อนุทิน #31191

ภาพเมื่อวันวาน กับภาพในอดีตที่งดงาม

งานเลี้ยงของสพท.เมื่อคืน มีภาพครูเกิดขึ้นในใจมากมายเป็นภาพวันวาน 16 มกราคม 2552 ที่ยากที่จะเอ่ย แต่ก็ดีมากๆ ที่ครูไม่ต้องเสียเงินซื้อรอบรำวง  ........คิดตรงนี้เหรอ..เปล่าคิดไกลกว่านั้นเยอะ บอกไปก็ไม่เข้าใจหรอก  ครูๆทั้งหลาย เกือบทั้งจังหวัด ขึ้นไปรำวงกันแบบอิสระ ไม่ต้องเสียค่ารำวงดังที่คิด ยกเว้นครูบางกลุ่มรวมทั้งฉันและครอบครัว ขอเป็นฝ่ายนั่งดู....นานๆเห็นครูมีความสุข ก็ดีค่ะ ทุกข์กันมานานแล้ว 1 ปีได้ปล่อยอะไรๆ.... ออกเสียบ้างคงดีขึ้น อย่างน้อย ...อะไรๆในตัวก็จางลง แล้วเริ่มต้นกันใหม่  หันหาหลักธรรม ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบในทางธรรม เจริญธรรม เพื่อความสงบสุขในบั้นปลาย และหรือเพื่อวันหน้า ที่ไม่ต้องทุรนทุราย เสียดายเวลาที่ผ่านไป ๆ ฉันอยากให้ทางสพท.จัดกิจกรรมล้างใจ ล้างจิต เอาครูร่วมทำกิจกรรมสาธารณะ คงเป็นภาพที่น่ารักมากกว่า  และฉันอยากให้ครูรวมตัวกันปฏิบัติธรรม ออกธุดงควัตร สัก 3วัน 4 วัน ก็ยังดีนะ ทำบุญด้วยใจเป็นสมาธิ นี่มันสุขสงบดี ครูจะได้มีโอกาสพิจารณาเหตุการณ์ต่างๆที่เข้ามาในชีวิต บางทีอะไรๆ มันจะดีขึ้น อยากให้ลองกันก่อน

กิเลส และตัณหาในมนุษย์นี่ยากจะตัดรอนจริงๆ เราสังเกตความสนุกที่ถูกปลดปล่อยออกมา เหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่ง ผู้ได้ชื่อว่าเป็นปูชนียบุคคล เป็นพ่อพระ แม่พระ หลายคนมองข้าม นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้ร่วมงานแบบนี้ ครั้งแรกที่นครศรีธรรมราช ที่ฉันต้องตามพ่อไปอยู๋เวรที่บรเวณใกล้ๆเวทีรำวง ฉันดูพ่อเย็บแผลให้พวกที่เขารำกัน แล้วก็ต่อยกัน แย่งนางรำวงกัน เวลานั้น ฉันไม่คิดอะไร ไม่เข้าใจต่อกิเลศคน ฉันเห็นแต่เลือด และนั่งดูเฉยๆ พ่อหันมากำชับว่า อย่าไปไหนนะ พ่อทำงานก่อน เดี๋ยวจะพาไปนั่งชิงช้า สมัยก่อนมีรถจิ๊ปที่มีประทุนเป็นผ้าใบสีกากีให้พ่อใช้เป็นพาหนะ พ่อไปอยู่เวรรักษาผู้บาดเจ็บในงานเดือนสิบ ตลกมากเลย พ่อฉัน พ่อบอกว่า คนก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้าไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่สอน วันหนึ่งก็จะเป็นแบบนี้  ฉันไม่เข้าใจหรอก แต่รูสึกกลัวขึ้นมาถ้าไม่เชื่อคำพ่อแม่ กลัวทุกข์ที่จะเกิดขึ้น

ณ เวลานี้ ผ่านพ้นไปนานมาก คำสอนของพ่อแม่ก็ยังอยู่ในหัวใจของฉัน  ฉันจึงค่อนข้างจะทำตัวลำบากมาก พอๆ กับลำบากใจ และรู้สึกอึดอัดมาก ถ้าไม่มองให้เป็นเรื่องตลก ขำๆ เมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ ที่ฉันถูกปลูกฝังว่าไม่ดี  แต่ต่างวาระกัน ฉันเริ่มเข้าใจบ้างแล้วถึงเหตุแห่งความเสื่อมที่หลายคนบอกว่า มัน..มันดี  มันสนุกดี แต่ไม่มีสาระสำหรับฉัน ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่า ผีรำวงเป็นอย่างไร

เมื่อด็กๆ ฉันได้ยินพ่อสอนพี่ชายว่า อย่าเข้าไปดูนะ เดี๋ยวผีรำวงมันจะเข้าสิง พ่อพาพวกเราไปดูพ่อทำงาน ทั้งเย็บแผลที่ตีกัน  ทั้งปาดผ่ากระสุนที่โดนกันมาจากเวทีรำวง  ขาดอย่างเดียวที่พ่อไม่ให้ฉันเห็นก็คือ สนามการสู้รบ ระหว่างผู้ก่อการร้ายกับเจ้าหน้าที่ สิ่งที่ฉันชอบช่วยพ่อเวลามีบาดแผลคือ ต้มน้ำ ต้มเครื่องมือผ่าตัด เก็บสำลีใช้แล้ว ช่วยพ่อเย็บแผลผ่าตัดเล็กๆ น้อยๆ เช่นแผลฝี ยัดหมุดลงไป ดึงผ้าก๊อด

ออกมา ชะแผลฝีหนอง ล้างแผล ตัดไหม เย็บแผลแก้วบาด กระป๋องกาแฟบาดเท้า สิ่งเหล่านี้ฉันทำตั้งแต่เด็กๆ ฉันทำได้คล่องทีเดียวรวมทั้งการออกหน่อยแพทย์เคลื่อนที่ ที่พ่อฉันต้องออกบ่อยมาก แต่ไม่มีคนช่วย สมัยนั้น หมอ พยาบาล มีน้อยมาก ฉันชอบช่วยพ่อและน้าพยาบาล เช็ดแอลกอฮอล์ ก่อนฉีดวัคซีน    เอ..ฉันจะเล่าเรื่องวันครู เวทีรำวง ไงมาออกเรื่องพ่อฉันได้ เดี๋ยวขอตั้งต้นใหม่ก่อน มันพันไปได้อย่างไร...เขาเรียกจุดยืนไม่ชัดเจน ไม่แน่นอน นึกอะไรได้ก็ไปเรื่อยเปื่อย แต่การนึกเช่นนี้ ก็มีส่วนดี นะ เพราะมันช่วยให้จิตเราไปปักอยู๋กับสิ่งที่ใจเราเริ่มคิดแอนตี้แล้ว นั่น..เข้าข้างตัวเองอีกตามเคย อิอิ

เขียน:

ความเห็น (0)