เพลงไทยในตัวโน้ตเพลงคลาสสิค บทเพลงแห่งการเรียนรู้ที่ทำร้ายคนไทย

ครูวุฒิ
  " เพลงไทยก็เหมาะกับหูคนไทย ไม่จำเป็นต้องบรรเลงแข่งกับเพลงของชาติใดในโลก "  

       การจัดการศึกษาสำหรับปวงชนคนส่วนใหญ่ของไทย  ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2542 ใช้มาตรฐานการเรียนรู้เป็นตัวชี้วัด

       ทุกอย่างจะถูกออกแบบและกำหนดไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน 

       จบบทเรียนมีการวัดผลประเมินผลและตัดสินผ่าน/ไม่ผ่านทันที  (ส่วนจะยั่งยืนหรือไม่ ไม่ใช่สาระที่จำเป็นต้องใส่ใจ)

      ซึ่งหากจะเปรียบไปก็คล้ายบทเพลงคลาสสิคของชาวตะวันตก  ที่มีตัวโน้ตสลับซับซ้อน

      ครูไทยจำต้องสวมบทบาทของนักดนตรีเพลงคลาสสิก  อ่านตัวโน้ตกี่ชั้นก็ไม่รู้  ส่วนมือก็บรรเลงไป 

     ในขณะที่จิตก็พะวักพะวนอยู่กับเรื่องภารกิจงานอื่นที่ได้รับยัดเยียด (งานธุรการ การเงิน พัสดุ อาหารกลางวัน อาหารเสริม(นม) งานประชุม งานการแสดงผลงานเอาใจเจ้านาย งานเยี่ยมบ้านช่วยเหลือนักเรียน งานสัมพันธ์ชุมชน งานรายงานข้อมูล และงานจรมาถี่ๆ ตามนโยบายฉาบฉวยของเบื้องบนที่มากหลากหลายระดับ) 

      สำทับซ้ำด้วยภาวะหนี้สิน  อันเกิดจากความจำเป็นในเรื่องของค่าใช้จ่ายของครอบครัว ภาษีสังคม  การพัฒนาตนเองเพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพ  ตามกฎเกณฑ์ของเบื้องบน 

      รวมทั้งความจำเป็นในการที่ต้องใช้จ่ายอันเป็นผลจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ที่เกิดขึ้นทุกวัน แต่เบิกจากทางราชการไม่ได้ เพราะไม่มีให้เบิก รวมทั้งไม่เข้ากฎเข้าเกณฑ์ให้เบิกได้)

       นี่คือชะตากรรมของครูไทยในวันนี้ และที่ผ่านๆมา

       หน่วยเหนือมีงบประมาณเหลือเฟือ  แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้

       หนำซ้ำกลับเป็นภาระของครู ของโรงเรียนเสียอีก  ที่ต้องหนีโรงเรียน หนีนักเรียน  หนีชุมชน  ไปช่วยหน่วยเหนือใช้งบประมาณให้หมด  เมื่อใกล้สิ้นปีงบประมาณ

       เดือน กรกฎา สิงหา ของทุกปี  ครูไทยไม่เป็นอันสอน  อันทำงาน  ต้องวิ่งพล่านเข้าอำเภอเข้าจังหวัด (บางครั้งต่างจังหวัดด้วยซ้ำไป) เพื่อเข้ารับการอบรมและพัฒนายังกะเล่นเก้าอี้ดนตรี 

      เสมือนว่าครูโง่ดักดาน  จนต้องเร่งอบเร่งรมกันให้ เก่งกล้าสามารถขึ้นมาในทันทีทันใด

       ดังนั้น  ทุกท่านอย่าได้แปลกใจเลย  สำหรับคุณภาพอันตกต่ำของเด็กไทย (จากการประเมินในแบบจิ้ม ก.ไก่ ข.ไข่ ถึง ง.งู)

       ทำได้เท่าที่ปรากฏ  ก็ดีเลิศประเสริฐศรีแล้ว

      แต่ต่อจากนี้ไป  จะแย่ลงกว่าเดิมแน่นอน  รับประกันได้

      เพราะมีระบบความก้าวหน้าในวิชาชีพแบบเลื่อนวิทยฐานะ ที่มีการประเมินกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

        ก่อนเสนอขอรับการประเมิน  ก็ต้องหนีโรงเรียน หนีนักเรียน จากครอบครัว  ไปช่วยเพิ่มรายได้ให้กับโรงแรมในต่างจังหวัดถึง 5 วัน 5 คืน

      กลับมาแล้ว  วันๆ  ก็ต้องนั่งสร้างและเรียบเรียงเอกสาร  จากวันอาทิตย์จรดวันเสาร์

       เพื่อรอรับการประเมิน

       แทนการออกแบบและตระเตรียมสื่อการเรียนรู้  แล้วลงมือจัดการเรียนรู้อย่างถึงแก่นแท้ขององค์ความรู้  อย่างที่ควรทำ   เหมือนนักเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงชั้นครู  ที่ต้องวางสรรพเสียงตามอารมณ์และท่วงทำนองแห่งบทเพลงให้กลมกลืนและลงตัว

      เพื่อให้การบรรเลงจริงต่อหน้าผู้ฟัง  มีความละเมียดละไม  เร่าร้อนได้อารมณ์ โศกเศร้าเคล้าน้ำตา  หวานซึ้งตรึงใจ หรืออรรถรสอื่นๆ ตามอารมณ์แห่งบทเพลงนั้นๆ

        ที่สำคัญ   "บทเพลงจะไพเราะหรือไม่  ขึ้นอยู่กับจิตใจและอารมณ์ของผู้ฟัง" เป็นสำคัญ

         แต่อนิจจา...!

        เพลงไทย(เดิม) เพลงลูกทุ่ง เพลงไทยสากลยุคเก่า ไทยสากลร่วมสมัย  หรือแม้แต่เพลงพื้นบ้านทั้งแบบดั้งเดิมและแบบประยุกต์

     กลายเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับการยอมรับว่า  เป็นบทเพลงที่เหมาะสำหรับหูคนไทย

     ต้อง "เพลงคลาสสิค" หรือ "หลักสูตรอิงมาตรฐาน" ที่กำลังใช้และปรับปรุงอยู่ในปัจจุบันนี้เท่านั้น  ถึงจะทำให้คนไทยแข่งขันกับคนทั่วโลกได้

     ครูไทย  และ  เด็กไทย  คงเครียดตายก่อนที่ทุกฝ่ายจะยอมรับว่า

     " เพลงไทยก็เหมาะกับหูคนไทย ไม่จำเป็นต้องบรรเลงแข่งกับเพลงของชาติใดในโลก "

     ขอเพียงอย่าให้มีแต่ "บทเพลงลามก สองแง่สามง่าม  หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องรักเรื่องใคร่  อกหักเสียใจ หนีจากบ้าน ดื่มเหล้าซดเบียร์ มีเมียเด็ก เมียเล็กเมียน้อย ฯลฯ " เท่านั้นเป็นพอ

     แล้วเราจะทำอย่างไร  "ให้ครูไทยได้มีโอกาสบรรเลงบทเพลงเพื่อชีวิตเสริมสร้างจิตวิญญาณในแบบที่เหมาะกับเด็กไทย" 

    หรือ "ให้โรงเรียน(โดยเฉพาะในชนบท)ของไทย  จัดการศึกษาในแบบที่เหมาะสำหรับกับวิถีชีวิตของคนชนบทไทย" กันเสียทีหนอ?

      

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูวุฒิบูรณวิชช์

คำสำคัญ (Tags)#การศึกษา#การศึกษาของไทย#เพลงไทย#บทเพลงแห่งการเรียนรู้

หมายเลขบันทึก: 122236, เขียน: 26 Aug 2007 @ 22:01, แก้ไข, 19 Jun 2012 @ 10:38, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (5)

naree suwan
เขียนเมื่อ 04 Sep 2007 @ 13:49
  • คุณครูขา...หนูนะร้องไม่เป็นทั้ง...เพลงไทยเพลงฝรั่งคะ
  • แต่หนูเต้นเก่งคะ
  • แม่บอกจบม.3..จะพาไปฝากวงโปงลางสะออน
  • อ้าวครูคะ...เขาจะบังคับให้หนูเรียน 12 ปีเชียวหรือคะ...
  • คงไม่ใช่รุ่นหนูนะครู
  • หนูอยากไปช่วยแม่หาเงิน...แถมต้องเลี้ยงน้องอีกตั้งหลายคน
  • หนูว่า...หนูมีวิชาพอไม่อดตายแล้วคะ...
  • ครูไม่ต้องห่วงคะ...ภาษาอังกฤษหนูก็พูดได้...อ่านออกนิดๆ
  • นี่ไงคะ...โต๊ะ...ดิส อิส อะทาเบิล...อ่านถูกไหมคะครู
  • อ้าวครูบอกไปทำงานต่างถิ่นอันตรายหรือคะ
  • ตกลงคะ...หนูจะอยู่บ้านช่วยแม่ทำนา...
  • ถึงมีเงินน้อยหน่อยแต่เราก็ไม่เป็นหนี้คะครู
  • ที่สำคัญหนูกำลังปิ๊งกับลูกผู้ใหญ่สุขด้วยคะ
  • หนูว่าเขาหล่อดีคะครู...ตัวดำป็นถ่านเลย
  • คุณครูอย่าไปฟ้องแม่หนูนะคะ
  • สวัสดีคะคุณครู(ตอนเข้ามาลืมสวัสดีคะ...อิอิ)
ทอส
IP: xxx.7.164.152
เขียนเมื่อ 04 Sep 2007 @ 21:04
คุรคูรที่เคารพคัฟโน้ตเพลงลอยกระทงหาที่ไหนคัฟแอดมาบอกผมทีนะคัฟแต่ผมไม่ค่อยออนคัฟขออภัยในการไม่สะดวกคัฟ^_^
tob
IP: xxx.113.86.139
เขียนเมื่อ 08 May 2009 @ 15:55

comment ข้างบนนี่ กวนดีมากเลยครับ

ร.ร.เบญจมฯฉะเชิงเทรา
IP: xxx.91.194.49
เขียนเมื่อ 24 Jun 2009 @ 18:20

ปัญยาอ่อนวะแล้วฬครหาเพลงลอยกระทองไปถามควายไป

ครูพิษณุโลก
IP: xxx.172.137.86
เขียนเมื่อ 24 Jun 2009 @ 18:40

ทำไมท่านเปรียบเทียบได้...ถูกใจ...จริงจริงค่ะ

ไม่รู้จะระบายความคิดนี้...อย่างไร

ตอนนี้...มีแนวร่วมแล้วค่ะ