อนุทิน #96465

test block
เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (1)

การเจริญเติบโตของสัตว์และมนุษย์

1. การเจริญเติบโต Delvalopment ของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น ซึ่งตามปกติแล้วจะเกิดกระบวนการต่าง ๆ 4 กระบวน

a. การเพิ่มจำนวนเซลล์ (cell multiplication) ………………………………………………..

b. การเจริญเติบโต(growth) ……………………………………………………………….

c. การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ เพื่อไปทำหน้าที่ต่างๆ(cell differentiation)……………………………………………………………………………

d. การเกิดรูปร่างที่แน่นอน (Morphogenesis)………………………………………………………

2. การเติบโต (Growth) เซลล์สิ่งมีชีวิตจะต้องมีการเพิ่มขนาดเซลล์และเพิ่มจำนวนเซลล์ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกัน

3. การวัดการเติบโต (musurement of growth) เป็นการวัดขนาดที่เพิ่มมากขึ้นทำได้หลายวิธี คือ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่จะมีเส้นโค้งของการเติบโตเป็นรูปตัวเอส(s) หรือ sigmoid curve เสมอเส้นโค้งการเติบโตแบ่งออกได้เป็นออกเป็น 4 ระยะ คือ

a. ระยะเริ่มต้น (lag phase)มีความชัน (slope) ........

b. ระยะเติบโตอย่างรวดเร็ว (log phase)่วนโค้งการเติบโตจึงชันมากกว่าระยะอื่น

c. ระยะคงที่ (satationary phase) เป็นระยะที่มีการเจริญเติบโตสิ้นสุดแล้ว

d. ระยะสิ้นสุด(dead phase)

5.

การเจริญเติบโตในระระเอมบริโอของสัตว์

การจำแนกชนิดของไข่

1.1 ใช้ปริมาณไข่แดง (amount of yolk) ในการจำแนกชนิดของไข่ แบ่งได้เป็น 4 แบบ คือ

1.1.1 ไข่ชนิดอะเลซิทัล (alecithal egg) หมายถึงไข่ที่มีไข่แดงสะสมอยู่น้อยมากหรือไม่มีเลยได้แก่...............................................................

1.1.2 ไข่ชนิดไมโครเลซิทัล(microlecithal egg) เป็นไข่ที่มีไข่แดงสะสมอยู่เล็กน้อย ได้แก่ ไข่ของพวก………

1.1.3 ไข่ชนิดมีโซเลซิทัล (mesolecithal egg) หมายถึงไข่ที่มีไข่แดงสะสมอยู่พอสมควร……….

1.1.4 ไข่ชนิดพอลิเลซิทัล (polylecithal egg) ไข่ที่มีไข่แดงบรรจุเป็นอาหารสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก……..

1.2 ใช้การแพร่กระจายของไข่แดง (distribution of yolk)ในการจำแนกชนิดของไข่โดยวิธีนี้ แบ่งออกเป็น

1.2.1 ไข่ชนิดไอโซเลซิทัล (isolecithal egg) เป็นไข่ที่มีการแพร่กระจายของไข่แดงในไซโตพลาซึมอย่างสม่ำเสมอไข่แบบนี้มักมีขนาดเล็ก ได้แก่……….

1.2.2 ไข่ชนิดเทโลเลซิทัล(telolecithal egg) เป็นไข่ที่มีไข่แดงรวมกัน กันอยู่ทางด้านใดด้านหนึ่งของไข่…………………………………..

2. การแบ่งเซลล์ของไซโกต

2.1 คลีเวจ (cleavage) เป็นการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสของโกตทั้งในแนวดิ่งและแนวขวางผลคือทำให้เซลล์เพิ่มขึ้นจาก 1 เป็น 2, 4, 6, 8,…

2.2 บลาสทูลา (blastula) เมื่อไซโกตถูกแบ่งให้เล็กลงโดยไม่มีการเพิ่มพื้นที่ของเซลล์ทั้งหมดของบลาสทูลาจะน้อยกว่าเซลล์ไข่ที่ ฏิสนธิให 2.3 แกสทรูลา (gastrula) เป็นระยะที่บลาสทูลาที่มีเซลล์เพียงชั้นเดียว (single layered สุดท้ายจะได้ เซลล์ใหม่(blastomeres หรือ cleavage cell) ประมาณ 100 – 250 เซลล์แล้ว จะอัดตัวกันแน่นเป็นรูปทรงกลม (spherical shape) แล้วจะมีการเคลื่อนตัวของเซลล์ ทำให้เกิดช่องกลวงขึ้นตรงกลาง (central cavity) ภายในมีของเหลวบรรจุอยู่เต็ม เรียกว่า บลาสโทซีส (blastocoel) ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของระยะบลาสทูลาส่วนชั้นของเซลล์ที่ล้อมรอบบลาสโทซีลอยู่เรียกว่าบลาสโทเมียร์ (blastomere) …

2.3 แกสทรูลา (gastrula)

เป็นระยะที่บลาสทูลาที่มีเซลล์เพียงชั้นเดียว (single layered มีการเปลี่ยนรูปทรงกลมที่มีเซลล์ 2 ชั้น (double-layered sphere) ซึ่งคือระยะแกสทรูลานั้นเอง โดยการบุ๋มเข้าของผนังบลาสทูลา ทำให้บลาสโทซีลเล็กลง และช่องใหม่ขึ้นคือ (arechenteron) หรือแกสโทรซีล (gastrocoel) ซึ่งจะเจริญเปลี่ยนแปลงไปเป็นทางเดินอาหาร ในระยะนี้จะเกิดเนื้อเยื่อชั้นต่าง ๆ ขึ้นคือ เนื้อเยื่อชั้นนอก(ectoderm) เนื้อเยื่อชั้นกลาง (mesoderm)และเนื้อเยื่อชั้นใน (endoderm)

2.4.1 อวัยวะที่เปลี่ยนแปลงมาจากเนื้อเยื่อชั้นนอก 1) ผิวหนัง (skin) ขน (hair) ขนนก (feathers) เขา (horn) เล็บ (nail) เกล็ด(scale) กีบสัตว์ (hoof)

2) ส่วนของปลาได้แก่ ต่อมในปาก ส่วนที่คลุมลิ้นและริมฝีปาก เคลือบฟัน ต่อมใต้สมองส่วนหน้าและต่อมใต้สมองส่วนกลาง(ส่วนทั้งสองเปลี่ยนแปลงมาจากเยื่อบุช่องปาก)

3) ระบบประสาท ได้แก่ สมอง (brain) ไขสันหลัง (spinal cord) เส้นประสาทสมอง(cranial nerve) เส้นประสาทไขสันหลัง (spinal nerve) ระบบประสาทอัตโนมัติ ส่วนที่รับความรู้สึกของอวัยวะรับสัมผัส (sensory part of sensory organ) ต่อมหมวกไตส่วนเมดัลลา (medulla of adrenal gland) และต่อมใต้สมองส่วนท้าย (ส่วนทั้งสองนี้เปลี่ยนแปลงมาจากระบบประสาท)

2.4.2 อวัยวะที่เปลี่ยนแปลงมาจากเนื้อเยื่อชั้นกลาง

1) ระบบกล้ามเนื้อ ได้แก่ กล้ามเนื้อเรียบ (smooth muscle) กล้ามเนื้อลาย (striated muscle) กล้ามเนื้อหัวใจ (cardiac muscle)

2) โครงกระดูก ได้แก่ กระดูกอ่อน (cartilage) กระดูกแข็ง (bone) และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue)

3) ระบบขับถ่าย ได้แก่ ไต (kidneys) ท่อต่าง ๆในระบบขับถ่าย ได้แก่ ท่อรวม กรวยไต ท่อไต

4) ระบบสืบพันธุ์ ได้แก่ รังไข่ (ovary) อัณฑะ (testis) ท่อในระบบสืบพันธุ์ (ducts) และอวัยวะช่วยสืบพันธุ์อื่น ๆ (accessory sex organ) เช่นต่อมลูกหมาก ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ

5) ระบบหมุนเวียนโลหิต ได้แก่ หัวใจ (heart) เส้นเลือด(blood vessel) เลือด (blood) ม้าม (spleen) อวัยวะน้ำเหลือง (lymphatic organ) เนื้อเยื่อสร้างเลือด (blood-formings tissue)

2.4.2 อวัยวะที่เปลี่ยนแปลงมาจากเนื้อเยื่อชั้นใน

1) ระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คอหอย (pharynx) หลอดอาหาร(esophagus) กระเพาะอาหาร(stomach) ลำไส้ (intestine) ตับ (liver) ตับอ่อน (pancreas) สำหรับตับและตับอ่อนไม่ได้เป็นทางเดินอาหารแต่เป็นอวัยวะที่ช่วยในการย่อยอาหาร

2) ระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ กล่องเสียง (larynx) หลอดลมคอ (trachea) หลอดลม (bronchus) ปอด (lung) เหงือกของปลา

3) อื่น ๆ ได้แก่ หูส่วนกลาง(middle ear) ต่อมทอนซิล (tonsil) ต่อมไทรอยด์ (thyroid gland) ต่อมพาราไทรอยด์ (parathyroid gland) แอนแลนทอยส์ (allantois) กระเพาะปัสสาวะ (urethra) ถุงไข่แดง (yolk sac)

การเจริญระยะเอ็มบริโอของกบ

Egg Cleavage Morula

Blastula Glastrula

การเปลี่ยนแปลงในระยะแกสทรูลาของเอ็มบริโอกบ

การเจริญระยะเอ็มบริโอของไก่

เซลล์ของไข่ไก่คือส่วนที่เรียกว่าไข่แดงเท่านั้น ไข่ขาวและเปลือกไข่เป็นส่วนประกอบที่อยู่ภายนอกเซลล์อสุจิจะเข้าปฏิสนธิกับไข่ก่อนที่จะมีการไข่ขาวและเปลือกไข่มาหุ้มเซลล์ของไข่ไก่จะเต็มไปด้วยไข่แดง มีเพียงบริเวณเล็ก ๆ ใกล้ ๆผิวเซลล์เท่านั้นที่ไม่มีไข่แดงอยู  ส่วนเล็ก ๆนี้มีนิวเคลียสและไซโทพลาซึมอยู่ (germinal spot) ไข่แดงเป็นอาหารสะสมสำหรับเลี้ยงตัวอ่อนที่อยู่ในแวคิวโอลของเซลล์ (food vacuole) vacuole)เมื่ออสุจิเข้าปฏิสนธิกับนิวเคลียสของไข่ก็จะได้ไซโกตและคลีเวจทันที การแบ่งเซลล์นี้จะเกิดจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ จนได้เอ็มบริโอระยะมอรูลา บลาสทูราและแกสทรูลา ตามลำดับซึ่งจะทำให้จุดบนไข่แดงเกิดเป็นบริเวณกว้างขึ้น เรียกว่า germinal disc หรือ embryonic disc แกสทรูลาของเอ็มบริโอได้เริ่มด้วยการแยกชั้นของเซลล์ในระยะบลาสทูลาออกเป็น 2 ชั้น ชั้นบนเรียกว่า เอพิบลาสต์ (epiblast) ซึ่งจะเจริญเปลี่ยนแปลงไปเป็นเนื้อเยื่อชั้นนอก ส่วนชั้นล่าง (hypoblast) ซึ่งจะเจริญไปเป็นเนื้อเยื่อชั้นในช่องระหว่างชั้นทั้งสองเรียกว่า บลาสโทซีล (blastocoel) ระยะแกสทรูลาจะเกิดการเคลื่อนที่ของเซลล์ชั้นเอพิบลาสต์เข้าไปใน ช่องบลาสโทซีล ซึ่งจะเจริญพัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อชั้นกลางเนื้อเยื่อทั้ง 3 ชั้นจะเจริญไปเป็นอวัยวะต่างของไก่ นอกจากเจริญไปเป็นอวัยวะต่าง ๆแล้วยังเจริญไปเป็นโครงสร้างที่อยู่นอกเอ็มบริโอ (extraembryonic structure) 4 อย่างคือ ถุงไข่แดง (yolk sac) ถุงน้ำคร่ำ (amnion) คอเรียน (chorion) และแอลแลนทอยส์ (allantois) โครงสร้างเหล่านี้จำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตที่ออกลูกเป็นไข่

1. ถุงไข่แดง (yolk sac)………………….

2. แอนแลนทอยส์ (allantois)

3. ถุงน้ำคร่ำ (amnion) และคอเรียน (chorion)

4. 4. เปลือกไข่ (shell)

การเจริญเติบโตหลังระยะเอ็มบริโอของสัตว์

1. เมทามอร์โฟซิส (metamorphosis) คือ ........................................................................................

2. เมทามอร์โฟซิสของแมลง แบ่งออกเป็น 4 แบบคือ

a. ไม่มีเมทามอร์โฟซิส (without metamorphosisพบใน....

b. มีเมทามอร์โฟซิสแบบค่อยเป็นค่อยไป (gradual metamorphosis)พบใน………………………………..กตัวอ่อนระยะนี้ว่า นิมฟ์ (nymph)

c. มีเมทามอร์โฟซิสแบบไม่สมบูรณ์ (incomplete metamorphosis)

พบใน………………………………..กตัวอ่อนระยะนี้ว่า ไนแอด (naiad)

d. มีเมทามอร์โฟซิสแบบสมบูรณ์ (complete metamorphosis)

เปลี่ยนแปลงรูปร่างของร่างกาย เป็น 4 ขั้นตอนด้วยกัน

1

2

3

4

Embryo หมายถึง……………………………………………………………………………

Fetus หรือทารก……………………………………………………………………

Concepter หมายถึง embryo ที่เรียกรวมกับ fetal membrane

Trimester หมายถึงระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งทางการแพทย์จะแบ่งการตั้งครรภ์ออกเป็น 3 trimester ( 9 เดือน) และ trimester แรกจะเป็นช่วงสำคัญที่สุด (critical peroid)

Abortion หรือการแท้ง หมายถึงการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ก่อนสัปดาห์ที่ 20 ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดในช่วง 3 สัปดาห์แรก

Ectopic (extra – uterine) pregnancy เป็นการตั้งครรภ์ที่ blastocyst ฝังตัวอยู่ภายนอกโพรงมดลูก เช่น ฝังตัวที่ท่อนำไข่ (tubal pregnancy

1. การปฏิสนธิและการฝังตัว

การตั้งครรภ์นั้นเป็นคำรวมของ การปฏิสนธิ (fertilization) การฝังตัว (implantation) การพัฒนาของตัวอ่อน (embryonic development) และการเจริญของทารก (fetal growth) รวมทั้งการปฏิสนธิภายในหลอดแก้ว ฮอร์โมนระหว่างการตั้งครรภ์ และการวินิจฉัยหาความผิดปกติต่างๆ

1.1 ฮอร์โมนระหว่างการตั้งครรภ์

1.1.1 Human chorioinic gonadotropic (hCG) ใช้เป็นตัวทดสอบการตั้งครรภ์ สร้างจาก syncytiotrophoblast ของรกเข้าสู่กระแสเลือดแม่และถูกขับออกมาในปัสสาวะ มีปริมาณสูงสุดในช่วง 2 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ hCG จะยับยั้งการสลายตัวของ corpus luteum และกระตุ้นการผลิต progesterone

1.1.2 Human chorioinic somatomammotropin (hCS) หรือ Human placental lactogen (hPL) สร้างจาก chorion มีระดับสูงสุดก่อนคลอด hCS มีบทบาทในการพัฒนาของเต้านมเพื่อผลิตน้ำนม และเมตาบอลิซึมของอาหาร

1.1.3 Relaxin สร้างจากรกและรังไข่ มีผลต่อการขยายเชิงกรานระหว่างการตั้งครรภ์ และลดการบีบตัวของมดลูก

1.1.4 Inhibin สร้างจากรังไข่ และอัณฑะ มีผลยับยั้งการหลัง FSH