อนุทิน #24254

@24251 > @24253 ตอบเองก่อนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของพราหมณ์ค่ะ ไม่ใช่พุทธ ถึงแม้น้องของพี่ซูซานจะเขียนจากข้อมูลที่ค้นมาว่า พระพรหมเอราวัณหน้าตรงราชดำริ "สร้างขึ้นบนพื้นฐานของศาสนาพุทธ" มัทไม่ค่อยจะเห็นด้วยนัก เพราะการเห็นรูปจากการนั่งกรรมฐานของคนที่นับถือพุทธก็ไม่จะเป็นต้องแปลว่านั่นคือหลักของพุทธะ ที่แปลว่าผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เพราะพราหมณ์ก็มีกรรมฐาน แต่ไม่มีวิปัสสนาเพื่อการหลุดพ้นจาก"ตัวตน" (หลักอนัตตา)

แต่นี่ไม่ได้แปลว่า เทพ หรือ เทวดา ต่างๆ หรือ angel ในศาสนาคริสต์ อิสลาม ไม่มีจริงนะคะ พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ เพียงแต่ว่ามีจริงแล้วไงต่อ....มีจริงแล้วเราต้องพึ่งท่านหรือ ทางหลุดพ้นทุกข์คือทางไหนแน่

ส่วนตัวคิดว่าเราควรเคารพในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ง่ายๆ ควรมีเมตตาต่อทุกสรรพสิ่งทุกภพ เวลาแผ่เมตตาหรือเวลาตั้งใจขอบคุณทุกครั้ง มัทก็จะตั้งใจส่งกระแสจิตขอบคุณท่านด้วย  เวลาผ่านศาลพระภูมิที่อื่นมัทก็ไหว้หรือก้มหัวส่งใจแสดงความเคารพ ไปโบสถ์หรือมัสยิดก็เช่นกัน ไปต่างถิ่นก็ขออนุญาต

การตั้งศาลมัทมองไม่ต่างจากการ นำไม้กางเขนมาแขวนหรือการนำรูปมาติด คือมันก็ทำให้ง่ายขึ้นในการส่งกระแสจิตสื่อสารไปถึงสิ่งศักดิ์สิทธิเหล่านั้น เป็น symbol เป็นพื่นที่การสื่อสารไป ทีนี้ถ้าเราเชื่อเรื่อง spiritual being ไม่ว่าจะเป็น เจ้าที่ ผี เทวดา นางฟ้า มัทก็คิดเล่นๆว่า ถ้าเค้านับถืออะไรมา เค้าก็คงเป็น spiritual being แบบศาสนาหรือลัทธินั้นๆต่อ มีกฎธรรมเนียมการปฎิบัติแบบนั้นๆต่อไป ให้คนบนโลกทำตาม

ข้อมูลส่วนตัว: ที่บ้านมัทเป็นพุทธแต่ไม่มีศาลพระภูมิค่ะ มีแต่มุมเล็กๆที่ทำหน้าที่เป็นห้องพระ แล้วก็มีงานทำบุญเลี้ยงพระตอนขึ้นบ้านใหม่ อยู่มา 20 กว่าปีแล้ว คนในบ้านก็มีสุขได้ดีทุกคน แขกที่มาอยู่ก็ไม่มีเรื่องอะไร แต่นี่ก็ไม่ได้แปลว่าบ้านเราไม่มีเทพคุ้มครองใช่มั้ยค่ะ เรื่องนี้พิสูจน์ไม่ได้ แต่เทพารักษ์ หรือ เจ้าที่บ้านมัทคงไม่ mind คือเราไม่ต้องถวายของให้หรือสักการะท่าน ท่านคงอิ่มทิพย์จริงๆแล้วก็คงไม่ใส่ใจว่าเราต้องจุดธูป คงให้เราคิดดีทำดีแล้วก็คอยดูคอยช่วยอยู่ห่างๆ : )

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)