บางครั้ง การไปทำกิจกรรมกับคนต่างหน่วยงาน ก็ช่วยให้เรียนรู้อะไรมากขึ้น หูตากว้างขวาง ปะติดปะต่อเรื่องราวที่เคยขาดหายไป ต่อจิ๊กซอว์ได้ด้วยตัวเอง

     ช่วงนี้ยอมรับว่าสงสัยตั้งแต่ไปดูละคร ตำนานพระราหู  ตัวเราจะโดนพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรกหรือเปล่า (เกี่ยวกันไหมเนี่ย เราไม่ใช่พระจันทร์ซะหน่อย)  มีเรื่องมาให้ปวดเศียรเวียนเกล้าได้ทุกวัน จนไม่เป็นอันจะทำอะไรที่สร้างสรรค์ เพราะมัวแต่สะสางปัญหา        <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">     แม้จะยุ่งขนาดไหน แต่ถ้าใครมาชวนไปช่วยสอนหนังสือ หรือเป็นพี่เลี้ยง จะไม่ปฏิเสธเลย โชคดีที่เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา เพื่อนที่ทำงานส่วนกลางชวนให้ไปช่วยงานเป็น พี่เลี้ยงในกิจกรรมช่วงสรุปของ ค่ายอบรมพนักงานใหม่ ถ้าจำไม่ผิด น่าจะชื่อ SCG Run Together (แอบได้ยินน้องๆ เขาพูดกันว่า SCG Run To-Get-Her เผื่อเข้าค่ายจะได้แฟน) ไปแบบไม่รู้รายละเอียดของกิจกรรมในค่าย เพิ่งฟังเพื่อนเล่า ตอนก่อนเริ่มกิจกรรม</p><p>      ในช่วงสุดท้าย เป็นการสรุปการอบรม วิธีการที่ใช้คือให้น้องใหม่สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ ก็คือให้กลุ่มช่วยกันคุย สรุปรวบยอดสิ่งที่ได้รับรู้ เรียนรู้ รวมทั้งความรู้สึก ออกมาเป็นภาพให้ได้ ตัวเราเองไม่คุ้นกับเด็กใหม่ๆ ซึ่งผิดกับเพื่อนที่เคยเจอน้องกลุ่มนี้แล้ว และไปทำกิจกรรมให้บางช่วง ทำให้เรารู้สึกค่อนข้างฝืดในการที่จะคุยหรือหาเรื่องมาสร้างบรรยากาศ  ต้องขอบคุณเพื่อนที่ช่วยเป็น model ให้ ทำให้เราพอกล้อมแกล้มไปได้  ในช่วงเริ่มต้น     </p><p>      ตอนที่ให้น้องแบ่งกลุ่ม สังเกตดูว่า ส่วนใหญ่เขาจะได้เรื่องของความเป็นนามธรรม และความรู้สึก จะไม่ค่อยมีเรื่องของข้อมูลที่ได้รับรู้ ที่เป็นเช่นนี้ ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะเหตุใด เพราะไม่ได้เห็นว่าเขาไปทำอะไรในค่ายนี้บ้าง (ต่อมาเริ่มเข้าใจ เมื่อเขาออกมานำเสนอ)  เมื่อเข้าไปช่วยในกลุ่ม ทำให้เราเห็นช่องทางชี้แนะ เพราะบางคนมาถึงเข้ากลุ่ม ก็รีบด่วนสรุปตามความคิดตัวเอง ไม่คุยกัน หรือแบ่งปันข้อมูลของตัวเองให้ครบทุกคนก่อน  ตอนสรุปบางกลุ่มก็ลืมที่จะบอกสิ่งที่รับรู้มา 4 วัน       </p><p>     จากการสังเกตพฤติกรรมน้องๆ แต่ละกลุ่มเห็นว่าเขามีความพยายามที่จะวาดรูปออกมาให้สวยงาม เสียดายไม่ได้นำกล้องไปด้วย เลยไม่มีภาพ มาอวดกัน     </p><p>      เมื่อถึงช่วงนำเสนอ เราได้ยินสองกลุ่มแรก นำเสนอจะพูดเหมือนบอกเป็นหัวข้อ ว่าไปเจออะไร ทำอะไร พอน้องคนที่สามออกมานำเสนอ เราก็บอกว่าต้องเสนอให้เป็นเหมือนการเล่าเรื่อง ให้ออกมาเป็นเหมือนเล่านิทาน เล่าหนังเป็นเรื่องเดียวกันให้ได้ น้องคนนี้เก่งมาก ตอนแรกก็อึ้งไปเสี้ยววินาทีแต่แล้วก็ปรับตัวได้ทันที สามารถเล่าสิ่งที่ไปทำให้เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ ทิศทางของบริษัท รวมทั้งสิ่งที่ได้ฟังจาก CEO ที่มาพบน้องๆ ในช่วงเช้าวันสุดท้าย และค่านิยมขององค์กร ฟังน้องคนนี้ก็เลยเห็นภาพรวมของกิจกรรม พอเดาได้ว่าเขาได้รับฟังข้อมูลอะไรเกี่ยวกับบริษัทไปบ้าง รวมทั้งกิจกรรมดีๆ ที่แบ่งกลุ่มกันไปทำกับข้าวเลี้ยงเด็กนักเรียนที่โรงเรียนวัด ได้ทำ
กิจกรรมเรียนร่วมกันเป็นทีมที่แสดงออกถึงความเป็นผู้นำ
  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">     ….นอกจากนั้น ในค่ายนี้มีโครงการให้น้องๆ ต้องแบ่งกลุ่มคิดและนำเสนอโครงการที่ทำประโยชน์ให้สังคม โดยต้องเป็นโครงการที่สร้างสรรค์ ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เรียกว่า ยิงปืนนัดเดียว ได้นกถึง 3 ตัว ตัวแรกคือ ฝึกให้น้องมีความคิดสร้างสรรค์ ตัวที่สองคือ ฝึกการเป็นผู้ให้ซึ่งช่วยเรื่องการทำประโยชน์ให้สังคม ตัวที่สาม คือ ฝึกน้องให้ทำโครงการร่วมกันสร้างความสัมพันธ์ภายในทีม….</p> จากการไปช่วยกิจกรรมเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เราได้รับอะไรหลายอย่าง <ul>

  • ได้ยินน้องๆ ชื่นชมบริษัท ทำให้เราก็มีความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานที่นี่ เหมือนน้องช่วยเติมไฟให้เรา ตอนที่พี่ท่านหนึ่งมากล่าวปิดก็พูดแบบนี้เหมือนกัน เหมือนพี่ช่วยน้อง น้องก็ช่วยพี่
  • ได้รู้ว่า โครงการพัฒนาพนักงานใหม่ มีการปรับรูปแบบไปจากเดิมมาก แต่ก่อนมักมีแค่ เชิญคนมาบรรยายอัดข้อมูลจำนวนมาก แล้วก็ไปดูโรงงาน
  • เข้าใจแล้วว่า การจัดโปรแกรมการปฐมนิเทศที่ดี สัมพันธ์อย่างไรกับการผูกใจพนักงานใหม่ รวมถึงช่วยส่งเสริมการสร้าง brand ให้กับบริษัทได้ด้วย ตอนนี้น้องๆ เขาก็ say กันแล้ว ว่าเขารักและจะทำงานเพื่อบริษัท (ส่วนที่เหลือขึ้นกับหน่วยงานที่ไปอยู่ จะรักษาความรู้สึกดีๆ ให้คงเอาไว้ได้อย่างไร) 
  • </ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><<<เมื่อกลับมาประชุมเรื่องโครงการของทีมที่กำลังทำในกิจกรรม idea time ทำให้เรามีเรื่องมาแบ่งปันในช่วง team learning ที่กำลังถกเถียง เกี่ยวกับความเชื่อมโยงของ employee engagement กับ branding ไม่รู้ว่าสัมพันธ์กันอย่างไร หลังจากอธิบายไปก็น่าจะทำให้ภาพในความเลือนราง ชัดเจนขึ้นมาบ้าง>>></p>