.....ทรัพยากรบนโลกใบนี้ มีพอสำหรับคนทุกคน หากแต่มีไม่พอ สำหรับ “คนโลภ”.... แม้เพียงคนเดียว.....

เนื่องจากติดภารกิจ

ในการเข้าร่วมประชุม

การนำเสนอรายงานความก้าวหน้าโครงการวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงที่เชียงใหม่ เราจึงไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติกองทุนส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน พ.ศ.....ครั้งที่ 1/2550 ที่จัดขึ้น ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา เราได้แต่โทรศัพท์จากเชียงใหม่ถึงกรรมการท่านที่เราเคารพนับถือ เพื่อสอบถามข่าวคราวและข้อมูลของการประชุมครั้งนั้นโดยมั่นใจว่าข้อมูลที่เราได้รับเป็น ความจริง ที่ไม่เจือปนด้วย อคติ 4 ประการ คือ การลำเอียงเพราะรัก เพราะชัง เพราะกลัว และเพราะโง่  

หลังจากนั้น เราได้มีโอกาสพบและพูดคุยกับคณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติฯ นี้อีกหลายท่าน ข้อมูลจาก กัลยาณมิตร ทุกท่านนั้น ทำให้เรานึกถึงคำว่าการจัดการความรู้ ขึ้นมาในใจ สิ่งที่แต่ละท่านถ่ายทอดให้เราฟัง ได้สะท้อนให้เรารับรู้และตระหนักถึงความสำคัญในการทำ วงเรียนรู้ ของผู้คนที่มาจากหลากหลายภาคส่วน ซึ่งแม้จะทำงานภายใต้ วาทกรรม เดียวกัน คือ เกษตรกรรมยั่งยืน หากแต่มี ฐานคิด และ วิธีการในการขับเคลื่อนงานที่แตกต่างกัน 

 คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อยกร่างพระราชบัญญัติกองทุนส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน พ.ศ....มีจำนวนด้วยกันทั้งสิ้น 38 คน ตามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ 23/2550 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2550 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานกรรมการ และผู้อำนวยการกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกรรมการและเลขานุการโดยกรรมการส่วนหนึ่งเป็นผู้แทนของภาค ราชการ ส่วนหนึ่งเป็นผู้แทน สมัชชาคนจน ส่วนหนึ่งเป็น อาจารย์ จากสถาบันการศึกษา ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็น นักวิชาการอิสระ และ นักพัฒนาอิสระ 

จากรายงานการประชุมคณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติฯ ที่เราได้รับ ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ ในหลักการร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว และมีมติให้ดำเนินการจัด เวที เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นสาธารณะ โดยมีประเด็นหลัก ๆ เพื่อพิจารณาอยู่ 4 ประเด็นด้วยกันคือ (1) ตัวหลักการเหตุผลและวัตถุประสงค์ (2) โครงสร้างกลไกที่มา (3) เงินทุนที่มา และ (4) กลไกการจัดการ ซึ่งคณะทำงานการจัดเวทีจะได้นำข้อมูลและข้อคิดเห็นที่ได้รับจากเวทีรับฟังข้อคิดเห็นสาธารณะนี้ เสนอให้คณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติฯ พิจารณา จากนั้นจะได้ดำเนินการนำร่างพระราชบัญญัติฯ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายใน 60 วัน 

เครือข่ายคนทำงานด้านการเกษตรและชุมชนจึงไม่ควร พลาด ที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ประวัติศาสตร์ การขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมยั่งยืนในประเทศไทย โดย เวทีรับฟังข้อคิดเห็นสาธารณะเพื่อการยกร่างพระราชบัญญัติฯนี้ จะมีขึ้นในวันพุธที่ 18 กรกฎาคม 2550 ตลอดทั้งวัน คือตั้งแต่เวลา 9 16 น. ณ ห้องประชุม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 

"วิกฤติชีวิต ของพี่น้องเกษตรกรไทย จากปัญหาความยากจนเชิง โครงสร้าง ภายใต้ทฤษฎีการพัฒนาที่ว่าด้วย การพัฒนาบนความด้อยพัฒนา ซึ่งก่อให้เกิดขบวนการสะสมและล่มสลาย (accumulation and elimination process) ที่เป็น ปรากฏการณ์ ต่อเนื่องมายาวนานในสังคมไทยจะได้รับการแก้ไขและคลี่คลายหรือไม่ อย่างไร  

คำถามที่เรามีในใจสำหรับเวทีในวันพรุ่งนี้ก็คือ...ทำอย่างไรภาคีทุกภาคส่วนจึงจะสามารถ ปักธง ร่วมกัน ทำอย่างไรจะมองเห็น เป้าหมาย เดียวกัน ทำอย่างไรจะสามารถสร้างความ ศรัทธา และความ ไว้ใจ ซึ่งกันและกัน  องค์ความรู้ชุดที่พวกเรามีอยู่เพียงพอ หรือไม่ ที่จะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ใช้ ปัญญา ในการพัฒนาประเทศ เป็นสังคมที่ใช้ ความรู้ ในการตัดสินใจมากกว่าที่จะใช้ ความรู้สึก หรือ อารมณ์ เหมือนที่ผ่านมา 

ท่านคานธีได้สอนให้เราเรียนรู้ถึง กระบวนทัศน์ ของการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนหรือการพัฒนาใด ๆ ด้วยถ้อยคำง่าย ๆ สั้น ๆ ที่มีใจความว่า

.....ทรัพยากรบนโลกใบนี้ มีพอสำหรับคนทุกคน    

    หากแต่มีไม่พอ สำหรับ คนโลภ.... แม้เพียงคนเดียว.....