อนุทิน #9784

@9766

@9777

  • อ.จัน พี่ศศินันท์ค่ะ  กล้วยมีคุณสมบัติเรื่องการมี phytochemical ที่ช่วยปกป้องกระเพาะอาหารจากน้ำย่อยที่เป็นกรดค่ะ ในแง่มุมนี้กล้วยจึงดีกว่าแอบเปิ้ลในการเริ่มสอนให้ลูกกินอาหารกึ่งเหลวกึ่งแข็งค่ะ
  • แอบเปิ้ลมีส่วนประกอบที่ให้น้ำตาลน้อยกว่ากล้วยค่ะ ทำให้ตับอ่อนทำงานง่าย  การย่อยเพื่อเก็บเกี่ยวน้ำตาลมาใช้งานก็เป็นแบบย่อยไปดูดซึมไป ไม่ดูดซึมพรวดพราด  ทำให้ฮอร์โมนความเครียดไม่ต้องมาร่วมทำงาน  ลำไส้ใหญ่เลยสบาย ถ่ายคล่องกว่าถ้ากินแอบเปิ้ล ในมุมนี้แอบเปิ้ลดีกว่าค่ะ
  • ทั้งหมดที่เล่ามา ยังต้องพิจารณาเปรียบเทียบค่ะ แบบว่าถ้ากินกล้วยน้อยกว่า กินแอบเปิ้ลมากกว่า กินกล้วยจะดีกว่าในมุมทั้ง 2 มุม แถมยังได้กากใยที่มากกว่าอีกด้วย
  • ถ้ากินแอบเปิ้ลน้อยกว่า กินกล้วยมากกว่า กินแอบเปิ้ลดีกว่าอีตรงไม่ต้องใช้ฮอร์โมนความเครียดมาร่วมทำงาน แต่ในแง่เส้นใย และในแง่ปกป้องกระเพาะอาหาร แอบเปิ้ลก็ไม่ให้มาค่ะ
  • .......
  • สรุปว่า เรื่องอาหารมีความซับซ้อน จะใช้ความรู้มุมเดียวตัดสินเลยไม่ได้ค่ะ ไม่งั้นการตัดสินมันจะเอียง แล้วทำให้ลูกเสียประโยชน์ในบางเรื่องไป
  • หลักการกินอาหาร ควรฝึกกินให้หลากหลาย มีความหมายว่า กินมันได้ทุกอย่าง แล้วรู้จักเลือกกินให้พอดีและพอเพียงค่ะ
  • ........
  • กินหวานทำให้ท้องผูก เพราะเวลาน้ำตาลในร่างกายสูง จะมีกลไกพยายามขับทิ้ง โดยเสียน้ำละลายออกไปทางฉี่ค่ะ พอน้ำไม่พอ ที่ซึ่งจะมาขอเก็บคืนไปใช้ก็อีตรงลำไส้ใหญ่นี่แหละค่ะ
  • .........
  • เล่าเรื่องกล้วยแล้ว ขอเล่าต่อเลยว่า เปรียบเทียบกล้วยด้วยกันแล้ว กล้วยที่ดีต่อร่างกาย เรียงลำดับคุณค่าอย่างนี้เลยค่ะ กล้วยน้ำว้า กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหอม  อันนี้เขาเรียงคุณค่าเปรียบกันด้วยการให้น้ำตาลที่ไม่เป็นโทษก่อเหตุกับร่างกาย ก่อจุดอ่อนให้เกิดเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวานค่ะ
เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)