อนุทิน #24993

@24900 อ้าว เพิ่งเห็นรายการอนุทินนี้ของพี่ซาน

ที่แคนาดาก็มีคนบ้าจะน้องทีม แต่น้ามัทดันทำงานกับคนบ้านี่สิ เลยเฉยๆ (อันนี้จริงนะน้าซาน คนไข้มัท 50% มีปัญหา mental health ค่ะ ท้ั้งผู้สูงอายุและไม่สูงอายุ เพราะ รพ. mental health ปิดไป 1 รพ. คนที่ไม่แก่ก็โดนย้ายมาอยู่ special ward ของบัานพักคนชราแทน)

น้ามัทไม่ถือหรอก แต่ต้องดูว่าบ้าแบบไหนพกอาวุธอยู่รึเปล่า เช่นถ้าไปเจอ homeless ติดยาที่กำลังอยากได้ยา แล้วถือมีดอยู่ น้ามัทคงไม่เข้าไปยุ่ง แต่ถ้าเค้าอยู่ในอารมณ์และสภาพร่างกายที่คุยกันรู้เรื่องน้ามัทก็ไม่รังเกียจเค้า ยิ่งเป็นคนไข้ยิ่งต้องไม่ถือ เค้าทุกข์อยู่ปวดฟันอยู่ หรือ ไม่มีฟันเคี้ยวอาหาร เราต้องช่วยเค้าเป็นต้น

คนไข้ที่พูดจาไม่ดีมีมากค่ะ แต่เราต้องดูว่าทำไมเค้าเป็นแบบนั้น อย่าไปถือสา การให้ความรัก เอามือไปแตะเบาๆที่ไหล่หรือมือเค้าเบาๆ แค่นี้ก็ได้ผลระดับนึงแล้ว น้ามัทเชื่อว่าพระเยซูก็คงทำแบบนี้ (เวลาไม่รู้จะทำอย่างไร มีคนแก่ฝรั่งคนนึงสอนน้ามัทว่าให้ถามตัวเองว่า what would Jesus do?)

ในโลกเรามีคนที่ไม่บ้าแต่ถูกหาว่าเป็นบ้านเยอะเหมือนกัน หรือตอนแรกไม่บ้าแต่เปลี่ยนเป็นบ้าเพราะสิ่งแวดล้อม เราต้องใจกว้่่างๆลองคุยกับเค้าก่อน (หนังสือเล่มแรกๆที่อ.ที่ปรึกษาที่นี่ให้อ่านคือ the birth of the clinic กับ madness and civilization ของฟูโก)

แต่ถ้าเค้าไม่บ้าแต่สร้างความเดือดร้อน แล้วเราให้ความรักความเมตตาเค้าแล้วยังไม่ได้ผล คราวนี้ก็ต้องใช่ความรักแบบอุเบกขาเข้ามาช่วย คือ เข้าใจว่า การกระทำใดๆย่อมมีผลของการกระทำนั้น เราช่วยเค้าได้ไม่หมดหรอก ได้เท่านี้ก็เท่านี้ ปล่อยวาง ให้เค้ารับผลกรรมไป ต้องรู้จังหวะ ไม่แน่อีก 2-3 ปี (หรือ 2-3 เดือน) เค้าก็เปลี่ยนไป ค่อยไปช่วยอีกที

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)