จดหมายถึงญาติมิตรพัฒนาสังคม ฉบับที่ 26 (21 ส.ค. 50)

โล่งอก รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ สังคมไทยได้ทางเดินชัดเจน มุ่งสู่การเลือกตั้งปลายปี 2550

                ผมเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกโล่งอกที่ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2550 ผ่านประชามติเห็นชอบด้วยคะแนนประมาณ 58% (57.81) เทียบกับคะแนนไม่เห็นชอบประมาณ 42% (42.19) โดยมีผู้มาออกเสียงประชามติประมาณ 58% (57.61) ของประชากรผู้มีสิทธิ์ออกเสียง

                ถือได้ว่าหน้าสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ได้ผ่านพ้นไปด้วยดีในคืนวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2550

                การที่มีเสียงเห็นชอบ 58% เทียบกับไม่เห็นชอบ 42% ผมว่าเป็นสัดส่วนที่ดี

                กล่าวคือ มีเสียงเห็นชอบมากพอและชัดเจนพอให้สังคมไทยและประเทศไทยเดินไปข้างหน้าตามกติกาของรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2550 มุ่งสู่การเลือกตั้งทั่วไป ประมาณปลายเดือน ธันวาคม 2550 เพื่อให้ได้มาซึ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และรัฐบาลชุดใหม่

                ขณะเดียวกัน คะแนนเห็นชอบ 42% ก็มากพอที่ทำให้ต้องตะหนักถึง (1) ความไม่ถูกต้องในหลักการประชาธิปไตยของการทำรัฐประหารแม้จะมีเหตุผลตามที่กล่าวอ้าง (2) สาระของรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2550 น่าจะมีข้อที่ประชาชนไม่เห็นด้วยอยู่พอสมควร (3) ความนิยมเชื่อถือในกลุ่มการเมืองที่ถูกเรียกว่า อำนาจเก่า ยังมีอยู่ไม่น้อย และ (4) การใช้ พลังเงิน หรือใช้วิธีการไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมที่เรียกว่า วิชามาร ฯลฯ นั้น ยังคงมีอยู่ในระบบการเมืองไทย

                ผมเองพอใจกับผลการลงประชามติที่ออกมา ที่สำคัญคือ พอใจที่สังคมไทยจะมีทิศทางสำหรับการเดินทางไปข้างหน้าอย่างชัดเจนเสียที หลังจากต้องมองหน้ามองหลังมองซ้ายมองขวา ไม่รู้ว่าจะไปทิศไหน มาเป็นเวลานานเกินไปแล้ว

                ทั้งนี้นับตั้งแต่เกิดปัญหา ประท้วงอดีตนายกฯทักษิณ จนมีภาวะวิกฤต แล้วเกิดรัฐประหาร มี คมช. มีสสร. มีรัฐบาลชั่วคราวที่ผมร่วมอยู่ด้วย และอื่นๆ โดยสถานการณ์ทางการเมืองยังคงขัดข้อง ขัดแย้ง อึมครึม อ่อนไหว ฯลฯ มาตลอด ซึ่งไม่น่าพอใจเลย

                การผ่านร่างรัฐธรรมนูญ น่าจะทำให้ ความขัดข้อง ขัดแย้ง อึมครึม อ่อนไหว ฯลฯ ดังกล่าว ลดลงไปอย่างชัดเจน

                ที่ทะเลาะเบาะแว้ง แตกแยก ตั้งป้อมโจมตี ประท้วง ฯลฯ ก็น่าจะเลิกหรือยุติได้แล้ว

                หันมาดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามวิถีประชาธิปไตยและตามกติกาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 จะดีกว่า

                นอกจากนั้น ในส่วนตัวของผมเอง ก็โล่งอกที่ไม่ต้องมีภาระร่วมกับ ครม. และ คมช. ในการพิจารณาเลือกรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งแล้วนำมาปรับปรุงเพื่อประกาศใช้ภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นภาระที่จะต้องทำหากร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ไม่ผ่านประชามติ

                คืนวันที่ 19 สิงหาคม 2550 จึงเป็นคืนที่ผมนอนหลับสบายเป็นปกติดี เพราะร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ

                หากร่างรัฐธรรมนูญเกิดไม่ผ่านประชามติ ผมคงหลับไม่สบายเท่าไร และความดันโลหิตอาจพุ่งสูงกว่าปกติอีกด้วย !

                                                                                สวัสดีครับ

                                                                                         ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม

คำสำคัญ (Tags)#รองนายก

หมายเลขบันทึก: 121033, เขียน: 21 Aug 2007 @ 14:30 () , แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 20:00 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (2)

รู้สึกเห็นใจและประทับใจมากกับผู้ที่เสียสละทุกอย่างเพื่อให้ประเทศชาติเกิดความสงบ
IP: xxx.25.216.4
เขียนเมื่อ 

อ่านข้อความของท่านรองนายกมีความรู้สึกเหมือนชาวบ้านบางกลุ่มที่มีความรู้สึกเหมือนท่านเลย ว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรถ้าร่างรัฐธรรมมูญไม่ผ่าน 

ในฐานะที่เป็นชาวบ้านคนหนึ่งที่ต้องการเห็นบ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าจึงอ่านร่างนี้จนเข้าใจบ้างและพยายามอธิบายกับผู้ไม่รู้ และไม่มีเวลาอ่าน บางคนสายตาไม่ค่อยดี มองหนังสือไม่ค่อยเห็นเลยอธิบายส่วนที่ชาวบ้านได้รับประโยชน์ของประชาชนเป็นเรื่องใกล้ตัว บางคนก็รับข่าวสารที่ผิด แต่ส่วนที่ติดตามข่าวตลอดจะรู้มากกว่าคนที่ไม่สนใจกับเรื่องเหตุบ้านการเมือง จึงเป็นเรื่องที่จะโดนชักจูงได้ง่าย

ก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะที่ผ่านพ้นไปด้วยดี ขอให้ท่านรองนายกรักษาสุขภาพด้วย เพราะครั้งหนึ่งท่านได้พูดไว้ว่าถ้าสุขภาพดี ก็จะทำให้การดำรงชีวิตก็ดีตามไปด้วย

อโรคยา  ปรมา  ลาภา

เครือข่าย "ออมบุญวันละหนึ่งบาทเพื่อสวัสดิการชุมชน สร้างทุนทางสังคมอย่างยั่งยืน" 

 

กฤษณะ บุตรโส
IP: xxx.25.211.215
เขียนเมื่อ 

ผลการลงประชามติออกมาเป็นที่น่าพอใจ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งจะได้เห็นบ้านเมืองมีความสงบสุข ถึงแม้ว่าผลการลงประชามติจะไกลเคียงกัน แต่อย่างไรก็เห็นชอบมากกว่าอยู่ดี แสดงว่าในบ้านเมืองยังมีคนที่เข้าใจมากกว่าคนไม่เข้าใจ อย่างน้อยๆ ทำให้เหตุการณ์ที่ไม่ดีจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองจะได้ไม่เกิดขึ้น

เป็นกำลังใจและขอขอบคุณ ให้กับคนทำงานเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง

เครือข่าย "ออมบุญวันละหนึ่งบาทเพื่อสวัสดิการชุมชน สร้างทุนทางสังคมอย่างยั่งยืน บ้านแม่วะเด่นชัย "