p=c-f เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางเลือกที่ผู้เขียนตั้งใจให้เป็น Disruptive Innovation

P = C-F[1]; อีกหนึ่งนวัตกรรมทางเลือกในการจัดการการศึกษาชาติ ฐานความเชื่อ ด้วยความเชื่อมั่นต่อ นวัตกรรม [Innovation]ที่หมายถึง   องค์ความรู้                                                 [Body  of knowledges] ในด้าน หลักการ  แนวคิด ทฤษฏีระบบ ระเบียบ                                     กระบวนการ  วิธีการ  กฎเกณฑ์ สูตร ข้อกำหนดที่เกิดจากการศึกษา ค้นคว้า                                    ทดลอง วิเคราะห์ วิจัยจนเกิดได้สิ่งใหม่ขึ้นมา หรือสิ่งนั้นเกิดขึ้นจากกาปรับปรุง                                         แก้ไขจนเกิดสิ่งใหม่ขึ้นมา แล้วนำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงการพัฒนา                                และยังปักใจเชื่ออีกว่า ไม่มีปัญหาใดในโลกที่ไม่มีหนทางจัดการแก้ไข แม้ปัญหาทางการศึกษา ซึ่งในการจัดการ ปัญหาการศึกษาชาติ นั้นก็ต้องสามารถจัดการได้ด้วย นวัตกรรม ที่เหมาะสมและแยบยล                                 และในที่นี้ก็เป็นการนำเสนอนวัตกรรมที่สามารถเรียกว่า นวัตกรรมทางเลือก [Alternative  Innovation]  ซึ่ง  สูตร   P=C-F ก็เป็นหนึ่งในบรรดา นวัตกรรมทางเลือก นั้นที่ผู้เขียนตั้งใจนำมาเสนอในการศึกษาครั้งนี้ ชื่อนวัตกรรม        P=C-F ความเชื่อพื้นฐาน  ภายใต้ความหมายของ คำ  ปัญหา : ผลต่างของข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง[Fact:F]         กับ                      เกณฑ์ [Criteria:C]ที่กำหนดไว้เป็นตัวเลข ซึ่งกำหนดเป็นสูตร  P=C-F ขึ้นมาเพื่อ                     ใช้เป็นรูปแบบ [Model] ในการศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ                                 ในการจัดการการศึกษาได้อย่างตรงประเด็นยิ่ง รูปแบบการศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ  PAR            ปัญหา [PROBLEM]หมายถึงส่วนต่างระหว่างเกณฑ์    [CRITERIA, MEAN,NORMหรือ SATISFACTION  LEVEL]ที่กำหนดไว้เป็นบรรทัดฐานกับสภาพจริง[FACT] ที่ปรากฏ ดังกำหนดเป็นสูตรขึ้นไว้ดังนี้P = C - F  [ P คือ PROBLEM(ปัญหา) C คือ CRITERIA(เกณฑ์)F คือ FACT(สภาพจริง)                                นั่นคือ ถ้าความแตกต่างมีมากก็แสดงว่าสิ่งนั้นมีปัญหามาก แต่หากความแตกต่างมีน้อย ก็แสดงว่าสิ่งนั้นก็มีปัญหาน้อย                        ดังนั้นจะเห็นว่าในการมองสภาพปัญหาตามสูตรดังกล่าว ผู้มองต้องศึกษาให้รู้ถึง ข้อมูล สารสนเทศหรือดัชนีถึง 3 ตัวคือ                                1.ข้อมูล[DATA] หรือ สารสนเทศ [INFORMATION]หรือดัชนี [INDICATOR] ที่เป็นเกณฑ์ [CRITERIA,MEAN,NORM หรือ SATISFACTION  LEVEL]ที่กำหนดไว้เป็นบรรทัดฐาน                        2.ข้อมูล[DATA]หรือสารสนเทศ [INFORMATION]หรือดัชนี [INDICATOR] ที่เก็บมาได้                        3.ค่าที่ได้จากการลบตัวเลขระหว่างเกณฑ์ (ในข้อ1)กับข้อมูลที่เก็บมาได้ในข้อ 2                        4.แล้วนำค่าที่ได้จากข้อ 3 ไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน [STANDARD LEVEL]ที่ตั้งไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว ก็จะทราบได้ว่า มีมาตรฐานระดับใด.                      รูปแบบในการศึกษาวิเคราะห์             ในการศึกษาครั้งสำคัญนี้ ผู้เขียนตั้งใจจะนำเสนอใน 6 ประเด็นหลักคือ            1.นำเสนอสภาพปัจจุบันในรูปของข้อมูลเป็นตาราง            2.จัดกระทำเป็นแผนภูมิ [GRAPH]            3.วิเคราะห์ข้อมูลในเชิงเปรียบเทียบด้วยการอธิบาย/ขยายความ ตามสูตร                        p =c-f 4.ชี้ประเด็นที่เป็นปัญหา/จุดที่ยังไม่น่าพอใจ5.ชี้โอกาสการเพิ่มศักยภาพการพัฒนาในประเด็นปัญหานั้นๆ6.การสร้างนวัตกรรม /แนวคิด /ทฤษฏี เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวซึ่ง  ศักยภาพ ให้หมายถึงขีดความสามารถในการลดช่องว่าง[GAP]ระหว่างเกณฑ์[CRITERIA] กับสภาพจริง [FACT]                และ การเพิ่มศักยภาพ ก็ให้หมายถึงการใส่ทรัพยากรการบริหารจัดการ[ADMIINISTRATIVE RESOUCES]เข้าไปในระบบ [SYSTEM APPROACH]คือ ปัจจัย[INPUT] กระบวนการ [PROCESS] เพื่อส่งให้เกิดผลผลิต [OUTPUT]และผลลัพท์[OUTCOME]ของการพัฒนาใดๆได้ตามเกณฑ์หรือมาตรฐาน[STANDARD LEVEL]ที่กำหนดไว้ <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify">ขั้นการนำเสนอ</h1>ตารางแสดงคะแนนเฉลี่ยร้อยละของนักเรียน ชั้น ปกลุ่มสาระ / วิชา .…..วิชา…(ภาษาไทย) ) เขตพื้นที่การศึกษาที่ ….. ปีการศึกษา 2539 – 2543   <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoNormalTable" style="margin: auto auto auto 83.4pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>

ปีการศึกษาชั้น 2539 2540 2541 2542  2543 …(3)           อำเภอ……           อำเภอ……           อำเภอ……           อำเภอ……          

ระดับเขตพื้นที่

          ระดับประเทศ          

</tbody></table>  แสดงในรูปกราฟ                สร้างกราฟโดยใช้ PROGRAM  EXCEL  หรือ  POWER  POINT                   อธิบายความปัญหา/จุดที่ยังไม่พอใจ  [ด้วยสูตร P = C – F ]การเพิ่มศักยภาพสร้างนวัตกรรม/ทฤษฎี/แนวคิดผู้ศึกษา วิเคราะห์       …………………………ผู้รับรอง                                   …………………………..  วัน/เดือน/ปี                             …………………………. ********* (มีต่อ)       <div>
<hr width="33%" size="1">

[1] ผู้เขียนเองตั้งใจจะยก  สูตร  P=C-F นี้ขึ้นเป็น Disruptive Innovation : นวัตกรรมเชิงปะทุ ในความหมาย ที่เป็น  นวัตกรรมเล็กๆ  สะดวกใช้ แสนประหยัดทั้งเงิน  เวลา วัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ แต่มี พลัง เลิศล้นในการจัดการปัญหา

</div>