บ้านเมืองนี้เอาความสะใจ เร้าอารมณ์ เพื่อตอบสนองต่่อวัตถุประสงค์ของตนเอง

มากเกินกว่าการใช้เหตุผลขึ้นทุกทีแล้ว

ช่วยกันวิจารณ์แสดงความเห็นอย่างน้อยอาจกระตุกรั้งให้หันมาคิดได้บ้าง

 

สามชาย 

 

 

 

  • สวัสดีครับท่านP 9. สามชาย ศรีสันต์ ครับ
  • ขอขอบคุณที่ท่านแวะเยี่ยม และมอบความเห็น
  • ชอบสไตล์ท่านเขียนครับ  ตรง  เข้าถึงดีทีเดียว
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี