อนุทิน #36141

เมื่อวันที่ 2-11 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปเจรจาความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มีข้อสรุปที่น่าสนใจ ดังนี้

๑. วงการการศึกษาของประเทศจีน เริ่มหันมาสนใจผลิตครูสาขาปฐมวัยมากขึ้น เพราะคนจีนเริ่มให้ความสำคัญกับการส่งลูกเข้าเรียนอนุบาลกันมากขึ้น

๒. สาเหตุสำคัญที่คนจีนสนใจส่งลูกเข้าเรียนอนุบาลมากขึ้นเพราะ สภาพวิถีชีวิตเริ่มเดินทางเข้าสู่ชีวิตที่ต้องทำงาน บางครอบครัวที่อพยพไปทำงานต่างมณฑล ไม่มี ปู่ ย่า ตา ยาย ช่วยเลี้ยงหลาน ต้องส่งลูกเข้าสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือโรงเรียนอนุบาลมากขึ้น

๓. ค่าเล่าเรียนอนุบาล แพงพอ ๆ กับค่าเล่าเรียนของมหาวิทยาลัย

๔. ด้วยเหตุค่าเล่าเรียนที่แพง ทำให้คนเรียนสาขาปฐมวัย จึงมีโอกาสมากขึ้นในการประกอบอาชีพ เช่น การเป็นครูมืออาชีพ หรือการตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กเสียเอง

๕. ปี 2009 นี้ คาดหมายว่า มหาวิทยาลัยในประเทศจีน จะสามารถรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้าเรียนได้เพียงไม่เกิน ร้อยละ ๖๐ เท่านั้น ที่เหลือจะต้องดิ้นรนไปเรียนต่างประเทศ

๖. มหาวิทยาลัยในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย จะเป็นเป้าหมายต้น ๆ ที่นักเรียนจีนสนใจไปเรียนมากที่สุด

๗. ประเทศไทย ก็ไปแห่งหนึ่งที่นักเรียนจีนระดับกลางถึงล่าง สนใจมาเรียน มหาวิทยาลัยบูรพา จะเป็นที่รู้จักค่อนข้างมากในหมู่คนจีน "ตงฟานต้าเฉีย"

๘. ปัจจุบันมหาวิทยาลัยบูรพา มีนิสิตจีนประมาณ ๖๐๐ คนเศษ และคาดว่าในปีการศึกษา ๒๐๐๙ จะมีนิสิตจีนเข้ามาเรียนอีกประมาณ กว่า ๑๐๐ คน

๙. นโยบาย "One Child One Family" ของจีน ส่งผลกระทบในเชิง รูปแบบการเลี้ยงดูของเด็กจีนและส่งผลต่อพฤติกรรม การแสดงออกและสภาพจิตใจของเยาวชนจีนอย่างชัดเจน เช่น การถูกตามใจจาก ทั้ง ปู่ ย่า ตา ยาย แบบ ๔ รุม ๑ ทำให้โตขึ้นจะไม่ค่อยสู้ชีวิตเหมือนคนจีนรุ่นเก่าอีกต่อไป เด็กจีนรุ่นใหม่ รับวัฒนธรรมตะวันตกเร็วและมาก

๑๐. สภาพการหางานทำและการดำเนินชีวิตในประเทศจีน มีสภาพการแข่งขันสูงมาก

๑๑.ปัจจุบัน ประชากรชาย มีมากกว่า ประชากรหญิง เพราะส่วนหนึ่ง คนจีนชอบที่จะมีลูกชายมากกว่าลูกผู้หญิง

เขียน:

ความเห็น (0)