อนุทิน #8506

ตื่นขึ้นมาแต่เช้า  ทบทวนจิตตัวเองว่าจะบันทึกดีไหมนะ

แต่เอาเถอะ  เผื่อบางทีอาจจะคลายความคับข้องใจไปได้บ้าง  เพราะที่นี่คือเพื่อนเรา  ขอนะ

  1. ทำไมหลายมหาวิทยาลัย  ต้องรับนิสิตพิการโดยไม่มีการสอบเข้าหรือผลทดสอบทางวิชาการ ( แค่โควต้าคนพิการ  เราก็ยังพอเข้าใจเหตุผลนะ ) แข่งขันคนพิการด้วยกันยังไม่แข่งแล้วจะ แข่งขันคนทั่วไปในสังคมได้หรือ
  2. ทำไมหลายมหาวิทยาลัย บอกว่าในการเรียนการสอนของตนมี เกณฑ์ประเมิณผลพิเศษให้กับเด็กพิการ แบบนี้ก็เป็น double standard สิ จบออกไปแล้วจะให้สังคมชั้นสองกับเขาเหมือนเดิมหรือ

ทั้งสองข้อนี้ เราในฐานะ DSS turn Pro ( DSS Professional Development program Phase I) รู้สึกไม่ดีเอามากๆเลย  ถ้าอะไรๆก็พิเศษแบบนี้จะให้สังคมยอมรับปริญญาตรีที่ได้ของคนพิการได้อย่างไร  ถ้าสถานประกอบการหรือผู้ใช้บัณฑิต ที่เปิดโอกาสรับคนพิการเข้าไปทำงานแล้ว  พบว่าคนพิการนั้นๆไม่สามารถทำงานได้ตามความสามารถที่ควรจะเป็นตามคุณวุฒิ  เขาจะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับการจ้างงานคนพิการ  แล้วจะหวังให้เขาอยากจ้างคนพิการด้วยเงินเดือนตามวุฒิหรือ  การได้งานของคนพิการรุ่นต่อๆไปหละ 

รู้สึกไม่ดีเลย ขนาดผู้เข้าร่วมอบรมฯครั้งนี้ สกอ.(เจ้าของทุน) เลือกมาจากมหาวิทยาลัยที่ทำงาน DSS มาแล้ว

เอ..หรือเราเข้าใจงาน DSS มาผิด 

DSS

  • ไม่ใช่หน่วยงานที่สนับสนุนให้เด็กพิการสมารถเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษาอย่างทัดเทียมคนทั่วไปหรือ 
  • การมี DSS เป็นบริการเพื่อช่วยให้เด็กพิการสมารถสำเร็จปริญญาตรีใน standard เดียวกับคนทั่วไป มีศักดิ์ศรีและความสามารถเหมือนเพื่อนๆคนอื่นๆที่จบปริญญาตรีสาขาเดียวกันไม่ใช่หรือ
  • ส่งเสริมให้เด็กพิการที่สำเร็จปริญญาได้ทำงานตามความสามารถของตนและได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม
  • Fair and Eqal are not the same
  • DSS ต้องหาวิธีหรือแนวทางให้คนพิการอยู่ในสังคมเดียวกัน  มีโลกใบเดียวกันกับคนทั่วไปทุกคนไม่ใช่หรือ

Fairness

  • DSS ไม่ได้อยากให้รถเมล์ทุกคันต้องทำราวให้คนตัวไม่สูง จับใช่ไหม  DSS ต้องพยายามให้เขาได้จับราวเดียวกับคนอื่นๆไม่ใช่หรอ 

เฮ้อ...ถ้าหลายๆมหาวิทยาลัยยังทำแบบที่ว่า 2 ข้อนั้น  เรากลัวว่า สังคมไทยจะมีบัณฑิตพิการตกงานมากขึ้น  ต่างกันที่ว่า  คนทั่วไปตกงานนั้น  ยังทำอย่างอื่นได้  และรัฐก็ไม่ได้ใช้ทุนในการสนับสนุนมาก  เด็กพิการแต่ละคนกว่าจะจบปริญญาตรีได้ รัฐสนับสนุนมากกว่า  ไหนจะ NGOs และครอบครัว  รวมถึงตัวตนของเด็กพิการเอง  ช่างเป็นการสูญเปล่าทางการศึกษาที่น่ากลัวเหลือเกิน

อาจารย์ฝรั่งยังบอกว่า  ที่อเมริกาจะมี assitive technology สื่อ  สิ่งอำนวยความสะดวก  หรือการช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาสำหรับเด็กพิการ  แต่เขาก็ไม่ได้มี double standard ให้เด็กพิการเลย  เกณฑ์การได้คะแนนการสำเร็จการศึกษาเหมือนคนทั่วไป 

นั่นไงอย่าแปลกใจว่าทำไมคนพิการเมืองนอกถึงเก่ง  เพราะ DSS เขาทำงานคนละแบบกับบางมหาวิทยาลัยไง  เฮ้อ...

หวังว่า  เราจะไม่ใช่คนเข้าใจผิดเรื่อง บทบาทและการทำงานของ DSS นะคะพี่น้องงงงงงงงง ครับ

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)