
พวกเราคงจะรู้ดีว่า การใช้ชีวิตทุกวันนี้ต้องการกำลังใจมากเพียงไร ข่าวดีคือ นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบว่า อาหารดีๆ มีส่วนเสริมกำลังใจให้เราได้ครับ
สมองคนเราเป็นอวัยวะประเภท "ผู้หิวโหย(น้ำตาล)" อยู่ตลอดเวลา ระดับน้ำตาลในเลือดที่พอดี(ไม่สูงหรือต่ำเกิน)มีผลต่อการทำงานของสมองมากกว่าที่เราคิด...
![]()
อาจารย์ดอกเตอร์ดีน มิลเลอร์กล่าวถึงผลการวิจัยเร็วๆ นี้ซึ่งทำในคนเราพบว่า ความสามารถในการ "ยับยั้งชั่งใจ (suppress urge)" ซึ่งต้องใช้กำลังใจอย่างมากนั้น ดีขึ้นได้ด้วยอาหารสมองดีๆ
นักวิทยาศาสตร์ทดสอบกำลังใจอาสาสมัคร 2 กลุ่ม กลุ่มละ 2 ยก และตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะๆ กลุ่มแรกให้น้ำหวานเสริมระหว่างพักยก กลุ่มที่สองให้น้ำหวานจากน้ำตาลเทียมเสริมระหว่างพักยก
![]()
ผลการศึกษาพบว่า อาสาสมัครทั้ง 2 กลุ่มมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงเมื่อ "ยับยั้งชั่งใจ" หรือผ่านการทดสอบกำลังใจสำเร็จ
ทว่า... อาสาสมัครกลุ่มแรกที่ได้รับน้ำหวานจากน้ำตาลเสริมมีความสามารถในการ "ยับยั้งชั่งใจ" หรือผ่านการทดสอบกำลังใจยก 2 ได้ดีกว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำหวานจากน้ำตาลเทียม
![]()
สรุปง่ายๆ คือ...
- กำลังใจที่ใช้ในการหักห้ามตัวเราไม่ให้ทำอะไร หรือกำลังใจประเภท "เบรคความต้องการ" เช่น กำลังใจที่จะเลิกเหล้า-เลิกบุหรี่ ฯลฯ เป็นกระบวนการที่ใช้กำลังงาน
- กำลังใจ... เมื่อใช้ไปแล้วทำให้ระดับน้ำตาลในเลือด (blood sugar) ลดลง
- กำลังใจ... ยก 2 จะเพิ่มขึ้น ถ้าทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น หรือมีการเติม "เชื้อเพลิง" ใหม่ให้สมอง
![]()
- กินข้าวขาว ขนมปังขาว หรือน้ำตาลบ่อยๆ.. เชื้อเพลิงแบบ "ไฟไหม้ฟาง" แบบนี้ดีกับสมองในระยะสั้น น้ำตาลในเลือดจะขึ้นเร็ว ลงเร็ว และมักจะอ้วนเร็วจนอาจจบด้วยโรค เช่น อ้วน อ้วนลงพุง เบาหวาน ความดันเลือดสูง ฯลฯ
- กินอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาล (glycemic index) ต่ำ และมีเส้นใย(ไฟเบอร์)สูง... เชื้อเพลิงแบบ "ติดไปนาน" คล้ายๆ ถ่านชั้นดีแบบนี้ดีกับสมองในระยะยาว เนื่องจากใช้เวลาย่อยนาน น้ำตาลในเลือดจะเพิ่มขึ้นช้าๆ เพิ่มขึ้นนาน และลดลงช้าๆ ไม่เพิ่มเร็ว-ลงเร็ว หรือวูบๆ วาบๆ แบบกินแป้งขาว-น้ำตาล นอกจากนั้นยังช่วยป้องกันโรคอ้วน โรคอ้วนลงพุง และเบาหวานในระยะยาวอีกด้วย
![]()
เว็บไซต์ของสถาบันไลนัส พอลลิง มหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตท สหรัฐฯ แนะนำวิธีกินอาหารให้ค่าดัชนีน้ำตาล (glycemic index / GI) ต่ำลง
อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำคือ มีค่า 55 หรือน้อยกว่านั้น แสดงไว้ในวงเล็บท้ายชื่ออาหาร
- กินข้าวหรือขนมปังประเภทไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง (55) ข้าวบาร์เลย์ (25) ขนมปังข้าวราย (41) ฯลฯ
-
ลดการกินแป้งขัดสีและน้ำตาล เช่น ข้าวขาว (64), ขนมปังขาว (73), น้ำตาลทราย (68) ฯลฯ แผ่นข้าวโพด(คอร์นเฟลค = 81), วุ้นใส่น้ำตาล (Jelly beans = 78), ขนมเค้กทำจากแป้งข้าว (puffed rice cakes = 78), โดนัท(76) ฯลฯ และอย่าลืม... ลดน้ำหวานลงด้วย
- กินถั่วเปลือกแข็ง (nuts) ถั่ว ผลไม้ และผักที่ไม่มีแป้งสูงเพิ่มขึ้น เช่น ส้ม (42), แพร์ (38), แอปเปิล (38), ถั่วแดงหลวง(28), เมล็ดมะม่วงหิมพานต์(22), ถั่วลิสง(14) ฯลฯ
-
ถ้ากินผลไม้อบแห้งควรเลือกชนิดไม่เติมน้ำตาล และลดปริมาณลงอย่างน้อย 50% เนื่องจากมีน้ำตาลสูง นอกจากนั้นผลไม้เมืองร้อนยังมีแนวโน้มจะมีค่าดัชนีน้ำตาลสูงด้วย เช่น อินทผลัมแห้ง(103) ฯลฯ
- กินนมไม่มีไขมัน (32) นมไขมันต่ำ หรือนมถั่วเหลืองเสริมได้ เนื่องจากอาหารกลุ่มนี้มีดัชนีน้ำตาลต่ำ
- ถ้ากินอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง เช่น ข้าวขาว ฯลฯ ให้กินพร้อมอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ และมีเส้นใย(ไฟเบอร์)สูง เช่น ผัก ถั่ว นม ฯลฯ เพื่อให้เกิดการเตะถ่วงการย่อย และการดูดซึมน้ำตาลให้ช้าลง
ตารางที่ 1: แสดงค่าดัชนีน้ำตาล (glycemic index / GI)
อาหาร |
ดัชนีน้ำตาล |
อาหาร |
ดัชนีน้ำตาล |
อินทผลัมแห้ง |
103 |
คอร์นเฟลค |
81 |
วุ้น Jelly beans |
78 |
เค้ก / ขนมจากแป้งข้าว |
78 |
มันฝรั่งปิ้ง – Russet potato |
76 |
โดนัท |
76 |
ขนมแครกเกอร์หวาน |
74 |
ขนมปังขาว |
73 |
น้ำตาลทราย |
68 |
แพนเค้ก |
67 |
ข้าวขาว |
64 |
ข้าวกล้อง |
55 |
สปาเกตตี ต้ม 10-15 นาที |
44 |
สปาเกตตี ต้ม 5 นาที |
38 |
สปาเกตตี โฮลวีท/ไม่ขัดสี |
37 |
ขนมปังข้าวราย (Rye) |
41 |
ส้ม |
42 |
แพร์ |
38 |
แอปเปิล |
38 |
ธัญพืชผสม (All-Bran) |
38 |
นมไม่มีไขมัน |
32 |
ถั่วแขก (lentils) |
29 |
ถั่วแดงหลวง |
28 |
ข้าวบาร์เลย์ (pearled barley) |
25 |
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ |
22 |
ถั่วลิสง |
14 |
ถึงตรงนี้... ขอเรียนเชิญพวกเราหันมากินอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำมากหน่อย เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงไม่พอดี ไม่วูบวาบ หรือขึ้นลงเร็วแบบอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง กำลังใจจะได้ดีไปนานๆ ครับ...
ขอแนะนำ...
- รวมเรื่องสุขภาพ > "สมอง"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "ดัชนีน้ำตาล (glycemic index)"
- [ Click - Click ]
- บล็อก "บ้านสาระ"
- http://gotoknow.org/blog/talk2u
แหล่งที่มา:
- Thank Reuters & Blog burst > Dean Miller. Ph.D. Sweeten your willpower > [ Click ] > June 5, 2007. // souce: Scientic American Mind.
- Thank > Dean Miller. Ph.D. The brain code > Sweeten your willpower > [ Click ] > June 5, 2007. (Neuroscientist blog)
- Thank > Dean Miller. Ph.D. The brain code > Sweeten your willpower > [ Click ] > http://thebraincode.com/brainblog/ > June 5, 2007.
- Thank > Jane Hiddon, Ph.D. Glycemic index & glycemic load > Micronutrient Research for Optimal Health > Linus Pauling Institute > Oregon state University > [ Click ] > http://lpi.oregonstate.edu/infocenter/foods/grains/gigl.html > June 5, 2007.
- ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
- ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
- ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT
- ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 6 มิถุนายน 2550.
- Thank > Dean Miller. Ph.D. The brain code > Sweeten your willpower > [ Click ] > June 5, 2007. (Neuroscientist blog)