ก่อนจะเข้ามา Post ดิฉันก็ได้มีโอกาสเข้าไปอ่านบทความหนึ่ง ซึ่งเค้าแบ่งความรู้ออกเป็น 4 ระดับ ขอเล่าย่อๆ คือ ระดับที่ 1 เป็นความรู้ที่เรียนรู้ข้อเท็จจริงต่างๆ ระดับที่ 2 เป็นความรู้ที่เริ่มนำมาเชื่อมโยงกับสถานการณ์จริง เพื่อเลือกปฎิบัติได้เหมาะสม ระดับที่ 3 เป็นความรู้ระดับสูงขึ้นที่วิเคราะห์ถึงสาเหตุว่าทำไมจึงเกิดสิ่งนั้น แต่ความรู้ในขั้นนี้เป็นความรู้ที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมาหลายๆ ครั้ง และนำความรู้นี้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นๆ ที่มีประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น ระดับที่ 4 เป็นความรู้ในเชิงริเริ่มสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นจากภายในตัวคน ที่ยกเรื่องนี้มาพูดก่อนเพื่อที่จะให้เห็นว่าความรู้จะพัฒนาได้ต้องผ่านการทดลองทำ มีประสบการณ์หรือการแลกเปลี่ยนความรู้กัน ดังนั้น Knowledge tranfering & knowledge sharing จึงเป็นประเด็นหัวใจการการจัดการความรู้ (ในทัศนะของดิฉัน) คร่าวนี้มาเข้าเรื่องกันเลย ในเรื่องของปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหา เรื่องการแบ่งปันความรู้ ขอยกตัวอย่างโรงงานอาหารทะเลที่ดิฉันทำงานอยู่แล้วกัน ที่นี่คำว่า KM ยังไม่เป็นที่รู้แพร่หลาย เพราะมิได้ทำเป็นรูปธรรม แต่มีการจัดการความรู้ในลักษณะที่แฝงอยู่ในแต่ละกิจกรรม ซึ่งพบปัญหาดังนี้ ได้แก่ 1. บางคนมีการทำงานที่มีระบบก็จะพยายาม ฝังความรู้ของตนออกมาในรูปแบบของ Work intruction , ฐานข้อมูล , บันทึกความเข้าใจ หรือ อื่นๆ แต่หากบุคคลใดทำงานไม่มีระบบ ก็จะแก้ปัญหาเป็นครั้งๆไป ไม่มีการรวบรวมความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ ทำให้ไม่มีการนำความรู้มามาใช้ซ้ำ การแก้ไขก็อาจเกิดการผิดพลาด หรือ ไม่ดีที่สุด เพราะหากมีการประมวลนำประสบการณ์มาร่วมตัดสินใจ จะช่วยทำให้ลดเวลาในการค้นหาข้อมูล และพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหา 2. ถ้าสมาชิกมองไม่เห็นถึงเป้าหมายอันเดียวกันว่า เราทำงานเป็นให้องค์ประสบความสำเร็จสูงสุด การแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด หรือให้เกิดความรู้โดยถึงกันแล้ว ถ้ามีบุคคลใดปกปิดความรู้ ก็จะทำให้การทอดถ่ายความรู้ไม่สมบูรณ์ 3. ในการแก้ไขปัญหาถ้าไม่มีการพูดคุย หรือปรึกษาปัญหาร่วมกัน แต่ตัดสินใจโดยลำพังก็จะทำให้การตัดสินใจนั้นมีข้อผิดพลาดได้ เพราะการแลกเปลี่ยนความรู้ช่วยให้ทุกคนช่วยกันมองปัญหาในทุกแง่มุม แนวทางการแก้ไขปัญหา 1.