อนุทิน #32139

       รับราชการมานานไม่เคยรู้จักคำว่า "สองขั้น"  คงเป็นเพราะ  "กรรม"  ซึ่งหมายถึงการกระทำของเราเอง  การเป็นคนชอบแสดงความคิดเห็น บางครั้งก็ตรงเกินไป  จริงจัง  จริงใจแต่ไม่ถูกใจนาย  พออายุมากขึ้น  ใช้ธรรมะช่วยกล่อมเกลาจิตใจ  มองเห็นอะไร ๆ อย่างเข้าใจ มีเหตุผลมากขึ้น  ทำงานเพื่อโรงเรียนมากขึ้น  สี่ปีหลังติดต่อกันจึงเพิ่งจะได้  "ขั้นครึ่ง" กับเขาบ้าง  แต่ก็ไม่ท้อนะ  ภูมิใจที่เรายังเป็นคนมีคุณค่า  มีคุณค่าตรงที่ได้ทำงานเพื่อส่วนรวมไงล่ะ !  เราทำงานอะไรบ้างน่ะหรือ ? ที่ได้  ครึ่งขั้นติดต่อกันสี่ปีน่ะ  ก็มี  งานทางวิชาการคือ หัวหน้ากลุ่มสาระ ฯ, หัวหน้างานวัดผลประเมินผล ต่อมาเปลี่ยนหน้าที่เป็นหัวหน้างานพัฒนาวิชาการ ต่อมาเปลี่ยนอีกเป็นหัวหน้างานบริหารหลักสูตร  และงานวิชาการอื่น ๆ แล้วแต่วาระโอกาส  นอกจากงานวิชาการแล้วก็มีงานในกล่มงานอื่นอีก  เช่น  งานจัดทำข้อมูลสารสนเทศ Obec ทั้งหลาย  งานจัดทำระบบทะเบียนทรัพย์สิน (ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพัสดุ - ครุภัณฑ์ทั้งหลาย) แล้วยังงานตามโครงการที่ต้องรับผิดชอบอีก ซึ่งเป็นงานที่ต้องติดตามผลเป็นประจำทุกเดือน  เยอะไหมเนี่ย..  คงไม่เท่าไหร่หรอกเนอะ ในสายตาผู้บริหาร (เพราะเราไม่ใช่บุคคลในสายตาท่าน) แต่ก็อย่างว่าแหละ ยังไง ๆ เราก็ภูมิใจที่เราเป็นคนมีคุณค่าน่ะ  ยิ่งในระยะสามปีหลังนี้ระเห็จขึ้นไปสอนสายชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3 ( หลังจากที่..เดิมทีสอนสายชั้น ม.1-2 แล้วถูกอัปเปหิลงไปสอนชั้น ป.5-6 อยู่ประมาณ 5 ปี) ขึ้นมาสอน ม.3 ปีแรก ผลคะแนนสอบ NT.เป็นอันดับสามของ สพท.นม.4 ปีต่อมาก็ยังอย่ในระดับ top ten อยู่ และยังเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มโรงเรียน แต่ที่ภูมิใจมากที่สุดคือ  สามารถกล่อมเกลาจิตใจเด็กนักเรียนจากเกเร หนีเรียน พฤติกรรมในทางลบ ให้มีพฤติกรรมในทางบวกมากขึ้นกว่าเดิม เด็กนักเรียนทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมซึ่งมาจากใจมิใช่ถูกบังคับจากครู นักเรียนรัก เคารพ เชื่อฟัง ไม่ก้าวร้าว

     คิดว่า  อานิสงส์ของการทำความดีมีจริง  เพราะเมื่อส่งผลงานทางวิชาการได้กลับมาแก้ไข/ปรับปรุง (ไม่ถูกปรับให้ตกก็นับว่าบุญแล้ว)

เขียน:

ความเห็น (0)