อนุทิน #26562

"เหนื่อยเราไม่เหนื่อย เมื่อยเราไม่เมื่อย เรา....ไปเรื่อยๆ เราไม่เมื่อย เราไม่เหนื่อย"

นึกถึงสมัยเป็น นศ. รุ่นพี่จะให้เป็น หรีด ของคณะ (สงสัยรุ่นพี่เห็นว่า กวิน หน้าตาดี และกล้าแสดงออก เวลาที่พวกรุ่นพี่เขาให้ออกไปเต้นไปทำบ้าๆ บอๆ ในงานรับน้อง) แต่ว่า กวิน นี้อยากเล่นบาส ก็เลยไปสมัครลงเล่นบาสฯ แต่ว่าประธานกีฬา ไม่กล้ารับไว้ เพราะรู้ว่า ประธาน หรีด จองตัวไว้แล้ว ในที่สุดก็ไม่ได้เล่นบาสฯ ก็เลยเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า งานกีฬาเฟรสชี่ นี่ควรที่จะเน้นเรื่องกีฬา ทำไมมาเน้น ที่เรื่อง หรีดเดอร์+กองเชียร์ และก็สงสัยต่อไปว่า เอ ตกลงงานกีฬาเฟรสชี่ หรือว่างานกีฬา สนองกิเลสตัณหาของพวกรุ่นพี่ ล่ะนั่น? 

เมื่อไม่ได้เล่นบาส ก็เลยไม่ขอเป็น หรีดฯ ด้วยใจไม่รักทางด้านเต้นกินรำกิน (ตอนหลังรู้สึกเสียดายนิดๆ ถ้าเป็นหรีด คงได้ประสบกาม เอ้ยประสบการณ์ ชีวิตเยอะขึ้น) สุดท้ายโดนรุ่นพี่บังคับให้ขึ้น แสตนเชียร์ กวินก็ไม่ขึ้น ใช้ อริยะขัดขืน หันหลังแล้วโบกมือบ๊ายบาย เดินออกมาจาก แสตนเชียร์ เสียงรุ่นพี่ ตะโกน ชื่นชมยินดีตามหลังมาว่า น้องๆ ดูไอ้แว่นเอาไว้ มันไม่ขึ้นแสตนเชียร์ มันต้องตกกิจกรรม 

tradition  บ้าๆ แบบนี้ ก็ยังมีต่อมาเรื่อยๆ แม้นกระทั่ง กวินจะได้เป็น ประธานสภานักศึกษา (ตั้งพรรค แล้วลงสมัครกับรุ่นพี่ เดินหาเสียงตามห้องเรียน จัดไฮปาร์ค ทำเพลงพรรค แล้วไปให้ประชาสัมพันธ์เปิด แจกใบปลิว แจกนโยบาย เขียนคัตเอ้าท์ หาสมาชิกพรรคนักศึกษา)  สุดท้ายได้รับเลือก แต่ก็ แก้ tradition บ้าๆ บอๆ บางเรื่อง ไม่ได้ เช่น เรื่องรับน้องนอกสถานที่ หรือการเก็บเงินน้องเอาไปบำรุงค่ากิจกรรมกีฬาคณะ/กีฬาเฟรสชี่ ที่มุ่งที่จะแข่งกันเรื่อง หรีดฯ+กองเชียร์มากกว่าที่จะเน้นเรื่องกีฬาอย่างแท้จริง เบื่อนัก พวกที่ตั้งชื่อโครงการ อย่างหนึ่ง แต่ไพล่ไปทำอีกอย่างหนึ่ง เช่น ตั้งชื่อว่า กีฬาเฟรสชี่ แต่พอถึงคราวปฏิบัติไปเน้นเรื่อง กองเชียร์ ตั้งชื่อโครงการจิตอาสา ออกค่ายช่วยเหลือชาวชนบท แต่พอถึงคราวปฏิบัติเน้นไปเที่ยว อนิจจัง

แต่ได้ขอความร่วมมือกับ ประธานชมรม ประธานสโมสรฯ ว่าหากจะจัดกิจกรรม เช่นงานกีฬาคณะ หรือกีฬาภายใน ก็อย่าเรี่ยไร สตางค์ รุ่นน้องให้ต้องเดือดร้อน ให้จัดเน้นที่สวัสดิการกีฬา เช่นเดียวกันกับการออกค่ายอาสา ที่แต่ละชมรม จัดให้มีขึ้นเป็น tradition ก็ขอให้เป็น tradition ที่ดี คือพิจารณาที่ความเดือดร้อนของชุมชนที่จะไป อย่าไปโดย ตั้งธงว่าจะไปเที่ยว ไม่ต้องไปจัดไกล เพราะจะลำบากเรื่องการเดินทาง เสี่ยงกับอุบัติเหตุ (มหาบุญ มหากุศล อันหอบไม่หมด นั้นคงหนักอึ้ง แบกไปไกลอาจจะทำตกหล่นเสียกลางทาง แล้วเหลือให้ มวลชนผู้ทุกข์ยากไม่ถึงกึ่งหนึ่ง) การถ่อสังขารไปออกค่ายอาสา ถึงสุดหล้าฟ้าเขียว นั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูง ต้องเก็บเงินรุ่นน้อง บางคนเป็นลูกตาสีตาสายายมียายมา ก็จะเดือดร้อน อยากให้เน้นที่ค่ายสร้าง มากกว่า ค่ายแจก ก่อนจะไปทำกิจกรรมไกลๆ ขอให้มอง ในชุมชนใกล้เคียงที่เราอาศัยอยู่ก่อนว่า สลัม/ชุมชนแออัด มีอยู่หรือไม่? อย่าทำตนเป็นคนสายตากว้างไกล (คือมองความเดือนร้อน ใกล้ๆ ตัวไม่เห็น) 

เสียดายที่ อยู่ในตำแหน่งแค่ 1 ปี +รักษาการ อีกครึ่งเทอม เพราะมีการทุจริต เลือกตั้งในปีรุ่งขึ้น  ต่อมาได้มีการตั้ง พวงหรีดไว้ที่ทางสามแพร่งในสถานศึกษา ไว้อาลัย แด่ระบบประชาธิปไตย อธิการบดี เรียกพบ และมีการตรวจสอบ ทำให้ รองอธิการบ่ดี บางท่าน ที่วางตัวไม่เป็นกลาง โดนเด็ก หักหน้า ในที่ประชุม 

สรุปแล้ว  tradition บางอย่างแก้ได้ บางอย่างก็แก้ไม่ได้ บางอย่าง หลักการถูก แต่การปฏิบัติ ผิด คนที่โง่ๆ ก็ยังอ้างเรื่อง tradition ว่าก็เคยทำกันมาแบบนี้แล้วดี ทำแบบนี้ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน ทำไม่เหมือนเดิมก็คือเป็นการทำลาย tradition โถ่ ก็ tradition เราเป็นคนสร้างขึ้นมา ทำไมจะแก้ให้เป็นไปในทางที่ถูกที่ควรไม่ได้ล่ะ  

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)