อนุทิน #25243

@25240 ลูกพี่จะเป็นยังไง พี่เป็นแค่เหตุปัจจัยหนึ่งของเค้าหน่ะ พี่ดูแลจิตใจพี่ให้ดีที่สุดเท่าที่พี่จะทำได้ เช่นพี่อ่านบทความกวินแล้วพี่ไม่เกิดอารมณ์ทางลบใดๆนะ ก็พิจารณาแล้วว่าไม่เห็นจะมีโทษต่อลูก  แต่ว่าพี่ก็ข้ามบางอัน ไม่อ่านบางอันถ้ายาวไป หรือไม่ใช่เรื่องที่พี่สนใจ ไม่ได้อ่านทุกอันหรอก

เอาเรื่องคุณยายก่อนนะ....กวินเอ๋ย....นี่และการ"ปรุงแต่ง"

สัญญา เวทนา สังขาร กวินไปเร็วมากเลยนะนั่น ถ้าเราถามบ่อยๆว่า "ถ้าเกิดว่าอย่างนั้น ถ้าเกิดว่าอย่างนี้" เราต้องมีสติถามนะ ไอ้ what if..what if เนี่ยะ มีสติถามว่าเราถามทำไม ถามเพื่อหา option ทางออกหลายๆทางเตรียมสถานการณ์ จะได้ไม่เครียด หรือ ถามไปงั้นคิดไปเองโดยไม่ทันความคิดตัวเอง แบบหลังนี้ก็ไม่มีประโยชน์

ถ้ายายเค้าลงมาตาย เค้าก็ตายเพราะทำบุญ คนขาเจ็บนั้นเค้าก็ไม่รู้หรอกว่ายายลงจากรถเพราะเค้าจริงมั้ย เค้าก็นึกว่ายายลงรถอยู่แล้ว ใช่เค้าอาจคิดมากว่ายายตายเพราะเค้า คนแบบนี้มีเยอะ คนไข้โรคซึมเศร้าเป็นแบบนี้เยอะ

แต่ ณ เวลานั้น...ใครจะรู้ว่าอนาคตเป็นเช่นไร เราจะตายตอนไหน ยายเค้าก็ไม่รู้ คนขาเจ็บเค้าก็ไม่รู้

[มีอ.ฝรั่งแต่นับถือพุทธสอนว่า ไอ้พวกที่ถามตัวเองว่า what if...what if แล้วตัวเอง panic attack หรือ เครียดขึ้นมา

ให้ถามต่อว่า what if it isn't!?!]

เรื่องกัมมวิบากเนี่ยะพระท่านสอนว่าอย่าไปคิดมากยิบย่อยนะ มันไม่จบ มันเป็นหนึ่งในอจินไตยใช่มั้ย มันซับซ้อนไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่คนไทยหลายๆคนชอบสอนต่อๆกันว่าทำอย่างนี้ชาติหน้าจะเป็นอย่างโน้น พี่ว่าสอนแบบนี้มัน simplify เกินไป กวินว่ามั้ย

สิ่งที่ควรรู้ตัวตอนนี้คือความคิดเราเอง ความรู้สึกเราเอง กวินมีแบบฝึกหัดเข้ามาทุกวันเลย กวินเป็นนักคิด ต้องยิ่งฝึก ไม่ได้ให้หยุดคิดนะ แต่ให้ทันที่ตัวคิด ไม่ต้องตอบอะไรใครเค้าไวมากหรอก นิ่งได้ รอได้ ทนได้ ไตร่ตรองถึงผลก่อน มีสติมีสมาธิแล้วค่อยตอบเค้าให้แยบยล ให้ตรงตามจุดประสงค์ที่จะสื่อ

พี่นับถือความสามารถในการใช้ภาษาไทยของกวินมากนะ ความขยันในการหาข้อมูลและการเขียนอ้างอิงด้วย แต่พี่ก็เห็นว่าทำไมคนอื่นเค้าไม่พยายามเข้าใจกวินเท่าไหร่ ก็มันน่าอยู่นะน้องนะ

คนเราเกิดมาเพื่อพัฒนาตนเองนะ เห็นกวินอ่านเรื่ิองบารมีที่พี่กะปุ๋มเขียนแล้วหนิ นั่นแหละแบบฝึกหัดของเราทุกคนเลย

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)