อนุทิน #93591

ทบทวนการทำงานจิตอาสาด้านการประสานงานกับครูชาวต่างประเทศที่ผ่านมา ตั้งแต่การได้รับความร่วมมือจากการมาช่วยสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนจนถึงวันนี้ ได้พัฒนาเด็กน้อยรุ่นแล้วรุ่นเล่า ด้วยระยะเวลาการเดินทางที่ค่อนข้างยาวนานทีเดียว และผลรับคือเด็กมีทัศนคติดีต่อการเรียนรู้โลกกว้าง และสามารถนำพาตัวเองให้ต่อยอดการเรียนรู้ภาษาด้วยวิธีการต่างๆที่พวกเขาได้รับประสบการณ์ สิ่งที่ปรากฏชัดเจนคือทัศนคติที่เปลี่ยนไปในเชิงสร้างสรรค์ และใจกว้างยอมรับที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยความยินดี เรียกว่ามีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษา ประการที่สอง ผลการสอบNTภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นป.6 ก็น่ายินดียิ่ง  แนวทางการจัดการเรียนการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร และการเอานำจิตอาสาเจ้าของภาษามาร่วมจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียนโดยไม่ใช้งบใดๆของทางราชการ ก็ส่งผลให้การทำงานมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (3)

ภายหลังจากทำกิจกรรม แล้ว เหลือแนวทางอะไรไว้ให้ทำต่อ หรือคนอยากจะทำ ได้เห็นช่องทางทำต่อไหมหนอ????

ขออภัยที่คำถามมาเร็วไป...เพื่อนเราผู้หนึ่งอยากพัฒนาแนวคิดในการสอนภาษาอังกฤษ แก่เด็ก ๆ มาก..เราเองเคยทำสื่อสอนภาษาอังกฤษ เป็นวิดิทัศน์ ความยาว ๓๐ นาที เพื่อแนะนำครูผู้สอนภาษาอังกฤษว่า ควรทำอย่างไร เมื่อไร กับเด็กวัยไหน.. แม้จะพบว่า กระบวนการเรียนการสอนเปลี่ยนไป สนุกสนาน แต่ก็พบเช่นกันว่า ปัญหาใหญ่คือ ปริมาณงานจะเพิ่มขึ้น จนผู้สอนหลาย ๆ คนหมดกำลังใจ..

ยินดีค่ะคุณเติมฝัน ให้ฝน

ไม่บ่อยนักที่เราจะพบว่าสายฝนนั้นปลุกความคิดให้ผู้คนได้เดินทางไปสู่ความฝันดั่งตั้งใจ

การเติมฝันให้ฝนจึงเป็นเรื่องใหม่ที่โชคดีได้เห็นลายอักษร ที่บ่งบอกถึงความคิดก้าวไกล

แฝงความกระตือรือร้นไว้อย่างเป็นระบบ ยิ่งสอนมาก ยิ่งมีประสบการณ์มาก คำถามมาเร็ว

ก็ไปเร็วตามสัจธรรมค่ะ

สื่อวิดีทัศน์น่าสนใจ ตื่นเต้น น่าจับต้องหากมีจังหวะให้ได้จับได้สัมผัสองค์ความรู้ที่สื่อนั้น

ถ่ายทอดออกมาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ ลักษณะใดก็ตามและไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ...

เพียงแต่ธรรมชาติของเด็กนั้นจะตื่นเต้น และประทับใจ และจดจำ

ไปนาน ขึ้นอยู่กับว่าผู้สอนมีวัตถุประสงค์อะไร เพียงไร และอย่างไร

ใช่สื่อได้เหมาะเจาะกับเวลา ผู้เรียน ตัวผู้สอนเอง และสถานการณ์

อีกทั้งการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารนั้น จะเกิดผลดีที่สุดหากผู้เรียนและผู้สอน

ได้สื่อสารกันอย่างเป็นธรรมชาติมิใช่หรือ.."2 ทางไปกลับทันใจรู้เร็ว ตอบสนองเร็ว"

อีกทั้งการจัดทำสื่อก็เพื่อช่วยให้การสอนนั้นๆมีคุณค่า

และประสบผลตามที่คาดหวังไว้เร็วขึ้น

ด้วยความเชื่อมั่นว่าสื่อจะนำพาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไปสู่ความสำเร็จนั่นเอง

คุณค่าของสื่อจึงน่าจะอยู่ที่การนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม

เพราะสื่อทุกสื่อย่อมมีคุณค่าในตัวของมันเองอยู่แล้ว

ขอเพียงผู้ใช้ ผู้ผลิตสื่อ มีความรัก และความเข้าใจในความรู้หรือประสบการณ์ที่ต้องการ

นำเสนอ   ผู้ใช้สื่อจึงน่าจะได้ศึกษา และมั่นใจในคุณค่าของสื่อนั้นๆ

อีกทั้งจำเป็นที่จะได้ทดลองใช้ก่อนนำไปใช้จริง ..

รวมทั้งให้ความยุติธรรมกับผลรับที่เกิดขึ้นจากการใช้สื่อ อย่างแท้จริง

อีกทั้งยังเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่ผู้ผลิตจะได้สนุกกับผลงานที่สร้างขึ้น

ผู้ผลิตไม่ใช่ผู้สอน จึงต้องให้เวลากับการทดลองการใช้สื่อที่ผลิตนั้นมากๆ

บางทีสิ่งที่เราเห็นว่าดีที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่บริโภคต้องการก็ได้นะคะ

ขอบคุณที่แวะมาแลกเปลี่ยน และมอบทัศนะที่ดีให้เกิดมุมคิดดีๆต่อไป

 ขอบคุณค่ะ