อนุทิน #28048

เมื่อวานโทรหาเจ้าเบิร์ดรุ่นน้อง เจ้าเบิร์ดโดนย้ายไปอยู่ฝ่ายยุทธการ ของ ปปส. เลยโทรประชุมสายคุยกับไอ้ คุ(ณากร) เพื่อนที่เป็นอาจารย์สอนรัฐศาสตร์ คุยกันเพราะไอ้คุ ก็จบโทมาจาก มช. และเจ้าเบิร์ดก็เรียนโท รัฐศาสตร์ที่ มช. คุยกะไอ้เจ้าเบิร์ดแล้วอยากทำงานสายปกครอง สายความมั่นคงเพราะได้สิทธิซื้อปืน ในราคาถูก มากๆ   ปืนกล๊อก 17 (Glock 17) กระบอกละเกือบๆ แสน ก็ซื้อได้ในราคาครึ่งเดี่ยว  3 คน คุยกันเรื่องการเมืองนานชั่วโมงกว่า เจ้าเบิร์ด เล่าว่าในวันที่นายกสมชายแถลงการณ์ที่เชียงใหม่ การ์ด นปก. ตั้งด่านตรวจค้นเจ้าหน้าที่ เจ้าเบิร์ดบ่นนิดนึงว่า เจ้าหน้าที่ ปปส. จะตั้งด่านยังต้องเอากฎหมายข้อโน้นข้อนี้มาอ้าง แต่พวก นปก. ซึ่งเป็นพลเรือนมาตั้งด่านตรวจค้นเจ้าหน้าที่ ก็ตลกดี แต่วันนั้นโชคดีที่ไม่ได้พกปืนไป ไม่งั้นคงเกิดความรุนแรงได้ แต่สุดท้ายไอ้เจ้าเบิร์ด ก็บอกว่าผมก็ไปฟัง นปก. ที่เชียงใหม่เขาปราศัยนะพี่ เพราะเริ่มไม่เห็นด้วยกะการปิดสนามบินฯ แต่ก็ไม่ได้เข้าข้างใครเรียนรัฐศาสตร์ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจการเมืองโดยต้องเลือกฟังหลายๆ ฝ่าย พูดถึงเรื่องนายกสมชาย ต่อเจ้าเบิร์ดเล่าว่าวันที่ นายกแถลงการณ์ที่เชียงใหม่ จริงๆ แล้วนายกตั้งใจจะแถลงการณ์ลาออก แต่เบื้องบนท่านทัดทานไว้ (ไอ้นี้ก็ยังเชื่อไม่ได้ แม้แหล่งข่าวจะดูน่าเชือถือ) นายเบิร์ด เล่าต่อว่าการรัฐประหารนั้นไม่ใช่ มีแต่ทหารฝ่ายที่นิยมพันธมิตรจะกระทำรัฐประหาร ฝ่ายรัฐบาลก็สามารถกระทำการรัฐประหารตัวเองก็ได้ หากเกิดการรัฐประหารโดยฝ่ายรัฐบาล กฎหมายต่างๆ ก็จะอยู่ภายใต้ กฎหมายของคณะรัฐประหาร คดีความต่างๆ ก็จะถูกระงับยับยั้งได้ กฎหมายนิรโทษกรรมก็จะถูกนำมาใช้ ก็เลยถามเจ้าเบิร์ดว่า พี่ว่า ทั้งสองฝ่ายคงดูเชิงกันอยู่ เพราะไม่ว่าข้างไหนจะกระทำรัฐประหาร ก็ยากที่จะควบคุมมวลชน ของอีกฝ่ายหนึ่ง ส่วนเจ้าคุนี่ มันเหลืองจัดก็ด่าๆ คนเลวคนโกงของมันไป แต่ทั้งสามคนก็ยังเป็น เพื่อนและรุ่นพี่รุ่นน้องกัน จบข่าว

เขียน:

ความเห็น (0)