อนุทิน #33322

บทเรียนจาก "หัวโขน" (3-11) @ 243907 โดย คนไม่มีราก

พุทธองค์ ตรัสว่า อตฺตา หเวชิตํ เสยฺโย ขุ.ธ. ๒๕/๒๙ แปลว่า ชนะอัตตานั่นแหละดี. ซึ่งดูจะค้านกับที่พุทธองค์ตรัสว่า อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ แปลว่า ให้เรารู้จักมีอัตตาเป็นที่พึ่ง/เรามี่ที่พึ่งคืออัตตา (ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน) ขุ. ธ. ๒๕/๓๖, ๖๖. จริงๆ แล้ว อัตตา เป็น ของกลางๆ ไม่ดี ไม่ชั่ว เป็น อัพพยากตาธรรมา (ธรรมที่ไม่ขาว ไม่ดำ ไม่ดีไม่ชั่ว แต่ที่ดีที่ชั่วเพราะการคิด และนำไปใช้) อัตตา ที่ควรละก็คือ อกุศลาธรรมา (ธรรมคืออัตตา ที่ทำแล้วเป็นสิ่ง อกุศล) อัตตา ที่ควรยึดไว้เป็นที่พึ่งก็คือ กุศลาธรรมา (ธรรมคืออัตตา ที่ทำแล้วเป็นสิ่ง กุศล)

พุทธองค์ตรัสว่า สพฺพปาปสฺสะ อกรณํ ให้ละชั่ว (not to do evil) คือละอัตตา ฝ่าย อกุศลาธรรมา

กุสลสฺสูปสมฺปทา ให้ทำดียิ่งๆ ขึ้นอีก (to increase good) คือ ให้ยึดอัตตาฝ่ายกุศลเป็นที่พึ่ง และทำให้อัตตาฝ่ายกุศลเพิ่มยิ่งๆ ขึ้น

สจิตตะ ปริโยทปนํ ทำใจให้บริสุทธิ์ (to purify the mind) คือเมื่อทำอัตตาฝ่ายกุศล ให้เพิ่มยิ่งๆ ขึ้นจนถึงระดับหนึ่งแล้ว ก็ยังไม่ควรยึดมั่นถือมั่นอัตตาฝ่ายกุศล และฝ่าย อกุศล นั้นๆ (สภาวะที่ไม่มีอัตตาคือ อนัตตา/สุญญตา/ไม่ยึดติดในความดี ความชั่ว) การยึดติดในความดีที่เป็นอัตตา ก็เช่น ทำบุญทำกุศล เพื่อหวังเป็นโน่น เป็นนี่ เกิดภพโน้นภพนี้ ทำบุญเพื่อหวังเอาหน้า การยึดติดอัตตาฝ่ายดี ลักษณะนี้ คือลักษณะของจิตที่ยังข้อง ด้วย อิฏฐารมณ์ ซึ่งเป็นของคู่กับ อนิฏฐารมณ์

อิฎฐารมณ์ 4 +อนิฏฐารมณ์ 4=โลกธรรม 8 (1)
 

การทำดีแล้วจิตใจยังขุ่นมัว(คือไม่บริสุทธิ์ใจ) ข้องอยู่ด้วย อิฏฐารมณ์  (ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ) แสดงว่ายังมีอัตตาอยู่ และไม่ใช่เป้าหมายของพุทธศาสนาที่สอนให้ละ ตัวกูของกู (ตัวมึงของมึง)


เชิงอรรถ

(1) คำศัพท์ อิฎฐารมณ์ 4  (ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ) + อนิฏฐารมณ์ 4 (เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ทุกข์ นินทา) = โลกธรรม 8 อ่านเจอใน หนังสือจรรยาแพทย์ ของ เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (ม.ร.ว. เปีย มาลากุล) ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ.2450 ได้ทรงตั้ง โรงเรียนราชแพทยาลัย เป็นครั้งแรก ในครั้งนั้นทางโรงเรียนราชแพทยาลัย ได้เชิญให้ พระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี เป็นผู้ lecture วิชาจรรยาแก่นักเรียนแพทย์ในสมัยนั้น

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)