ระหว่างขับรถกลับมาจากการเป็นนักศึกษาที่มอ. มาเป็นอาจารย์ที่ มอย. วันนี้ เกิดความคิดแบบเฉียบพลันขึ้นมาว่า ออ. ระดับการศึกษาต่างกันมีผลต่อยานพาหนะที่ใช้ด้วย แฮะ แฮะ.. มันเป็นไปได้จริงๆ ครับ
- ย้อนกลับไปในระดับประถมศึกษา ไม่มีรถขับ และไม่เดินไปโรงเรียน แต่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของพ่อ หรือไม่ก็ซ้อนท้ายจักรยานของพี่
- มัธยมศึกษา เริ่มด้วยการเดินครับ เพราะโรงเรียนกับบ้านพักติดกันเลย ยุคนี้เป็นยุคยานพาหนะที่ดีที่สุด คือ เท้า พร้อมกับวิธีการมุดรั่วโรงเรียนครับ เนื่องจากบ้านติดรั่วโรงเรียน แต่อยู่ไกลจากประตู รร. ครูฝ่ายปกครองเลยสงสารทำทีมุดไว้ให้เฉพาะ
- ปริญญาตรี พ่อซื้อจักรยานให้คันหนึ่ง (ตราฟามิงโก) เป็นสมบัติส่วนตัว ปั่นจักรยานอยู่สี่ปี ในมอ.ครับ วันนี้ไปดูอีกทีไม่ค่อยเห็นใครปั่นจักรยานกันแล้ว เสียดายจังเลย (ส่วนจักรยานของผมคันนั้น บริจาคให้น้องเมทใช้ต่อเมื่อผมจบ)
- ปริญญาโท ได้รถมอเตอร์ไซด์มาคันหนึ่งครับ พ่อซื้อให้เหมือนกัน ใช้อยู่สามปีครึ่ง และตอนนี้ก็ยังใช้อยู่
- ตอนนี้ไปเรียนปริญญาเอก ก็เปลี่ยนเป็นขับรถยนต์ เหตุผลไม่ใช่เพราะความเท่นะครับ แต่ระยะมันไกลกันมาก และต้องรีบเร่งในการเดินทาง เช่นอย่างวันนี้ ออกจาก มอย.(มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา) ไป มอ. (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ว.ปัตตานี)ตอน 07.30 น. เข้าเรียนเวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น. ก็ต้องบึ่งรถกลับมาสอนที่ มอย. อีกครั้งตอน 13.15 น.
- แหะ แหะ ถ้าจบเอกได้ ขอเปลี่ยนรถเป็น camry ป้ายแดงสักคัน นะครับ
เห็นถึงความสัมพันธ์เลยนะครับ
จะเลื่อนขั้นใช่ไหมล๊ะ
จากรองคณะบดี เป็นอื่นที่สูงกว่าต้องใช้รถที่ใหญ่กว่า ว่างั้นเถอะ
แต่ผมก็ยังชอบปั่นจักรยานอยู่ ครับ
เพราะระยะหลังนี้ไม่ค่อยได้ปั่นเท่าไรรู้สึกว่ากางเกงจะเล็กไป
เหตุการณ์บ้านเราสงบเมื่อไร ปั่นจากบ้านมา วอย.(30 กม.) ดีไหม (หรือว่านี่คือคำสัญญา)
รถนะอยากเปลี่ยนครับ แต่ตำแหน่งบริหารยังไม่ยากเปลี่ยนตอนนี้ครับ ขอผมอายุสัก 40 ก่อน ผมจึงจะขอเปลี่ยนเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้น หรือไม่ก็ให้มีตำแหน่งวิชาการหน่อย เวลาขึ้นตำแหน่งบริหารระดับสูงจะได้พอเทียบเคียงกับที่อื่นได้บ้าง
ท่านคณบดีกล่าวแนะให้คิดว่า ถึงแม้ชนิดของยานพาหนะที่ผมใช้จะเปลี่ยนไปแต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ สีของยานพาหนะครับ
ผมเลย ออ. ขึ้นมาทันที จริงอย่างท่านว่าครับ ทั้งหมดผมใช้สีเขียว
ท่านคณบดีบอกว่าท่านจำได้ว่า จักรยานของผมสีเขียว เพราะท่านเห็นผมปั่นจักรยานในมอ.เป็นประจำ