อนุทิน #22258

ใครกันแน่? @  213265 โดย กมลวัลย์

ความง่วง เป็นศัตรูที่สำคัญต่อการทำสมาธิ คอยตัดกำลังกาย กำลังใจ และกำลังปัญญา ทำให้ผู้ปฏิบัติตกอยู่ในความหนักหน่วง ฟังธรรมไม่เข้าใจ ไม่เห็นสภาวะกายใจ ไม่รู้แจ้งเห็นธรรม ยังจะทำให้อกุศลเจริญ เสียประโยชน์ตนอย่างมากจึงควรรีบแก้ไข พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมแก่ พระโมคคัลลานะ ขณะที่พระโมคคัลลานะได้ทำความเพียรนั่งโงกง่วงและ เกิดความอ่อนใจอยู่ ณ บ้านกัลลวาลมุตตคาม แขวงมคธ พระองค์จึงทรงแสดงวิธีแก้ง่วงแก่พระโมคคัลลานะไว้หลายวิธีดังนี้

1. ให้นึกถึงสัญญา (ความจำได้หมายรู้) ต่าง ๆ
2. ให้ยกจิตขึ้นพิจารณาถึงธรรมที่เคยได้ฟังได้เรียนมา
3. ให้สาธยาย คือ ท่องธรรมที่เคยได้ฟังได้เรียนมา
4. ให้เอามือยอนหู คือ ไชหูทั้ง 2 ข้าง หรือเอามือลูบตามตัว
5. ลุกขึ้นยืน เอาน้ำล้างหน้า และเหลียวดูทิศต่าง ๆ แหงนดูดาว
6. ให้นึกถึงแสงสว่าง (โอภาส) คิดว่าอยู่กับความสว่าง ทำใจให้เปิดเผยและเป็นอิสระจากสิ่งทั้งปวง
7. เดินจงกรมทำใจให้สำรวมมีจิตอยู่กับกายภายใน
8. ถ้ายังละไม่ได้ ให้สำเร็จสีหไสยาส นอนตะแคงขวา ซ้อนเท้าเลื่อมเท้า(นอนเหมือนปางสีหไสยาส) กำหนดสติ หมายใจว่าเมื่อรู้สึกตัวแล้วให้รีบลุกทันที ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่พระพุทธองค์ทรงแสดงแก่พระโมคคัลลานะ ซึ่งผู้ปฏิบัติควรปฏิบัติตามด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งจนกว่าจะหายง่วง (1)

ความโหวกเหวกโวยวาย จากเสียงอัน หนวกหู จนอาจส่งผลให้ หูหนวก นั้น อันว่า ความโหวกเหวกโวยวาย นั้น ก็ถือเป็น ศัตรูที่สำคัญต่อการทำสมาธิ คอยตัดกำลังกาย กำลังใจ และกำลังปัญญา ทำให้ผู้ปฏิบัติตกอยู่ในความหนักหน่วง ฟังธรรมไม่เข้าใจ ไม่เห็นสภาวะกายใจ ไม่รู้แจ้งเห็นธรรม ยังจะทำให้อกุศลเจริญ เสียประโยชน์ตนอย่างมากจึงควรรีบแก้ไข ด้วยเช่นกัน สำหรับ มรรควิธีแก้ไขอาการโงกง่วง ซึ่งพุทธองค์ตรัสสอนพระโมคคัลลานะ หากนำมาพิจารณาก็จะ เห็นลำดับขั้น แห่งการแก้ไขปัญหา ซึ่ง เป็นการแก้ไขปัญหาภายในใจตนเอง ด้วยตนเอง และในท้ายที่สุด การนอนพักผ่อนก็คือวิธีการแก้ไขอาการโงกง่วงได้ดีที่สุด เมื่อนอนหลับพักผ่อนเต็มที่ ก็ค่อยกลับมาบำเพ็ญความเพียรต่อไป ฉันใด ความโหวกเหวกโวยวาย จากเสียงอัน หนวกหู จนอาจส่งผลให้ หูหนวก เมื่อแก้ไขปัญหาภายในใจตนเอง ด้วยตนเอง ไปตามลำดับขั้นแล้วยังมิสามารถ บรรเทาความว้าวุ่นรำคาญจาก ความโหวกเหวกโวยวาย นั้นได้ก็ควรหลีกห่างออกจากสถานที่แห่งนั้นเสีย แล้วมุ่งสู่สถานที่ สัปปายะ นี่คือมรรควิธี ในการแก้ไขความ  ความโหวกเหวกโวยวาย  อันเกิดจากปัจจัยภายใน

คาดว่า การแก้ที่ภายนอกก็คงมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่เป็นลำดับขั้น คล้ายๆ กัน เช่น สมมติว่ามีการก่อสร้างใกล้ๆ กับที่เราอยู่อาศัย เมื่อเราเดินออกไปบอกคนงานก่อสร้างว่าให้เขาหยุดก่อสร้างสักสองชั่วโมงได้หรือไม่ เพราะเราจะนั่งสมาธิสวดมนต์ ถ้าเขาสามารถหยุดการก่อสร้างได้ เราก็จะไม่หนวกหู (ถ้าเราไม่บอกเขาก็ไม่รู้) ถ้าเขาไม่หยุด เราก็อาจจะพยายามผลักดันให้มีพระราชบัญญัติ  การควบคุมมลพิษทางเสียง มาบังคับใช้ ในระหว่างนี้เราก็จำเป็นต้องหา สำลี หรือหา Ear Muff มาใส่ การแก้ที่ปัจจัยภายใน +ปัจจัยภายนอก มีความจำเป็น พอๆ กัน เป็นศาสตร์และศิลป์ในการรู้จักเลือกใช้

ที่สำคัญคือ เราต้องค่อยๆ แก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามลำดับขั้น ไม่ใช่ ง่วงก็นอนเลย ไม่คิดแก้ไขอะไรเลย หรือหนวกหู ก็เลยหนีออกจากที่นั่นเลย นี่ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาของคนฉลาด   

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)