อนุทิน #25226

สวัสดีครับท่านอาจารย์  wwibul   @25151 "เราเห็นคนอื่น พูดคุยกับเขา คบหาซี้ปึ๊กกันตั้งแต่เด็ก ถึงขั้นทำนายได้ว่า แหย่แบบนี้ จะโดนด่าแบบนี้ แต่แน่ใจหรือ ว่าเรารู้จักเขา?"

หรือพูดอีกนัยหนึ่ง "ถึงเราจะยังไม่รู้จักเขาดี(พอ) แต่อย่างน้อยก็ ได้รู้ว่า/รู้ได้ว่า เคย(เย้า)แหย่เขามาแล้วนะครับ"  -_-''

ยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง  Albert Einstein ก็เป็น persona non grata ของครูบาอาจารย์นะครับเพราะชอบ ตะแบง/เถียง/หักหน้า ครูบาอาจารย์ ดังนั้นสมัยที่  Einstein จบใหม่ๆ ไปสมัครเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยไหนเขาก็ไม่ยอมรับ เพราะเมื่อทางมหาวิทยาลัยติดต่อสอบถามถึงความประพฤติของ  Einstein ไปยังศาสตราจารย์ที่ปรึกษาแน่นอนว่า ศาสตราจารย์ที่เคยสอน  Einstein  และเคยโดน ตะแบง/เถียง/หักหน้า ก็ย่อมไม่ชื่นชมสรรเสริญในตัว  Einstein  ด้วยเหตุนี้เอง Einstein จึงไม่ได้เป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัย ในปี ค.ศ. 1902 ไอน์สไตน์จึงต้องยอมลดตัวทำงานในตำแหน่งของเสมียนตรวจสอบสิทธิบัตรในสำนักงานสิทธิบัตรที่กรุงเบิร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (ซึ่งไม่ต้องใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ หรือฟิสิกส์ชั้นสูงที่ได้ร่ำเรียนมาก็แค่รับจดสิทธิบัตรนี่ครับ เป็นเสมียนต๊อกต๋อย) และที่นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของผลงานทฤษฎีต่าง ๆ ที่ปฏิวัติโลกของฟิสิกส์ (กวินเดาว่า Einstein คงว่างมากเพราะนานๆ ทีก็คงจะมีคนมาจดสิทธิบัตรสักที เหตุนี้เอง Einstein จึงมีเวลานั่งจินตนาการถึงทฤษฎีสัมพันธภาพ ว่าถ้าตั้งนาฬิกาไว้ในที่ๆ แตกต่างกัน ในแต่ละจุดของจักรวาล เวลาจะเดินตรงกันหรือไม่? จากนั้นก็ลองเอาทฤษฎีการคำนวนชั้นสูงไปอธิบายอีกที) ตอนที่ Einstein นำเสนอผลงานและมี ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย มาขอพบ Einstein ศาสตราจารย์ผู้นั้นยังนึกไม่ถึงเลยว่า Einstein  จะเป็นแค่เสมียน เพราะนึกว่าคนที่มีความคิดลุ่มลึกเช่นนี้ได้นั้นจะต้องเป็น ศาสตราจารย์ ประจำมหาวิทยาลัยแน่ๆ

นี่ล่ะครับจริงดังเช่นที่ท่านอาจารย์ wwibul กล่าวว่า "เราเห็นคนอื่น พูดคุยกับเขา คบหาซี้ปึ๊กกันตั้งแต่เด็ก ถึงขั้นทำนายได้ว่า แหย่แบบนี้ จะโดนด่าแบบนี้ แต่แน่ใจหรือ ว่าเรารู้จักเขา?"

ศาสตราจารย์ ทั้งสองท่าน คนหนึ่งเป็นครูของ  Einstein อีกคนหนึ่งเป็น คนที่สนใจแนวคิดของ  Einstein ก็ยังถือว่า รู้จัก และเข้าใจในความคิดของ Einstein ได้อย่างไม่ลึกซึ้งคือ รู้จักในตัวตน ในความคิดความอ่านของ Einstein  ได้เพียงแค่ผิวเผิน ถึงแม้นจะพยายามแล้วก็ตาม ว่ามั้ยครับ? 

ฉะนั้น persona non grata ในวันนี้ก็อาจจะเป็นบุคคลสำคัญของโลกในวันข้างหน้าบางที เราก็น่าที่จะรีบๆ ฝากเนื้อฝากตัวกับ persona non grata เอาไว้เสียตั้งแต่เนิ่นๆ นะครับเพราะถ้า persona non grata มีชื่อเสียงขึ้นมาคงจะได้พบได้คุยยากเต็มที และเขาคงไม่มีเวลามา เย้าแหย่ ใครๆ ได้เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว :)

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)