อนุทินที่มีคำสำคัญ "หนังสือ"


ธนาวุฒิ โถวสมบัติ
เขียนเมื่อ

ตะลุยงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ!!!

ถ้าคุณเป็นหนอนหนังสือคุณไม่ควรพลาดงานนี้งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 45 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยผมและเพื่อนได้มีโอกาสไปร่วมงานครั้งนี้เริ่มต้นรวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยหอการค้า เพื่อนๆต่างดีใจที่จะได้ไปเดินชมงานนี้ พวกเราเลือกที่จะเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว โดยขับออกไปทางถนนวิภาวดีและเลี้ยวเข้าถนนพระรามเก้า เพื่อไปใช้เส้นทางบนถนนอโศกเพื่อมุ่งไปยังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สำหรับเส้นทางนี้แนะนำให้ออกเดินทางช่วงเวลาคือก่อนพักกลางวัน เพราะถ้าเป็นช่วงเวลาพักกลางวัน ถนนเส้นนี้อาจทำให้คุณต้องใช้เวลาในการเดินทางเป็นชั่วโมง แต่สำหรับคนที่ไม่ได้รีบร้อนอะไรการใช้เส้นทางนี้ถือว่าประหยัดเวลาที่สุดสำหรับการขับรถกันไปเอง

เมื่อถึงบริเวณงานคงเป็นโชคดีของพวกผมที่รถไม่ค่อยติดนักทำให้เมื่อมาถึงงานสามารถหาที่จอดได้ไม่ยากและในงานก็มีผู้คนไม่เยอะจนเกินไปสามารถเดินดูนู้นนี่ได้อย่างสบาย เมื่อพูดถึงภาพบรรยากาศภายในงานแล้วในงานได้จัดแบ่งเป็นโซนที่ชัดเจน อาทิ โซนหนังสือเด็ก โซนหนังสือแบบเรียนหรือโซนหนังสือต่างประเทศ แต่ที่พวกผมได้มีโอกาสร่วมกับอีกหนึ่งโซนที่สะดุดตาเป็นอย่างยิ่งก็คือ โซนของนิทรรศการซึ่งโซนนี้มีกิจกรรมและเนื้อหามากมาย ผมได้ยืนอยู่ด้านหน้าของนิทรรศการหนึ่งเป็นนิทรรศการที่แปลกนั้นคือ หนังสือที่รฦกงานศพ มรดกวัฒนธรรมประจำชาติถ้าใครยืนมองแค่ชื่อก็คงงงไปกันหมด แต่เมื่อได้เดินเข้าไปก็จะรู้ว่าที่จริงที่นี่ได้รวมเอาหนังสือของที่ระลึกงานศพของบุคคลสำคัญ พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ มากมาย มาจัดแสดงและยังมีประวัติของหนังสือที่ระลึกงานศพรวมทั้งหนังสือที่ระลึกงานพระศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชให้เราได้ชมอีกด้วย

นอกจากหนังสือที่จัดแสดงแล้วยังมีหนังสือที่น่าสนใจที่อยู่ภายในนิทรรศการที่ผมจะของเสนออีกหนึ่งเล่ม นั้นก็คือ หนังสือที่รฦกงานศพ มรดกวัฒนธรรมประจำชาติที่จะรวมเอาสารเกี่ยวกับหนังสือที่ระลึกงานศพอัดแน่นไว้ภายในเล่ม โดยสาระในหนังสือประกอบไปด้วยประวัติของหนังประเภทนี้ หนังสือที่ระลึกงานศพของรัชสมัยต่างๆ และหนังสือที่ระลึกงานพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ ฝ่ายหน้าและฝ่ายในรวมไปถึงสาระเกี่ยวกับตู้หนังสือพินัยกรรม



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

| อนุทิน ... ๘๒๙๐ |

"อ่านหนังสือไม่ทัน"

มีหนังสือใหม่ที่รอให้อ่านอยู่อีกเป็นสิบเล่ม
อยากอ่านให้หมด แต่สมองมีน้อยเกินไป

เรียนไม่เก่งดีนัก ก็ต้องอ่านหนังสือเยอะ ๆ แบบนี้แหละ
เดี๋ยวนี้ทางเลือกของประเภทหนังสือมันเยอะมากกว่าสมัยก่อนเยอะ
สมัยก่อน ประเภทหนังสือมีน้อย ไม่หลากหลายเหมือนในปัจจุบัน
ทำงานแล้ว มีเงินเดือนเป็นของตัวเอง
สิ่งที่จะต้องเสียเงินในทุกเดือน คือ หนังสือสักเล่ม

ไม่ใช่ไปร้านกาแฟหรือเค้กหรูดูมีรสนิยมเท่าไหร่
ไม่ใช่ไปจับจ่ายซื้อเสื้อผ้าใหม่ตามแฟชั่น
ไม่ใช่เอาเงินไปซื้อของอิเล็กทรอนิกส์ให้ทันคนอื่น
ไม่ใช่เอาเงินไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ญีุ่ปุ่น เกาหลี

เรียนไม่เก่ง เลยไม่ค่อยมีโอกาสเหมือนคนอื่นเขา
ไทยแลนด์ ๔.๐ คือ การสร้างนวัตกรรมจากสติปัญญาของเรา
เผื่อหนังสือจะทำให้มีสติปัญญาเพิ่มขึ้นบ้าง



ความเห็น (2)

การอ่าน เป็นทางลัดให้เราเก่ง กว่านักเขียน จะเขียนหนังสือออกมาสักเล่ม คนเขียนต้องใช้พลังสูงสุด ดังนั้นอยากซื้อเล่มใด ซื้อเลยค่ะ

ซื้อด่วนครับ พี่แก้ว 555

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

| อนุทิน ... ๘๓๑๑ |

"Content"




ความเห็น (2)

กำลังจะปรึกษาเรื่องหนังสือกับอาจารย์พอดี

ควรพิมพ์กับสำนักพิมพ์ไหนดีครับ

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

| อนุทิน ... ๘๓๒๗ |

"เรียนเจ้านายที่เคารพ"


วันนี้ อ่านหนังสือการ์ตูนเล่มนี้จบแล้ว "เรียนเจ้านายที่เคารพ"
อ่านไป หัวเราะไป เสียดแทงใจดำมนุษย์เงินเดือนดีมาก 555

บอกเลยว่า ถ้าอยากหัวเราะบ้าง ลองหามาอ่านดูนะครับ ;)...



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

| อนุทิน ... ๘๓๒๘ |

"..."

ในภาพอาจจะมี ข้อความ

555



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

| อนุทิน ... ๘๓๓๑ |

"จัดระเบียบข้าวของ"

หัวค่ำไปแวะร้านหนังสือประจำมา
ได้หนังสือใหม่มา ๑ เล่ม เห็นนานล่ะ
ได้มาเป็นเล่มสุดท้ายพอดี

"รวยได้ใน ๑๐๐ วัน ด้วยพลังแห่งการจัดระเบียบ"

เขียนโดย ยุนช็อบฮย็อน

ไม่ได้มีเป้าหมายเรื่องรวย
แต่สนใจเรื่องการจัดการข้าวของที่รก
รกบ้าน และ รกที่ทำงาน



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

| อนุทิน … ๘๕๓๖ |

"สร้างศิลปะด้วยหนังสือ"



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

| อนุทิน … ๘๖๐๙ |

"FC หนังสือชุดนี้"

หนังสือชุดเสริมกำลังใจ ของ วินทร์ เลียววาริณ

๑. รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง
๒. ความฝันโง่ ๆ
๓. เบื้องบนยังมีแสงดาว
๔. อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก
๕. สองแขนที่กอดโลก
๖. สองปีกของความฝัน
๗. คำที่แปลว่ารัก
๘. ชีวิตคือปาฏิหาริย์
๙. ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน
๑๐. ยาเม็ดสีแดง
๑๑. ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว
๑๒. รอยยิ้มใต้สายฝน

และเล่มล่าสุดที่ถืออยู่ในมือ

๑๓. บางครั้งเราก็ลืมรักตัวเอง



ความเห็น (1)

มีแค่ 2 เล่มแรก สงสัยต้องไปหาเล่มอื่นๆครับขอบคุณครับที่แนะนำ

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

| อนุทิน … ๘๖๔๗ |

"พ่อของแผ่นดิน"

ก่อนถึงบ้าน แวะเซเว่นฯ
ตั้งใจจะลงไปหาเมล็ดแมงลัก
แต่ก็ไม่มีขายอยู่ดี

แต่กลับได้หนังสือ "พ่อของแผ่นดิน"
ที่ราคาขายเพียง ๓๙ บาท

กลับมานั่งอ่านถึงพระราชดำรัสของ
ในหลวงรัชกาลที่ ๙ กับประชาชนของพระองค์

คิดถึงท่านจัง
และมีความสุขที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้



ความเห็น (3)

คิดถึงพ่อหลวงเช่นกันค่ะอาจารย์

ต้องไปซื้อที่ร้านเมล็ดผักครับ มีแน่ๆ อาจารย์สบายดีนะครับ 11-13 มกราคม ผมไปที่อาคารกีฬา เชียงใหม่ มีอะไรให้ทำไหมครับ

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

| อนุทิน … ๘๘๔๖ |

"จาก เชียงใหม่ ไป กาญจนบุรี"

เมื่อเช้าไปส่งหนังสือบริจาคไปให้โรงเรียนทางกาญจนบุรี
กล่องน้อย ๆ สัก ๑ กล่อง อาทิตย์หน้าคงจักถึงเป็นแน่แท้



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

การไปเดินสำนักหอสมุด ได้ข้อสังเกตมาว่า หนังสือของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หรือ มสธ. มีการปรับปรุงรูปเล่มใหม่ทั้งหมด สีปก กระดาษ ตัวอักษรภายใน เล่มเล็กลง ดูน่าอ่านมากขึ้น



ความเห็น (2)

ดีจริงๆครับหนังสือสุโขทัย เคยใช้มาตอนปริญญาตรี เรื่อยมาถึงปัจจุบัน แต่หนังสือในห้องสมุดค่อนข้างเก่า แต่ยังใช้ได้ดีครับ

ปรับปรุงทั้งรูปลักษณ์ และเนื้อหาด้านในครับ อ.ต้น ;)…

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

[ อนุทิน … ๙๒๔๖ ]

“รายละเอียดตัดสินความสำเร็จ”

“… ทุกคนที่ประสบความสำเร็จจะเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียด เพราะว่าพวกเขารู้ว่ามันไม่ใช่การใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มันคือการลงมือทำด้วยหัวใจ ด้วยทัศนคติ ด้วยจิตวิญญาณ แต่มีกี่คนหรอกที่จะรับรู้ได้ พวกเราใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ไม่เคยลงมือทำหรือปฏิบัติอย่างตั้งใจ สิ่งเหล่านั้นที่เราละเลยเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ ดังนั้นเราจึงควรที่จะใส่ใจในรายละเอียดจากสิ่งเล็ก ๆ เมื่อเราพยายามทำอย่างตั้งใจ มันจะทำให้เราพัฒนาและเข้าใกล้ความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น …”

หลิว หย่ง เซิง



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

[ อนุทิน … ๙๒๗๗ ]

“แสนยานุภาพทางวิชาการ”

มหาวิทยาลัย คือ คลังความรู้สำคัญ เพราะผลิตคนออกไปทำงานเพื่อสังคม

วันนี้ได้มีโอกาสเดินไปดูหนังสือหมวด “กฏหมาย” ในร้านหนังสือประจำ

พบว่า คณาจารย์ทางด้านนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ช่วยกันเขียนหนังสือทางกฎหมายเป็นรูปเล่มแบบพ็อกเก็ตบุ็ค

ในหลายเรื่อง เช่น มหาวิทยาลัยไทย, กฎหมายมรดก, การเป็นผู้จัดการมรดก,

กฎหมายพาณิชย์นาวี ฯลฯ เป็นหนังสือเล่มเล็ก ราคาร้อยกว่าบาท

ผมรู้สึกทึ่งนะ อยากให้มหาวิทยาลัยตัวเองแสดงแสนยานุภาพทางวิชาการแบบนี้บ้าง

แต่รู้ว่า ยาก เพราะระบบความคิดของคนเป็นผู้บริหารยังไม่เห็นความสำคัญเท่าที่ควร

อีกประการ มหาวิทยาลัยเล็ก งบก็น้อย ดังนั้น การตัดสินใจใช้งบจึงไปเทที่งานอื่นหมด



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อร วรรณดา
เขียนเมื่อ

อนุทิน ๑๖๗ ความสุขของครูที่ทำงานห้องสมุดคือการได้เห็นเด็กๆเข้ามาอ่านหนังสือ มายืมหนังสือกลับไปอ่านที่บ้าน ได้เห็นเพื่อนร่วมงานพาเด็กมาอ่าน “ครูอ่าน เด็กอ่าน” มีคนถามว่า “ครูไม่เบื่อหรือคะที่อยู่แต่กับหนังสือ” ตอบว่า”ไม่เบื่อ เพราะว่าชอบ จะดีใจเป็นอย่างยิ่งถ้าทุกคนเข้ามาอ่าน”



ความเห็น (3)

มาถึงทุกวันนี้ได้เพราะการอ่านจริงๆ ค่ะ เด็กๆ ชอบนิทาน วัยรุ่นชอบนิยาย ดีที่พ่อแม่ไม่ว่าค่ะ

ตอนวัยเด็กและวัยรุ่นชอบอ่านนิทาน การ์ตูน นิยาย หลังจากนั้นเริ่มอ่านหลากหลาย ได้ประโยชน์เพราะการอ่านจริงๆค่ะ จึงอยากส่งเสริมให้เด็กๆรักการอ่านมากๆค่ะ

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

[ อนุทิน … ๙๙๓๗ ]

“หนังสือ ชุด กำลังใจ”

…………………………

๑. รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง

๒. ความฝันโง่ ๆ

๓. เบื้องบนยังมีแสงดาว

๔. อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก

๕. สองแขนที่กอดโลก

๖. สองปีกของความฝัน

๗. คำที่แปลว่ารัก

๘. ชีวิตคือปาฏิหาริย์!

๙. ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน

๑๐. ยาเม็ดสีแดง

๑๑. ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว

๑๒. รอยยิ้มใต้สายฝน

๑๓. บางครั้งเราก็ลืมรักตัวเอง

๑๔. ๑ เปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้

๑๕. จุดเทียนทั้งสองปลาย

ผมเป็น FC หนังสือชุดนี้ของวินทร์ เลียววาริณ

…………………………

เชียงใหม่ (ยามดึก)

๒๒ มีนาคม ๒๕๖๒



ความเห็น (2)

มา ๆ ชูป้ายไฟกันคร้า ^_,^

แมงโม่
เขียนเมื่อ

หยิบหนังสือเล่มเก่าๆมาเปิดอ่าน



ความเห็น (2)

น่าอ่านมากๆ ครับ….ชีวิต(เรา)ดีขึ้นได้..

ดีขึ้นได้ด้วยสองมือเรา/สมองของเรา/มีสติ/สมาธิ/ปัญญา

บุรชัย
เขียนเมื่อ

เมื่อห้องสมุดภาควิชาโดน digital disruption / ตำราและหนังสือวิชาการพิมพ์ด้วยกระดาษที่กำลังหายไป พร้อมความรู้พื้นฐานดั้งเดิม

วันนี้ ผมไปเยี่ยมภาควิชาเก่าที่เคยทำงาน (ขออนุญาตไม่ระบุสถานที่เพราะไม่ใช่ประเด็นสำคัญ) วันนี้ห้องสมุดภาคฯ โดนเปลี่ยนไปเป็น co-working space แล้ว มีโต๊ะทำงานและเก้าอี้นั่งสบายไว้ทำงาน(กับโน้ตบุ๊คที่ผู้ใช้ต้องนำมาเอง) หนังสือเก่านับพันเล่มที่เก็บสะสมมากว่า ๕๐ ปีออกมาวางตั้งไว้เพื่อให้นักศึกษาที่สนใจเลือกเก็บไปใช้ส่วนตัวได้

มันมีความรู้สึกเกือบตรงกันข้ามอยู่ ๒ ด้านในหัวผม

๑. ในแง่ใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน ผมก็เห็นด้วยว่าการเปลี่ยนรูปแบบการใช้พื้นที่ ให้ตรงกับความต้องการของคณาจารย์และนักศึกษาในปัจจุบันของภาควิชา ก็เหมาะสมดีแล้ว

๒. แต่ในแง่ความรู้สึกของคนรักหนังสือ (ซึ่งอายุเลยวัยเกษียณ) ดูเหมือนว่าหนังสือเก่าๆ นั้น คนรุ่นหลังไม่ได้ให้ค่าและคิดเฉลียวใจเลยว่า ความรู้เก่าๆ เชิงรายละเอียด และความรู้ทางเทคนิคเก่าๆ ที่มีในหนังสือวิชาการเก่าในสาขาวิชาเฉพาะทางต่าง ๆ นั้น ไม่ได้มีให้ค้นหาได้ง่ายใน ebook หรือว่ามีใน เอกสาร PDF เสียทั้งหมด (ลองนึกถึงหนังสือวิชาการรายปีของต่างประเทศ พวก Annual Reviews ในสาขาวิชาต่างๆ เป็นตัวอย่างดูครับ) ในอนาคต เราต้องอิงกับการจ่ายค่าสมาชิกบอกรับวารสารจากต่างประเทศทุกปีเป็นจำนวนเงินมหาศาล ต้องจ่ายค่าต๋งแสนแพงให้ฝรั่งทุกปีตลอดไป. หนังสือตำราดีๆ ที่กระจายไปแล้ว เอ็นโทรปีที่เพิ่มขึ้นทำให้เราคงไม่มี hard copy เหลือให้ค้นได้อีกในอนาคต หรืออาจมีเหลืออยู่บ้างในบางที่ แต่ก็คงหายากมาก หรืออยู่ไกลจนไม่มีใครในอนาคตจะเดินทางไปค้น. อันที่จริงมันมีประเด็นให้คนน่าจะคิดทำอีกมากมาย ตัวอย่างเช่น digitization of books ในห้องสมุดก่อนจำหน่ายจ่ายแจกออกไป ฯลฯ แต่ไม่มีใครทำ (เพราะไม่มีคนเห็นว่าสำคัญ). ที่เปรยเล่ามา เพราะคงมีเหตุการณ์คล้ายแบบนี้ที่อื่นอีกแน่.

ผมเองคงไม่ได้ใช้ความรู้ในหนังสือเหล่านั้นอีก ผมจึงไม่ได้ไปใส่ใจค้นหนังสือดูว่าจะมีเล่มไหนน่าสนใจ เพียงแต่แอบทราบว่า มีบางเล่มที่เป็นหนังสือบริจาคให้ห้องสมุดของคณาจารย์เกษียณบางท่านเมื่อหลายสิบปีก่อน ท่านก็มาหยิบหนังสือของท่านคืนไป.



ความเห็น (1)

มีความไม่เห็นคุณค่ามากมายเกิดขึ้นในยุคนี้ครับ ;)…

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี