อนุทิน #24072

  ติดต่อ

สวัสดีครับพี่  หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ @24047 กวินเองก็เป็นคนที่ เขย่าขวดแต่ไม่กินยา (ไม่เข้าวัดแต่สนใจปฏิบัติธรรม เพราะยังไม่สามารถตัดปลิโพธิ (อ่านว่า ปะ-ลิ-โพด) หลายๆ อย่างได้ ซึ่งก็ถือว่าเป็น ผลพวงมาจากการพัฒนาทางด้าน สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ส่งผลให้ วัดไม่มีองค์คุณ แห่ง สัปปายะ ทำให้คนเริ่มห่างวัดห่างวา มากยิ่งขึ้น แม้นบางคนจะอยู่ใกล้ชิดติดกับวัด แต่กลับไม่มีเวลาเข้าวัด หรือมีโอกาสไปวัด ถึงวัดแล้ว แต่ก็เสมือนยังไปไม่ถึงวัด ด้วยเพราะวัดแห่งนั้นๆ ไม่มีองค์คุณแห่ง สัปปายะ และ คนผู้ไปวัดยังตัดปลิโพธิไม่ได้เด็ดขาด การไปวัดจึงเป็นเพียงแต่การ ตะเกียกตะกายกาย ไปวัด โดยที่มิได้นำใจไปวัดด้วย ฉะนั้นการไปวัดจึงต้องนำทั้งกายและใจ ไปด้วย

ตัวชี้วัด ของการเป็นคนดีก็คือการ ไปวัด การไปวัด ก็ควรไปให้ถึงวัด นั่นคือไปเพื่อกระทำกิจวัตร เพื่อความวัฒนาแห่งจิตใจ เพื่อละซึ่ง เหตุแห่งทุกข์ใน สังสารวัฏ

สุนัย เศรษฐบุญสร้าง แสดงทรรศนะส่วนตัวไว้ในบทความที่ชื่อ คำให้การกรณีสันติอโศก ปรากฎอยู่ในท้ายเล่มของหนังสือ "การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของพุทธศาสนาในสังคมไทย" หน้า 163-164 กวินนำมาสรุป เชื่อมโยงกับการไปวัดได้ดังนี้นะครับ เวลาเราไปวัด ให้เรา เพ่งพินิจพิจารณา ดูว่า พระที่เราเข้าหานั้นมี กิเลส จำพวก โลภะ โทสะ โมหะ มากหรือน้อย เมื่อพิจารณาแล้วว่าพระองค์นั้นท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เราก็จะเกิดศรัทธาปสาทะ แล้วจึงค่อย เข้าหาท่าน ที่วัด

"เมื่อคอยนั่งใกล้ก็เงี่ยโสตลง (ตั้งใจคอยฟัง) เมื่อเงี่ยโสตลงก็ได้สดับธรรม ครั้นสดับแล้วก็ทรงธรรมไว้ ย่อมพิจารณาไตร่ตรองอรรถแห่งธรรมที่ทรงไว้ เมื่อไตร่ตรองอรรถอยู่ ก็เห็นชอบด้วยธรรมตามที่ (ทนต่อการ) คิดเพ่งพิสูจน์ เมื่อเห็นชอบด้วยกับข้อธรรมที่เพ่งพิสูจน์ ฉันทะก็เกิดขึ้น เมื่อเกิดฉันทะก็อุตสาหะ ครั้นอุตสาหะแล้วก็เอามาทบทวนเทียบเคียง ครั้นเทียบเคียงแล้ว ก็ย่อมลงมือทำความเพียร เมื่อลงมือทุ่มเทจิตใจให้แล้ว ก็ย่อมทำปรมัตถสัจจะให้เห็นแจ้งแก่ตัว และเห็นแจ้งแทงตลอดปรมัตถสัจจะนั้นด้วยปัญญา ด้วยข้อปฏิบัติเท่านี้ ชื่อว่าการหยั่งรู้สัจจะ"(1)


อ้างอิง

(1) สุนัย เศรษฐบุญสร้าง. การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของพุทธศาสนาในสังคมไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1.--กรุงเทพฯ ; ฟ้าอภัย,2542.

  เขียน:  
  แก้ไข:  

ความเห็น (0)