อนุทิน #29565

ลูกคือโซ่ทอง คล้องใคร??? @  231183

อัศนี พลจันทร (นายผี)
 ได้แสดงทรรศนะ เกี่ยวกับ การผูก เอาไว้ใน กวีนิพนธ์เรื่องความเปลี่ยนแปลง ความว่า การผูก (ใจ+กาย) ช้าง ก็โดยการใช้เชือกหนังในการผูก การผูก (ใจ) งู ก็ด้วยการใช้ปี่เป่าสะกด ส่วน การผูกใจคน นั้น ก็ด้วยการใช้ ไมตรี (+ความดี +ความจริงใจ ฯลฯ ในการผูก)  ดังนั้น กษัตริย์เขมร ในสมัยก่อน ยึดเมือง ราชพรี (ราชบุรี) ได้แล้วแต่ชาวเมืองหาได้สวามิภักดิ์ไม่ ท่านจึงคิดอุบาย ที่จะผูกใจ ชาวเมืองราชพรีโดยการสร้างพระธาตุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ขึ้นที่เมืองราชพรี (และคงจะพยายามกล่อมเกลาประชาชนว่า กษัตริย์คือ สมมติเทพ และเป็นพระโพธิสัตว์ ที่มาเสวยพระชาติ สมควรแก่การกราบไหว้) ยานี 11 บรรยายความไว้ดังนี้

พระริบ เอาราชพรี                      คือบุรี อันเรืองไร
จักริบหัวใจ ใจ-                          ก็ประจักษ์ บ่จำนน
เรือนใจใช่เรือนจำ                       ถลุงทำ ยังทานทน
เชือดร่อย สักร้อยหน                   ก็ยังเหิน ยังหาวหาย
ผูกช้าง เอาเชือกหนัง-                ย่อมรึงรั้ง บ่คลาคลาย
ผูกงู ให้งมงาย                           เอาปี่เป่า ประนังนันท์
ผูกใจก็ด้วยจิต-                          อันก่อมิตร เสมอกัน
กดขี่ และตีรัน-                           ซ้ำขูดรีดย่อมร้าวฉาน
เพื่อที่สมเด็จท้าว                        จะโน้มน้าว ในดวง    (โน้มน้าวดวงมาน ชาวราชพรี/ราชบุรี)
ปลูกปรางค์ ประจุสาร-                 ะธาตุพุทธ ที่เหลือเผา
เพื่อชน ผชุมชน                         ชเยศท้าวและเทียมเทา
บา* บุญ ใช่บางเบา                    ให้บัดทาส ถวายกร (2)    (ครู=บา หรือ บาบุญ=บ้าบุญ)

จะเห็นได้ว่า การผูกใจคน ตามทรรศนะของนายผี นั้นก็ด้วยการใช้ มิตรภาพ+ความดี ในการผูกนั่นเอง และที่เข้าใจกันแบบผิดๆ ว่าลูก คือโซ่ทองคล้องใจ (สามีภริยา) นั้น ก็จึงไม่ใช่ตรรกะ ที่ถูกต้องนัก ยกตัวอย่างเช่นหากผู้เป็น ภริยา  ไม่มีมิตรภาพ ให้แก่สามี หรือไม่มีความดีให้สามีเห็น ถึงจะมีโซ่ สัก 10 เส้น (มีลูกสัก 10 คน) สามีก็คงไม่อยากอยู่ด้วย กระมัง (แต่ถ้าทำแล้วสามีไม่เห็น ก็ถือว่า เขาตาบอดก็แล้วกัน)

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)