อนุทิน #27803

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับความคิดเห็นและแนวคิดดีๆ  ตอนนี้พี่สะใภ้ ซึ่งมีลูกอยู่วัยอนุบาลก็ไปดูบรรยากาศในรร.นกฮูกอยู่  เดี๋ยวดิฉันคงได้คำตอบว่าเป็นอย่างไรบ้าง 
 
ดิฉันชอบลิงค์ที่คุณหมอให้อ่านเกี่ยวนิทาน โรงเรียนสัตว์นะค่ะ   ดิฉันคิดว่ามันใช่เลยค่ะ
นั้นคือสิ่งที่ดิฉันต้องการ  คนเรามีความสามารถต่างกัน หาตัวเองให้เจอ แล้วพัฒนาความสามารถของตัวเองให้ก่อประโยชน์กับตัวเองสูงสุด  เรามัวมาเสียเวลากับสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดเพื่อที่จะอยู่รอดในสังคมนั้นๆ ได้ สิ่งที่ถนัดกับสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ก็ทำไม่ได้ดีสักอย่าง 
 
คุณหมอให้ลูกเรียนที่นี้ แล้วเด็กจำเป็นต้องเรียนพิเศษเพิ่มเติมที่ไหนอีกรึเปล่า ดิฉันก็เคยให้ลูกเรียนพิเศษพวกนี้เหมือนกัน  เพียงแต่ระยะหลังๆนี้ดิฉันมองว่ามันเสียเวลาและเหนื่อยลูกและเหนื่อยตัวเองด้วย  เปลืองค่าใช้จ่ายด้วย  ตอนนี้ลูกสาวเรียนแต่บัลเลย์อย่างเดียวอันนี้เขาเลือกเอง เพราะเขาคงเห็นว่าแต่งตัวสวย แล้วเขาก็มีความสุข  ส่วนดิฉันมองว่าก็ดี จะได้ฝึกบุคลิกและออกกำลังกาย
 
พอดีเริ่มรู้ข้อมูลมาบ้างแล้วว่า ที่รร.นกฮูก+ธำรงค์ เขามีหลักการตอนแนววิทยาศาตร์ เน้นการทดลอง หาเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น  ฝึกเด็กให้รู้จักเป็นคนสังเกตุ  มีเหตุผล รู้หน้าที่ของตัวเอง และรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการบังคับเด็ก แต่มาจากความร่วมมือ และเต็มใจของเด็กเอง ดิฉันทึ่งค่ะ  อีกอย่างนึงเขามีเรียนดนตรี ภาษาอังกฤษแต่ลืมถามค่ะว่าเขาสอนทุกวันรึเปล่า   และที่สำคัญที่ชอบมากคือเขาสอนหลักสูตรวิชาพวกนี้ให้ตั้งแต่เด็กเตรียมอนุบาลเลย  ทำให้ดิฉันมองเลยว่า รร.เขามองเห็นคุณค่าและความสามารถของเด็กจริง  เด็กวัยเล็ก(เตรียมอนุบาล) เป็นวัยที่สมองแตกกิ่งก้านสาขามากที่สุด ดิฉันมักจะทึ่งกับความสามารถของเด็กเล็กเสมอ ว่าเขาจำดี สามารถเรียนรู้ (แต่อาจยังไม่เข้าใจในทันที)ได้อย่างรวดเร็ว  ทำให้ดิฉันตัดสินใจได้เลยค่ะว่าดิฉันจะต้องพาคนเล็ก อายุ 2.3 ขวบของดิฉันไปสมัครเตรียมอนุบาลก่อน  อยากดูพัฒนาการของเขาจริงๆค่ะ ว่าจะเป็นอย่างที่ดิฉันคิดรึเปล่า  ไม่รู้ว่าสมัครเข้าได้รึเปล่าต้องรอดูก่อน
เขียน:

ความเห็น (0)