อนุทิน #24538

อนุโมทนาสาธุ ครับ พี่ จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร  @24533  การ บรรเทาความเดือดร้อน เฉพาะหน้า ให้กับมวลชนผู้ยากไร้ ควรจะบรรเทาความเดือดร้อน ที่แขน ที่ขา ที่หัว ที่เท้า ที่สมอง และสำคัญคือที่ใจ นะครับ ไม่ควรทำเน้นหนัก เฉพาะ เอา หน้า เพียงด้านเดียว

การ ให้ให้ให้ให้ให้ (5 years ago) แบบนี้ ก็เหมือนกับการใส่ท่อช่วยหายใจ (Intubation) ให้คนป่วย พอเอาเครื่องช่วยหายใจออกคนป่วยก็จะตาย การช่วยเหลือคนป่วย คงไม่ใช่เฉพาะการใส่ท่อช่วยหายใจ และการใส่ท่อช่วยหายใจ ก็ยังไม่ถือเป็นการรักษาที่ สมุฏฐาน ของโรคนะครับ

การบริจาค เสื้อผ้า ดีๆ+ อาหารดีๆ +ยารักษาโรค ด้วยสถานการณ์ทุนนิยมแบบนี้ ก็จะยิ่งเป็นการสนับสนุน ค่านิยมว่าด้วยเรื่องของการบริโภคนิยม ให้แก่เด็กๆ +ชาวบ้าน โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเปล่าครับ? เช่น เด็กได้เสื้อผ้าสวยๆ ของเล่นจากเมืองหลวง ก็จะลืม เสื้อผ้าประจำเผ่า ลืมของเล่นการละเล่นพื้นบ้าน ลืม น้ำพริกผักต้ม  อยากที่จะกิน พิชซ่า แมคโดนัล นี่ล่ะก็คือ ของขวัญที่ผู้บริจาคคาดไม่ถึง ว่าได้บริจาคให้กับ มวลชนผู้ยากไร้ ไปด้วยแล้ว นอกเหนือจากความหวังดี ปารถนาดี

มวลชนผู้ยากไร้คืออะไร? คนจนคืออะไร? ผมมีเงินในกระเป๋า 400 บาท ผมก็ว่าผมรวยแล้ว แต่ก็อาจมีคนมาบอกว่าผมจน ฉะนั้นการที่เราเอาบรรทัดฐานของเรา ของกลุ่มเรา ของชุมชนเราไปวัดว่า นายคนนั้น นางคนนี้ ชุมชนนั้น ชุมชนนี้ยากจน ใช้เงิน ใช้รายได้เฉลี่ย ใช้โครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure ) ไปวัด? ได้อย่างนั้นหรือครับ แต่ที่เราทำกันอยู่ก็คือ การนำกรอบความคิดเช่นนี้ไปวัดว่า นายคนนั้น นางคนนี้ ชุมชนนั้น ชุมชนนี้ยากจน คือกลุ่มคน คือมวลชนผู้ยากไร้ จริงๆ เขาอยู่แบบนั้น โดยไม่มีกิเลส ตัณหา คือความอยากมีบ้านสวยๆ รถสวยๆ อาหารดีๆ เสื้อผ้าสวยๆ นั้นก็คือเขามีความสุขตามอัตตภาพของเขาอยู่แล้ว

สิ่งที่ควรบริจาค/สร้าง ให้เกิดขึ้น ก็คือ โรงเรียน โรงหมอ โรงยา ซึ่งเป็น ถาวรวัตถุ   การให้ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มอาหารยารักษาโรค ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ใช้แล้ว กินแล้ว ก็หมดไป ด้วยเหตุนี้ ความหวังดี ปารถนาดี ย่อมที่จะหมดไป พร้อมๆ กับ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มอาหารยารักษาโรค ซึ่งเขาได้กินแล้ว ได้ใช้หมดลงไปแล้ว ด้วยเช่นกันนะครับ (หมดแล้วก็รอปีหน้า ทำกันเฉพาะหน้าไปอีกเรื่อยๆ)

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)