เรื่องเล่าจากดงหลวง 151 อิ่มใจเมื่อได้ทำ

บางทราย
เอางี้ก็แล้วกันครับ ผมขออนุญาตให้คุณ “ทดแทนผมด้วยการช่วยเหลือคนอื่นแบบไม่หวังผลตอบแทนเช่นนี้แหละครับ” หญิงสาวเข้าใจและตอบรับ แล้วต่างก็แยกย้ายกันไป

หลายสิบปีที่ผ่านมา บ่ายวันหยุดวันหนึ่งผู้บันทึกนั่งอยู่ใต้ห้องเช่า  มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินเข้ามาพบบอกว่ามาประกาศข่าวประเสริฐ ผมตะขิดตะขวงใจ แต่ก็เชิญเขานั่งแล้วคุยกัน เขามาชักชวนไปฟังเทศน์ นักบวชท่านหนึ่ง พร้อมแจกหนังสือเล็กๆให้ผมเล่มหนึ่ง  แล้วเขาก็เดินไปประกาศข่าวต่อไป  

ผมทิ้งหนังสือเล่มนั้นไว้บนห้องหลายวันจนวันหยุดในสัปดาห์ถัดมา ก็หยิบหนังสือเล่มนั้นมาอ่านไปแบบคร่าวๆ  แต่แล้วก็มาหยุดที่เรื่องหนึ่ง ผมอ่านแล้วอ่านอีก   

สรุปความว่า มีสาวนางหนึ่งขับรถไปธุระเมื่อเสร็จแล้วก็กลับบ้าน ลนเส้นทางกลับนั้นพบว่ารถของเธอลมยางรั่วซึมออกมาจนแบน ไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะทำอะไรได้ เธอหยิบเครื่องมือออกมาแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรก่อนหลังอย่างไร เก้ๆ กังๆ อยู่เช่นนั้น จนพักใหญ่มีรถปิคอัพเก่าๆคันหนึ่งผ่านมาเธอติดสินใจโบกขอความช่วยเหลือทันที    

เหมือนพระมาโปรด รถคันนั้นหยุด ผู้เป็นเจ้าของรถเป็นชายวัยกลางคน หน้าตาเหมือนคนทำงานหนัก เขาก้าวออกมาพร้อมใบหน้ายิ้มแล้วถามว่าให้ผมช่วยอะไรบ้างครับ  หญิงสาธยายความเดือดร้อน แล้วเขาก็เดินไปมาดูรอบๆแล้วบอกว่า ผมช่วยได้ครับ ขอเครื่องมือ เขาคนนั้นลงมือเปลี่ยนยางอะไหล่รถให้ใหม่จนเสร็จซึ่งก็เล่นเอาเหงื่อโทรมกาย    

เสร็จสิ้นหญิงสาวดีใจและยกมือไหว้ขอบคุณพร้อมหยิบเงินมาจำนวนหนึ่งแล้วบอกว่า ขออนุญาตทดแทนคุณด้วยเงินจำนวนนี้ค่ะ ชายคนนั้นเห็นแล้วส่ายหน้าพร้อมออกปากว่า ขอบคุณครับ แต่ผมไม่รับหรอกครับ ผมตั้งใจช่วยจริงๆครับ หญิงสาวก็เข้าใจ แต่อยากทดแทนคุณที่เสียเวลาและเหงื่อโทรมกายเชียว  ชายคนนั้นบอกอีกว่า  เอางี้ก็แล้วกันครับ ผมขออนุญาตให้คุณ ทดแทนผมด้วยการช่วยเหลือคนอื่นแบบไม่หวังผลตอบแทนเช่นนี้แหละครับ   หญิงสาวเข้าใจและตอบรับ แล้วต่างก็แยกย้ายกันไป  

ผู้บันทึกประทับใจเหตุการณ์เรื่องนี้มากที่สุด แล้วก็ติดในสำนึกมาตลอด ช่วงนั้นโครงการพัฒนาที่เราทำกันหมดอายุเพื่อนร่วมงานต่างคนก็แยกย้ายกันไปตามเงื่อนไข ผู้บันทึกต้องข้ามจากเหนือมาอีสาน เพื่อนๆส่วนใหญ่ยังอยู่ภาคเหนือ   

หลายปีผ่านไป วันหนึ่งผมได้รับจดหมายจากเพื่อนร่วมงานครั้งนั้น สาระในจดหมายบอกว่า เมื่อโครงการพัฒนาใหม่สิ้นสุดการทำงานลงอีกก็พาครอบครัวลูกหนึ่งคนไปทำน้ำเต้าหู้ขายในกรุงเทพฯ แต่ก็ต้องหอบหม้อน้ำเต้าหู้ร้อนๆวิ่งหนีตำรวจเทศกิจ โอย...ทุลักทุเลสิ้นดี ในที่สุดก็ติดสินใจขอกลับบ้านเชียงใหม่ แต่ไม่มีเงินสักบาทติดกระเป๋า ขอเงินกลับบ้านสักสามพันบาท ผมรีบส่งเงินไปทันทีแล้วผมนึกถึงเรื่องชายคนนั้นจึงเขียนจดหมายบอกเพื่อนไปว่า ไม่ต้องส่งเงินมาคืนนะ  แต่ขอให้เองช่วยเหลือคนอื่นๆต่อๆไปเหมือนที่เราช่วยแบบนี้  

สิบปีผ่านมา เพื่อนผมคนนั้นกลายเป็นเสี่ยน้อยๆคนหนึ่งในวงการกล้าไม้ดอกส่งออกต่างประเทศ มีที่ดิน มีทรัพย์สิน มีเงิน มีบริวารมากมาย  และสิ่งหนึ่งที่เขาทำคือ เอาเด็กยากจนมาทำงานแล้วส่งเรียนหนังสือ รับนักศึกษาฝึกงาน ให้ทุนการศึกษา ฯลฯ ผมทราบภายหลัง เขาบอกว่าเขาทำตามที่ผมบอกเขาไว้ คือช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนครับ...  

ผมไม่มีคำอธิบายใดๆอีก...แต่ลึกๆผมมีความสุขใจยิ่งนัก.. ในสำนึกผมบอกผมว่า สังคมเราน่าอยู่มากหากความคิดและการปฏิบัตินี้แพร่ออกไปทั่วทั้งสังคมใหญ่ เล็ก...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากดงหลวง

คำสำคัญ (Tags)#แรงเกาะเกี่ยวทางสังคม#การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน#สำนึกการช่วยเหลือในสังคม

หมายเลขบันทึก: 118882, เขียน: 11 Aug 2007 @ 15:06 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 19:52 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก


ความเห็น (12)

  • สวัสดีค่ะ  คุณบางทราย ..

ต้อมจำได้ว่า เคยดูหนังฝรั่งเรื่อง pay it forward ..  Haley Joel Osment ไอ้หนูแห่ง The Sixth Sense มารับบทเป็น เทรเวอร์ แม็คคินนี่ย์ เด็กน้อยที่คิดค้นทฤษฎี เพย์ อิท ฟอร์เวิร์ด นั่นคือ การทำความดีกับคนที่เราไม่รู้จัก จากนั้นก็ให้คนที่เราช่วยนั้น ไปทำความดีกับคนอื่นๆ อีก 3

ดูจบแล้วต้อมร้องไห้ค่ะ  เพราะเด็กชายในเรื่องนี้ถูกแทงตาย  

มารายงานตัวครับ สมัครเรียบร้อยแล้วครับหลังจากเป็นเสือซุ่มติดตามมานาน คิดถึงพี่น้องชาวบรูดงหลวง สลัดตัวออกจากพี่น้องบรูเขมรแบบสะบักสะบอมเต็มที คงได้คืนถิ่นเสียที และต้องเตรียมใจด้วยแนวคิดการให้ การสละแบบไม่หวังผล สำหรับเรื่องที่(เรา)รู้ๆกันครับ

  • เคยช่วยเหลือคน คล้ายๆกรณีที่ท่านบางทรายยกตัวอย่างครับ
  • ไม่รับค่าตอบแทน  แต่ผลที่ได้รับตามมาใหญ่หลวงนัก คงบรรยายไม่หมดในที่นี้

เข้ามาติดตามอ่านบันทึกดีๆครับ

paew
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณค่ะ สำหรับเรื่องราวดีๆ ที่ผ่านมาเคยช่วยคนโดยเฉพาะลูกศิษย์โดยไม่ได้หวังผลตอบแทน เนื่องจากแป๋วเองก็เคยถูกช่วยเหลือมาในลักษณะเดียวกัน แต่ไม่เคยบอกลูกศิษย์แบบตรงๆ แต่ลูกศิษย์หลายๆคนก็ให้ความช่วยเหลือรุ่นน้องๆ ต่อเหมือนดังที่เราเคยช่วยค่ะ ... ขอบคุณค่ะ

สวัสดีรับ P เนปาลี

  • ถ้าจะเป็นคนอ่อนไหวเหมือนคนที่บ้านผมเลยครับ ดูหนังดูละคอนละเม็ง บทเศร้าทีไรเธอน้ำตาร่วงทุกที
  • แม้วันนี้ก็ตาม ผมบอกว่านั่นเป็นหนังเป็นละคอน เธอก็ว่านั่นแหละ "มันอินน่ะ"  อิ อิ..

หวัดดี P paleeyon

ฮ่า ฮ่า..มาแล้ว (ลูกช้างเชือกใหม่) สำเร็จแล้ว การเป็นสมาชิกใหม่ G2K ต่อไปนี้ลุยให้แหลกไปเลยนะ

เอาประสบการณ์ดีดีออกมาเผยแพร่สาธารณะเด้อ ขอต้นรับสมาชิกใหม่ หัวหน้าเผ่าโซ่ดงหลวงของเรา

สวัสดีครับ P สะ-มะ-นึ-กะ

  • ผมก็เชื่อว่ามีประสการณ์ดีดีแบบนี้แฝงอยู่กับทุกคนไม่มากก็น้อย เพราะมันเป็นฐานคุณค่าของวัฒนธรรมของไทยเรา
  • เพียงแต่ว่าเราต้องรักษาคุณค่าทางใจของสิ่งนี้ไว้ ให้สืบทอดต่อไปครับ

สวัสดีครับอาจารย์ P paew

  • ดีจังเลยอาจารย์ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกแบบนี้ต่อไปสู่เด็กรุ่นหลังได้
  • อย่างน้อยที่สุดเขาจะคิดถึงสิ่งที่อาจารย์ได้ทำดี สร้างสิ่งดีดีกับเขาครับ
  • การทำดีแม้เริ่มคิดก็ดีแล้วครับ โดยเฉพาะจิตใจเราเอง
  • อาจารย์ มีอะไรดีดีที่เชียงใหม่มาเล่าสู่กันฟังนะครับ

สวัสดีครับพี่บางทราย

ผมได้มีโอกาสช่วยเหลือคนก็หลายครั้ง ผลตอบแทนก็คือความสุขใจ สบายใจ เมื่อเราสามารถช่วยให้เขาพ้นทุกข์ได้ และก็จะทำอีกต่อไป

สวัสดีครับครูเสือ P ครูเสือ

  • ความสุขใจแบบนี้มันได้ทั้งสองฝ่าย ผู้ได้รับความช่วยเหลือก็ดีใจและเขาเองก็ค
  • มีความรู้สึกดดีดีกับเราและลักษณะการช่วยเหลือกันแบบนี้ครับ
  • แน่นอนเราเองนั้นมีความสุขใจมาก เพราะไม่ได้คาดหวังอะไร แค่เห็นเขามีสุข พ้นทุกข์เราก็อิ่มเอิบใจมากมาย ฮอร์โมนความสุขหลั่งออกมาท่วมท้นแน่นอนครับ 
สวัสดีครับท่านบางทราย  ตั้งใจมาแวะเยี่ยมและขอขอบคุณมากครับ ที่แบ่งปันความรู้ที่ดีฯ

สวัสดีครับคุณ P เขียวมรกต

  • แหม..สนง.เกษตรจังหวัดกำแพงเพชรนี่มีบุคลากรที่น่าสนใจหลายท่านนะครับ
  • ยินดีที่รู้จักครับ
  • น้องสิงห์(ป่าสัก) คงจะแนะนำมานะครับ ขอบคุณมากครับ
  • นักส่งเสริมการเกษตรนั้นมีความสำคัญมากต่อบทบาทการพัฒนาชุมชนของบ้านเรา ผมทำงานกับกรมส่งเสริมการเกษตรมาตั้งแต่สมัยท่านอนันท์ ดโรดม ครับ