อนุทิน #22597

Lokatepane
 
พระธรรมธีรราชมหามุนี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.9).โลกทีปนี.กรุงเทพฯ : ดอกหญ้า, 2538 . พิมพ์ครั้งที่ 4 (320 หน้า)

(นักประพันธ์ผู้ชนะเลิศรางวัล วรรณกรรมไทย ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด ถึง 3 ครั้ง)

ประวัติ พระกีสนาคอุปคุต (เริ่มที่หน้า 207)  
วสวัตตีมาราธิราช รำพัน เริ่มที่หน้า  211  :

ทิวาวารผ่านพ้นไปไม่นานนับไม่น้อย เคลื่อนคล้อยไปจนครบถ้วน 7 วัน 7 เดือน 7 ปี เมื่อพระศรีธรรมาโศกราชกระทำการฉลองมหาสถูปอันโอฬารสำเร็จลง พระอุปคุตเถรเจ้าจึงเข้าไปสู่ที่ใกล้พญามาร แต่แอบกำบังอยู่เพือจะสดับดูน้ำเสียงจอมมารว่าจะกล่าวขานประการใดบ้าง? ฝ่ายพญามาราธิราช แต่ต้องทนทุกขเวทนาแสนสาหัส ต้องถูกผูกมัดติดกับภูผาบรรพต ใจก็รันทดเศร้าสร้อยละห้อยหาถึงทิพยวิมานสถาน อันเป็นบรมสุขแห่งตน ณ สรวงสวรรค์ชั้น ปรนิมมิตวสวัตตี ไกลโพ้น ต้องจากมานั่งกรำแดดกรำฝนทนทุกข์ทรมานนานนักหนา ก็ละเสียซึ่งพยศอันร้ายในสันดาน จอมมารหวนนึกถึงพระสัพพัญญูบรมศาสดา จึงกล่าววาจารำพันออกมาว่า

กาลเมื่อพระพุทธองค์ทรงสถิตเหนือรัตนบัลลังก์ ภายใต้พฤกษามหาโพธิ์ข้าพระบาทวางโตด้วยน้ำใจริษญาขว้างไปซึ่งจักราวุธอันคมกล้า สามารถตัดวชิรบรรพตอันแข็งให้ขาดดุจตัดเวฬุชาติ หน่อไม้ไผ่ แต่ทรงอาศัยพระบารมีญาณ จักรนั้นก็กลายเป็นกุสุมเพดานพวงดอกไม้บูชา นานาวุธ ที่ปวงบริวารของข้าพระบาทขว้างไป ก็กลับกลายเป็นพวงบุปผชาติตกลงมายังพื้นพสุธา แลในครานั้น ข้าพระบาทผู้ชื่อว่ามาราธิราชก็ถึงความพ่ายแพ้แก่พระองค์ซึ่งทรงมีพระมหากรุณาเป็นที่พึ่งพำนักแก่เหล่าสรรพสัตว์ เป็นนิตย์นิรันดร์ขอสมเด็จพระชินสีห์พระองค์นั้น จงทรงมาเป็นที่พึ่งที่พำนักแห่งข้าในกาลบัดนี้ แต่ปางก่อนข้าผู้ชื่อว่า วสวัตตี กระทำอันตรายแก่พระชินสีห์เป็นอันมากพระผู้มีพระภาคจะทรงทำโทษตอบแก่ข้า มาตรว่าสิ่งใดน้อยหนึ่งมิมีเลย กาลบัดนี้สาวกแห่งพระองค์ กระไรเลยช่างไม่มีความกรุณากระทำแก่อาตมาให้เสวยทุกข์สาหัสเห็นปานนี้ ท่านพญาวสวัตตียิ่งคิดยิ่งรำพัน ก็โศกศัลย์แล้วโกรธาเอาบาทาเตะถีบบรรพตภูผาเสียงดังสัน่น แล้วอุทานกถาว่า

"ผิว์อาตมามีกุศลสมภารได้สั่งสมไว้เบื้องว่า พระสัพพัญญูเจ้า จะมีในอนาคตกาลแล้วไซร้ ขอจงอาตมาได้เป็นพระสัพพัญญูเถิด จะได้เกิดมีความกรุณาเป็นที่พึ่งแก่สัตว์ทั้งหลาย"

เมื่อพญามาราธิราชออกวาจาปราถนาพุทธภูมิด้วยประการดังนี้ พระมหาเถระจึงแสดงกายอินทรีย์ให้ปรากฎ แล้วมาโดยด่วนเข้าแก้พญามารด้วยฉับพลัน ส่วนโอษฐ์นั้นก็ขอขมาโทษไปพลางว่า "ดูกรมาราธิราช" ท่านจงอดโทษแก่อาตมาอันว่าประโยชน์แห่งท่านคือการปราถนาพุทธภูมิ อาตมาก็ให้บังเกิดขึ้นแล้ว บัดนี้ ท่านก็ถือเอาปฏิญาณซึ่งภาวะที่จะตรัสเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตตั้งแต่บัดนี้ ตัวท่านเป็นปูชนียบุคคลบรมโพธิสัตว์ ควรที่โลกทั้งหลายจะทำนมัสการบูชา" พญามาราธิราชจึงกล่าวว่า "พระผู้เป็นเจ้าเป็นพุทธสาวก ช่างกระไร ไม่มีใจกรุณาปราณี มาทำโทษแก่ข้าพเจ้าผู้เป็นมารแสนสาหัสฉกรรจ์เห็นปานนี้" สาวกพระชินสีห์จึงตอบว่า  "เรากับท่านผู้เป็นคู่ทรมานกัน เหตุนั้นจึงกรุณามิได้ กระทำโทษแก่ท่านครั้งนี้ เพื่อให้ท่านมีจิตยินดีปราถนาพุทธภูมิบารมีญาณ บัดนี้ตัวท่านก็เที่ยงที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูเจ้า ฯลฯ"


อืม!! วสวัตตีมาร  ถูก พระกีสนาคอุปคุต ทรมานอยู่ถึง 7 วัน 7 เดือน 7 ปี จึงคิดกลับตัวกลับใจได้ วสวัตตีมาร นี้ ในกาลอนาคตเบื้องหน้าอีกนานแสนนานพญามารซึ่งสถิตเป็นสุขอยู่ณ สรวงสวรรค์ชั้น ปรนิมมิตวสวัตตี ขณะนี้จักได้ตรัสเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า พระพุทธธรรมสามี เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เดียวในกัปนี้

อนุสติ การทรมานคนจอมมารถ้าจะให้กลับตัวกลับใจต้องใช้เวลา ทรมานนานประมาณ 7 วัน 7 เดือน 7 ปี แฮะ!!!

อ่านถึงหน้า 228 (พรหมปุโรหิตาภูมิ)

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)