ปลีกวิเวกตอนที่ 6

  ไม่ว่าจะแผ่เมตตาบทไหน ดูจะไม่ได้รับความสนใจจากเจ้างูทั้งสองเลย   

   ไปประชุมที่กรุงเทพมาหลายวัน วันนี้เพิ่งจะเข้าWEB และตั้งใจจะบันทึกเรื่องราวต่อ ให้จบภายในสัปดาห์นี้

  คราวก่อนพูดถึงความกลัวที่ใจเราสร้างภาพหลอกตัวเอง แต่ก็ทำเอาเหงื่อตกเหมือนกัน และค้างไว้ว่า ยังมีความน่ากลัวอีกอย่างหนึ่ง ที่เราทั้งหลายต้องเคยประสบกันมาบ้าง คือ การเห็นด้วยตาเปล่า ลองอ่านดูว่ามันแตกต่างจากการนึกทางใจแค่ไหน เย็นวันสุดท้ายก่อนที่เราจะลากลับบ้าน ได้ขึ้นไปหา คุณแม่ชี ที่ด้านบนเขา และสนทนาธรรมกัน พอประมาณ แม่ชีท่านให้หนังสือมา 3 เล่ม ชื่อแปลกๆ เช่น โพฌชงค์, พละ 5 ซึ่งเราเองก็ไม่ทราบอะไรลึกซึ้ง ซึ่งเมื่อกลับมาบ้านได้ไม่นาน หนังสือเหล่านี้ ก็มีความสำคัญต่อการปฏิบัติธรรม และบังเกิดจุดเปลี่ยนแปลง ต่อประสบการณ์ ภายในอย่างใหญ่หลวง ซึ่งจะขอเล่าในตอนต่อไป รวมทั้งเหตุบันดาลใจ อันแสนพิศดาร ในการตั้งใจปฏิบัติธรรมของเรา

      วันนั้นเมื่อได้เวลาอันสมควรแล้ว ประมาณ 20.30 น. ก็ได้กราบลาคุณแม่ชี เพื่อกลับที่พัก ขณะที่เปิดประตูออกมานั้น พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับภาพ ข้างหน้าจนต้องตะลึง เห็นงู 2 ตัว กำลังต่อสู้กัน ใช้ปากกัดคอกัน อีกตัวก็ใช้ลำตัว รัดตัวที่ใหญ่กว่า อย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ว่าจะแผ่เมตตาบทไหน ดูจะไม่ได้รับความสนใจจากเจ้างูทั้งสองเลย ลำตัวก็ยาวขวางประตูอันคับแคบอีก รู้สึกได้ชัดถึงอาการขนหัวลุก มันหนาวสะท้านในหัวใจ รู้ได้ถึงความหวั่นไหวในจิต ทั้งขยะแขยง ทั้งกลัว หายใจเร็ว หัวใจเต้นโครมคราม เวลาเราหลับตาเพราะกลัว ยังใช้วิธีลืมตาดูได้ แต่นี่ ถ้าหลับตา ดูจะวิกฤตกว่าแน่ๆ คุณแม่ชีคงรู้ความคิดเราดี ท่านจึงยิ้มๆ แล้วว่า รอสักครู่นะ แล้วท่านก็เปิดประตูออกไปอย่างกล้าหาญ เดินผ่านงูทั้งคู่ไปเฉยๆ แล้วหยิบไม้กวาด เขี่ยเจ้าทั้งสองตัวออกไป จากนั้นก็บอให้เรากลับไปได้ เป็นการเดินกลับที่แสนไกล แข้งขามันอ่อน พอเข้าห้องได้ก็รีบสวดมนต์เข้านอน พอหลับตาก็เห็นแต่เจ้างูคู่นั้น กว่าจะทบทวนจนได้สติว่า ที่สุดทุกอย่าง ก็ไม่มีตัวตน มันจบไปแล้ว งูอาจจะไปไหนต่อไหนแล้ว มีแต่เราเท่านั้น ที่พกงูกลับมาด้วยโดยให้มันฝังอยู่ในจิตตลอดเวลา ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเสมอ     เมื่อความกลัวคลายลงจึงหลับได้ แต่ไมลืมอาราธนาคุณพระรัตนตรัยคุ้มครอง เช้ารุ่งขึ้น แม่ชีที่พักบนเขาบอกว่าคุณแม่ชีที่เป็นอาจารย์ พูดว่าเราคงกลัวมาก เมื่อคืนเปิดไฟสว่างทั้งคืน แต่แท้จริงแล้ว เราปิดไฟหมดไม่ได้เปิดไฟเลย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เล่าสู่กันฟัง

คำสำคัญ (Tags)#เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

หมายเลขบันทึก: 119096, เขียน: 12 Aug 2007 @ 21:24 () , แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 19:52 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (2)

  • สวัสดีครับ
  • พอดีผมฉุกคิดถึงเรื่อง "เกิดขึ้น และแตกดับไป"  ได้ว่า  สิ่งเหล่านี้ธรรมชาติกำหนดมาอย่างยุติธรรมเสมอ  ทุกคนจะได้รับโอกาสและวิถีการดำเนินไปอย่างเสมอภาค
  • ขึ้นอยู่กับว่าจะแตกดับเร็วหรือช้าเท่านั้นเอง
  • ผมเคยได้สัมผัสภาวะของคนที่กำลังรู้ตัวว่าจะเสียชีวิต   ความเข้มแข็งที่เขากล้าเผชิญและบอกกล่าว หรือแม้แต่บอกลาคนอยู่ข้างหลังในเรื่องต่าง ๆ  นั้นเป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างเศร้าสะเทือนใจเป็นที่สุด
  • ความกลัว ...  ทำห้เราไม่เข้มแข็งเอาเสียเลย
  • ....
  • ขอบพระคุณครับ
ขอขอบคุณกับการร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมค่ะ ดิฉันเองก็รู้สึกได้ว่า ความกลัวมันจะมาแทรกในชีวิตเรา แทบจะตลอดเวลา ในการมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อมีโอกาสได้ฝึกสมาธิเพิ่มขึ้น ก็ได้เรียนรู้ ที่จะระงับความกลัว ให้อยู่กับเราในเวลาที่น้อยลง ไม่กระสับกระส่าย ข้ามวัน ข้ามคืนเหมือนก่อน ทุกพุทธพจน์ มีความจริงที่พิสูจน์ได้เสมอ สวัสดีค่ะ